อย่าปล่อยให้คนน่ารังเกียจมาทำชีวิตเราแปดเปื้อนมลทิน

อย่าปล่อยให้คนน่ารังเกียจมาทำชีวิตเราแปดเปื้อนมลทิน

ธรรมะรับรุ่งอรุณ

ควรโต้ตอบคนหยาบคาย ไร้มารยาท
ด้วยความกักขฬะ ไร้น้ำใจหรือ
ฤๅข้ออ้างที่เราจะมีโอกาสได้แสดงความเลวทราม
ออกมาอย่างเต็มที่คือคำว่า
ก็มันทำร้ายกูก่อน มันวอนหาเรื่องเองนะ

เราไม่อาจห้ามปราม ระมัดระวังหรือกระทั่งคัดสรร
ให้สิ่งที่เข้ามากระทบใจในแต่ละวัน
ได้ดังใจเราทุกอย่าง

เราทำได้เพียง ฝึกห้ามใจ ไม่ให้ขาดสติ
จนทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย
ระมัดระวัง ให้ตนเองอยู่ในกรอบศีลธรรม
โดยไม่เชื่อคำยั่วยุจากมารภายใน
ว่าใครเลวได้ เราต้องเลวด้วย

คัดสรรการแสดงออกทางกาย วาจา
อย่างสร้างสรรค์ในการหาหนทางออก
ให้จิตใจที่กำลังเดือดพล่าน
กลับมาสู่ จิตใจที่เยือกเย็น พร้อมเห็นปัญหาและ
แก้ไขด้วยปัญญาที่เหนือกว่าโทสะ

อย่าปล่อยให้คนน่ารังเกียจ
มาทำชีวิตเราแปดเปื้อนมลทิน
ด้วยการกระตุ้นให้เราสร้างมลทินเกาะใจ

จงขอบคุณเขาที่ช่วยมาแสดงให้เราเห็นถึงพฤติกรรม
ที่เราจะจำไปจนตายว่า เราจะไม่ทำ
จะไม่ยอมได้ชื่อว่า เป็นคนแบบเดียวกัน

ชั่วคราว สวยงามเสมอ
วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๒

ความคิดที่ปรุงแต่ง

ความคิดที่ปรุงแต่ง

ธรรมะรับรุ่งอรุณ

ตัวความคิดที่ปรุงแต่ง คือ ตัวเจ้ากรรมนายเวร
เจ้ากรรมนายเวร คือ สิ่งที่มาดลใจ
ให้เราต้องคิดแบบนี้ ต้องทำแบบนี้
ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ถูกต้อง
แต่ตัวเองไม่อาจหยุดคิด หยุดกระทำได้
มันมาในรูปของความอาฆาตพยาบาท
ว่าต้องคิดและทำแบบนี้
พอทำแบบนี้จะได้รับผลกรรมแบบนี้

เช่น ทำให้คนๆ หนึ่งคิดแบบเห็นกงจักรเป็นดอกบัว
อะไรที่ใครคนอื่นเขาว่าเลว กลับเห็นดีหมด

พอทำลงไป ก็เกิดบาป บาปที่ทำให้เกิดความรุ่มร้อนในชีวิต ทำให้จิตไม่อาจหลุดพ้น ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดไม่สิ้นสุด เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด ใช้ชีวิตอยู่ในกองทุกข์ จมอยู่กับบาปที่ตัวเองก่อขึ้นโดยไม่รู้สิ้นสุด

ชั่วคราว สวยงามเสมอ
วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๒

ครูที่ดีที่สุดของคุณ

ครูที่ดีที่สุดของคุณ

ธรรมะรับรุ่งอรุณ

ครูที่ดีที่สุดของคุณ
ก็คือ ความผิดพลาดที่ผ่านมานั่นเอง
ทั้งยังเป็นทางแห่งปัญญาอันกว้างขวาง
ในการที่จะช่วยเหลือแนะนำผู้อื่น
ว่าเราสามารถก้าวผ่าน
ความผิดพลาดนั้นมาได้อย่างไร
เหมือนพระท่านว่าผู้ที่ไม่ผิดพลาดเลย
ก็คือผู้ที่ไม่เคยทำอะไรเลย
ไม่เคยที่ก้าวออกไปเพื่อเปลี่ยนแปลง
หรือพัฒนาตนให้ดีขึ้น จมปลักอยูกับวังวนเดิมๆ
เพราะฉะนั้นให้ก้าวออกไป พร้อมการเรียนรู้
รู้ที่ขณะแห่งปัจจุบัน เรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้น
ทั้งภายนอกภายใน ด้วยใจเป็นกลาง

