๒๒ พ.ย. ๖๒, ๑๕:๓๗:๕๓ *

ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  ค้นหาขั้นสูง
  หน้าแรก   กระดานสนทนา   ช่วยเหลือ กฎ กติกา มารยาท เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: []   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วังนาคินทร์...ป่าคำชะโนด...เกาะลอยน้ำ...  (อ่าน ๙๕๙๔ ครั้ง)
๐ สมาชิก และ ๑ ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
กระเบนท้องน้ำ
ฉัฏฐะ
ลำดับสมาชิก: ๖๖๙๓

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๖ วัน, ๔ ชั่วโมง ๗ นาที

**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๗๖

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๕๒๐๕
  รับขอบคุณ: ๓๔๑๑


การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง


ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๑๓
ประสบการณ์: ๔๔%
พลังชีวิต: ๐%

krabentongnam2511@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: ๐๒ มิ.ย. ๕๓, ๑๖:๔๒:๒๑ »





ที่แห่งนี้คือป่าศักดิ์สิทธิ์ ป่าลี้ลับ ป่าอาถรรพ์ … และคือป่าที่มีตำนาน ที่ชาวไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชาวลาวให้ความนับถือ เพราะเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของเมืองนาคินทร์ และวังพญานาค ต้นตำนานแม่น้ำโขง เป็นป่าที่มีความน่าสนใจในแง่พฤกษศาสตร์ ที่โลกต้องทึ่ง!!! กับต้นคำชะโนดที่มีอายุนับหลายร้อยปี และมีอยู่ที่เดียว ณ ป่าคำชะโนด มีพื้นที่ราว 20 ไร่ ณ ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี คือ ที่ตั้งของ ป่าคำชะโนด ที่ตั้งตามลักษณะภูมิประเทศ เนื่องจากบริเวณนั้นมีต้นชะโนด (อยู่ในตระกูลเดียวกับปาล์ม คล้ายๆ ต้นตาล ต้นหมาก หรือไม่ก็ต้นมะพร้าว แต่สูงกว่า) ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น มองไปทางไหนก็เห็นแต่ทิวชะโนดสูงเด่นเป็นสง่า ปี 2520 เป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านได้ทำการสำรวจจำนวนต้นชะโนดในป่าแห่งนี้ มีอยู่ราว 2,000 กว่าต้น จนมาถึงปี 2544 ชาวบ้านสำรวจอีกครั้งพบว่าต้นชะโนดลดลงเหลือเพียง 1,865 ต้น ถึงกระนั้นที่นี่ยังคงความเย็นชื้นและให้บรรยากาศวังเวงเหมือนเดิม แต่ที่น่าแปลกใจคือ หากพ้นจากดงชะโนดแห่งนี้ไป ห่างกันแค่ไม่ถึง 300 เมตร ก็ไม่มีต้นชะโนดปรากฏให้เห็นแม้แต่ต้นเดียว นี่เองจึงทำให้ผืนดินราว 20 ไร่ ถูกตั้งฉายาให้เป็นป่าแห่งชะโนดขนานแท้ "เคยมีคนคิดเอาต้นชะโนดไปปลูกที่อื่นนะ แต่ไม่นานก็ต้องเอากลับมาคืนที่เดิม เพราะชีวิตการงานไม่ก้าวหน้า ชีวิตครอบครัวมีแต่ความเดือดร้อน ขนาดว่าแค่เอาเมล็ด หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง อาจจะเป็นใบแห้งๆ ออกจากป่า สุดท้ายต้องเอามาคืนกันหมด"