ชั่วคราว สวยงามเสมอ
วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๒

รักให้เป็นไม่เป็นทุกข์

ธรรมะรับรุ่งอรุณ

ในวิถีแบบโลกๆ
เมื่อมีความรักต้องรักให้เป็น
รักให้เป็นไม่เป็นทุกข์
แต่เมื่อถูกความปรารถนาครองใจแล้ว
ย่อมหลีกเลี่ยงจากทุกข์ได้ยาก
รักด้วยความบริสุทธิ์ใจ
แค่ทำให้ใจของเรามีความสุข
แล้วเผื่อแผ่ความสุขนั้น
ออกไปสู่ภายนอก
ทั้งในแง่ของการกระทำและคำพูด
เมื่อเราทำให้ผู้อื่นมีสุขแล้ว
ใจเราก็มีสุข นี้จึงเป็น…รัก

ชั่วคราว สวยงามเสมอ
วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๒

มาอยู่กับสิ่งที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด

มาอยู่กับสิ่งที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด

ธรรมะรับรุ่งอรุณ

มีบางคนเหนื่อยล้าในใจ
รู้สึกเต็มทีกับจิตใจ
เป็นเพราะใจไม่เคยพักเลย
เที่ยววิ่งไปคิดเรื่องนู้นที เรื่องนี้ที
คิดวนไปวนมา จนลืมตัวเอง ลืมกาย ลืมใจ
ใจที่ไม่เคยพักนั้น ไม่มีกำลังไปทำอะไรหรอก
มีแต่ล้าๆ มัวๆ มึนๆ ทึบๆ ไม่อยากรับรู้เรื่องอะไร
ลองตั้งใจดูบ้าง มาอยู่กับสิ่งที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด
คือลมหายใจ คอยรู้ๆ เข้ารู้สึก ออกรู้สึก
ไม่ต้องไปสนใจเจริญปัญญาอะไร
เอาแค่ว่าให้รู้แต่ลมอย่างเดียว
เพื่อว่าถ้าจิตเป็นสมาธิมีความสงบตัวลงไป
ก็อาจพอได้พักจิตให้ได้มีกำลัง
ในการเผชิญกับวิบากที่ต้องรับในชีวิตนี้ต่อไป

ชั่วคราว สวยงามเสมอ
วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๒

เมื่อมีการถกเถียงกัน

เมื่อมีการถกเถียงกัน

ธรรมะรับรุ่งอรุณ

เมื่อมีการถกเถียงกัน

สังเกตว่า สีเทาก็จะเปลี่ยนเป็นสีขาว สีดำ เราขาว เขาดำ เราถูก เขาผิด เราดี เขาชั่ว เราสะอาด เขาสกปรก

เมื่อมีการถกเถียงเพื่อเอาชนะกัน ส่วนมากคนจะไม่ยอมรับความคิดที่ดีๆ ของฝ่ายตรงข้าม แล้วก็จะไม่ค่อยยอมรับข้อบกพร่องของตัวเอง มันจึงนำไปสู่ความขัดแย้งได้ง่าย อารมณ์เกิดขขึ้น …”

การที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันนั้น เราไม่ควรจะเรียกว่าขัดแย้ง ถ้ายังอยู่ในกรอบของศีลธรรม อยู่ในกรอบของความเคารพซึ่งกันและกัน…”

การที่เราต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับเรา ก็เป็นสิ่งที่ดีช่วยให้เราได้ดูตัวเอง รู้ตัวเอง ปรับปรุง แก้ไขความคิดของตัวเองได้

พระอาจารย์ชยสาโร
วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๒

พระพุทธรูปคอหัก

พระพุทธรูปคอหัก

ธรรมะรับรุ่งอรุณ

พระพุทธรูปคอหัก

บ่ายวันหนึ่งขณะที่หลวงปู่กำลังนั่งรถเข็ญออกตรวจบริเวณวัด พบชาย ๒-๓ คนกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่โคนต้นไม้หลังอุโบสถ

หลวงปู่ ; ทำอะไร โยม

โยม ; พวกกระผมเอาพระพุทธรูปมาปล่อย (ทิ้ง) ครับ

หลวงปู่ ; ทำไมเอาพระพุทธรูปมาปล่อยซะหล่ะ

โยม ; พระพุทธรูปสององค์นี้คอหักครับ พ่อว่าไม่ดีเลยให้เอามาปล่อย

หลวงปู่ ; อ้อ พระพุทธรูปคอหักไม่ดี เลยเอามาปล่อยวัด อะไรไม่ดีก็เอามาปล่อยวัด หมากัดเป็ดกัดไก่ ไก่ ๔ ขา หมา ๔ หู ต้นไม้ประหลาด ลูกบอกไม่ได้สอนไม่เอาก็ให้มาบวช แต่เวลาขอของดีต้องมาขอกับพระ มาหาพระมาหาของดี ที่ไม่ดีก็เอามาทิ้งวัด มาทิ้งให้เป็นภาระพระ

พระพุทธรูปคอหักคุณว่าไม่ดี เพราะคุณเข้าใจว่าไม่ดี ตอนไปบูชามาเสียเงินเสียทอง เอามากราบไว้บูชา ถือว่าดีว่าขลัง พอตกแตกคอหักคุณก็ว่าเป็นของอัปมงคล คนเราอยู่ด้วยกันรักกันชอบกัน พออีกคนตายหมดลมหายใจ ก็กลัวกัน สมมุติกันว่าเป็นผีก็พาลกลัวกันซะอีก

คุณเอ้ย ความเป็นพระไม่ได้อยู่ที่ก้อนอิฐก้อนดินดอกนะ ความเป็นคนก็ไม่ได้อยู่กับร่างกายสังขารดอกนะ ความเป็นพระอยู่ที่คุณงามความดีของพระองค์ ความเป็นคนก็อยู่ที่คุณงามความดีของเขา คุณสมมติว่าพระคอหักคือพระตายก็กลัวพระคอหัก คุณสมมติว่าคนหมดลมหายใจก็เป็นผีก็กลัวผี ถ้าความเป็นพระอยู่ที่ใจเรา พระนั้นถึงจะแตกจะหักก็น่ากราบน่าไหว้ ถ้าความเป็นคนอยู่ที่ความรักความผูกพันธ์ อยู่ในความดีของกันและกัน ถึงเขาหมดลมก็ยังน่าคิดถึงน่านับถือ ไม่น่ากลัว แต่คุณคิดว่าเมื่อเสกพระพุทธรูปแล้วท่านมีชีวิต มีความขลัง พอท่านคอหักก็คือท่านตาย ท่านหมดความขลังความศักดิ์สิทธิ์

ให้เข้าใจเสียใหม่
พระก็คือพระจะคอหักจะแตกจะบิ่นความเป็นพระก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เพราะพระก็คือพระ ความดีเป็นพระ ความที่พระองค์ทรงสั่งทรงสอนเป็นพระ ไม่ใช่ความเป็นอิฐเป็นดินเป็นพระ ถ้ามีความเชื่อความศรัทธาอย่างนี้ พระจะแตกจะหักเราก็ยังเก็บไว้ได้ ยังกราบได้ เข้าใจนะ

โยม ; แล้วจะให้พวกผมทำอย่างกับพระพุทธรูปคอหักนี้ครับ

หลวงปู่ ; ที่บ้านมีกาวไหม มีก็ทาติดให้เหมือนเดิมซะ

โยม ……………………………..

ธรรมะหลวงปู่ไดโนเสาร์
วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๒

ความเกลียดชัง

ธรรมะรับรุ่งอรุณ

“ความเกลียดชัง”

ไม่เคยแก้ปัญหาอะไรได้
มีแต่จะเพิ่มปัญหาทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น
เมื่อใดใจเราเกลียดชัง
เมื่อนั้นใจเราจะมืดมัวมาก
จะมองไม่เห็นสิ่งใดๆนอกจาก
สิ่งที่ตรงกับความเห็นตน

ให้เลือกกระทำสิ่งที่ถูกต้อง
แต่ต้องรู้ทันความเกลียดชัง
อย่างนี้จึงเรียกว่า “สันติ”
คือสงบทั้ง กายวาจาใจ

สงบในที่นี้ คือสงบจากการเบียดเบียน
อหิงสา คือตัวนี้ การรักษาใจตัวเอง
โดยรู้เท่าทันอกุศล เป็นสิ่งสำคัญนะ
เมื่อใดรู้ทัน กุศลก็มีทันที

ชั่วคราว สวยงามเสมอ
วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๒

ทุกข์ใจเพราะคาดเดาสิ่งที่คนอื่นนั้นคิดกับเราเช่นไร

ธรรมะรับรุ่งอรุณ

ธรรมะรับรุ่งอรุณ

บางครั้งเราทุกข์ใจ เพราะเราใช้ความคิดในการคาดเดาสิ่งที่คนอื่นนั้นคิดกับเราเช่นไร

มันเป็นเรื่องที่ง่าย ถ้าใครสักคนมาบอกเราว่าอย่าไปคิดสิ แต่ความจริงมันไม่ง่ายเช่นนั้น ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นกฏของธรรมชาติ มีซ้ายสุด ก็มีขวาสุด มีดี ก็มีร้าย มีเกิดขึ้น มีดับไป

เราเพียงแต่มองให้เห็นว่า ข้างในใจนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง มีสิ่งใดเกิดขึ้น ถามตัวเอง ฟังตัวเอง ไม่ต้องตัดสินตัวเอง

หลายๆ ทีที่เราชอบตัดสิน ความคิดของใครๆนั้นจริงๆแล้วเรา อาจกำลังไม่เคยฟังสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราเลย

หลายๆครั้ง หลายๆคราว เป็นแบบนี้อยู่ซ้ำๆ จนเราหลงผิดคิดไปว่า มีใครมากมายในโลกไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครเห็นในสิ่งที่อยู่ในใจเราตรงนั้น

ขอแค่ เราหยุดเร่ง หยุดการตัดสิน ปล่อยสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ ในหัว ให้เกิดขึ้นแล้วทำความเข้าใจ

เหมือนการแก้ใขโจทย์ อะไรสักอย่างที่เราไม่สามารถปัดออกไปได้ เป็นวิชาภาคบังคับให้เราต้องเรียนรู้ ไม่มีจำกัดเวลาไม่จำกัดกาล

เรียนรู้จนเป็นเพื่อนสนิทกับสิ่งเหล่านั้นในใจเรา แล้วสักวันไม่นานนักเราจะเลิกตัดสิน เลิกการก่นด่าตัวเอง เลิกการมองทุกอย่าง ด้วยความสับสน

ไม่ต้องท้อหรอก เรากำลังสู้ไปด้วยกัน เราเป็นเพื่อนเกิด เพื่อนแก่ และมีความตายเป็นที่ตั้งสุดท้ายเท่ากัน

ร่วมกันสร้าง ความเบิกบานในใจ ความสันติ ความสงบ จากใจเราเองก่อน ค่อยไปอย่างช้าๆ แต่เดินไปไม่ย่อท้อ เป็นกำลังใจให้แก่กันนะ

ชั่วคราว สวยงามเสมอ
วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๒

อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิดขึ้น

ธรรมะรับรุ่งอรุณ

อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิดขึ้น

จะพลักใสไล่ส่งไป ไม่ให้มันเกิดขึ้น
คงจะเป็นการสำคัญผิดไป
จะให้ทุกอย่าง หรือแม้ แต่บางอย่าง
บางเรื่องเป็นไปดั่งใจ

เป็นไปดั่งหวัง ดั่งที่ทุ่มเทไป ต้องได้ผลตอบกับมาแบบที่คิด แบบที่วาดวิมารไว้ใน กลุ่มก้อนจินตนาการของตนมันเป็นไปได้หรอ

ความเป็น จริง..มันไม่ได้เข้าข้างใคร
ไม่ว่าจะ คน สัตว์ สิ่งของ

แต่ความเป็นจริงเค้า อยู่ในรูปแบบ นั้น มีแต่ มนุษย์ผู้หลงผิดเท่านั้น ที่เข้าไปยึดว่า มันต้องเป็นแบบนี้สิ แบบนั้นมันไม่ใช่นะ

จึงทำให้ ชีวิตที่แสนจะธรรมดา วิ่งหาความหมายของ
ความมหัศจรรย์แห่งความคิด ของใครของมัน

มันจึงเกิด การทะเลาะ เห็นมุมต่าง ไม่เข้าใจ
แตกต่างกัน จบด้วย การแตกแยก
เนื่องจาก ความคิด ไม่เหมือนกัน

ถ้าเราวางหัวใจ ไว้ถูกที่ กันสักนิด
เราอาจจะ เข้าใจด้วยว่า เราก็แค่ “มนุษย์”
ผู้อหังการ์ ที่พยามๆจะ เปลี่ยนทุกๆช่วงเวลาให้เป็นไปดั่งใจ

ชั่วคราว สวยงามเสมอ
วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๒