ทองอินทร์ ปักเสติ ชาวบ้านโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับป่าคำชะโนด กล่าว อย่างไรก็ตามผืนป่าแห่งนี้กลายเป็นสถานที่เลื่องชื่อชั่วข้ามคืน เพราะเรื่องเล่า "ผีจ้างหนังที่คำชะโนด" (คนอีสานเรียก ผีบังบด หรือเมืองลับแล ไม่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป นอกเสียจากว่าจะมีอะไรดลใจให้เห็น) …. โดยเมื่อปี พ.ศ.2532 ธงชัย แสงชัย เจ้าของบริษัทหนังเร่ดังกล่าว ได้เล่าว่า ตนเองถูกว่าจ้างจากใครคนหนึ่งให้ไปฉายหนังกลางแปลงที่งานวัด ที่หมู่บ้านวังทอง แถวป่าคำชะโนด ด้วยจำนวนเงิน 4,000 บาท แต่มีข้อแม้คือ ต้องฉายจบแค่ตี 4 ของวันใหม่ และให้ออกจากหมู่บ้านก่อนฟ้าสาง โดยห้ามหันหลังกลับมามอง... หลังจากที่วางเงินมัดจำเสร็จ เจ้าของหนังก็จัดแจงเตรียมของอุปกรณ์สัมภาระ ฟิล์มหนังที่จะนำไปฉาย ไปกับลูกน้องอีก 4 รวมเป็น 5 คน โดยขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อมีหลังคา ออกจากตัวจังหวัดบ่ายแก่ ๆ ขับรถเข้าไปแถวป่าคำชะโนดก็เริ่มมืด ยิ่งขับไปทางเส้นทางตามที่ผู้ว่าจ้างบอกก็ไม่เห็นว่าจะเจอหมู่บ้านหรือคนที่จะมารับ จึงนึกว่าหลงกัน ระหว่างจอดรถว่าจะย้อนกลับไปดีหรือไม่ ก็มีผู้หญิง 2 คนใส่ชุดดำมาร้องเรียกว่าจะนำไปที่วัด คนขับที่เป็นเจ้าของหนังก็รับขึ้นรถ แต่แกก็สงสัยว่า 2 คนนี้โผล่มาจากไหนในที่มืดๆ อย่างนี้ พาหนะอะไรก็ไม่มี เมื่อขับเข้าไปในหมู่บ้านก็ยิ่งให้ชวนสงสัยใหญ่ว่า ทำไมไม่มีเสียงลำโพงออกมาจากงานวัด ไม่มีเสียง หมอลำ หรือการละเล่นอะไรเลย พอไปถึงหมู่บ้านก็มีคนมารับ แต่แปลกว่าทุกคนจะใส่เสื้อสีขาวกับดำ ถ้าเป็นผู้ชายใส่ชุดขาว ผู้หญิงใส่ชุดดำแยกให้เห็นชัดเจนแม้แต่เด็ก แต่ที่แปลกทุกคนจะทาหน้าขาวหมดเหมือนใช้ครีมพอกหน้า





เมื่อถึงที่แล้วทุกคนก็เริ่มตั้งจอภาพยนตร์ เดินสายไฟ และเปิดเครื่องปั่นไฟ ระหว่างที่กำลังกุลีกุจอติดตั้งก็เริ่มเห็นผู้คนทยอยมานั่งดูหนัง แต่จะแยกชายหญิงชัดเจน ไม่นั่งรวมกัน และปกติของงานวัดจะต้องมีแม่ค้าแม่ขายมาขายน้ำ ขายถั่ว ขายปลาหมึกย่าง แต่ที่นี่กลับไม่มีแม่ค้าสักคน พอติดตั้งเสร็จก็เริ่มฉายหนัง หนังที่เอาไปฉายมี 4 เรื่อง เรื่องแรกเป็นหนังสงคราม เรื่องที่ 2 เป็นหนังตลกแอ็คชั่น เรื่องที่ 3 กับ 4 เป็นหนังผี ระหว่างฉายคนพากย์ก็พยายามพากย์ยิงมุกตลกๆ แต่ไม่มีใครหัวเราะหรือแสดงอารมณ์อย่างใดเลย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไปฉายที่ไหน คนก็จะหัวเราะตลอด จนเริ่มฉายเรื่องที่ 3 ที่เป็นหนังผี สังเกตท่าทางคนที่มาดูเริ่มตั้งใจดู ทั้งที่บรรยากาศตอนนั้นก็เที่ยงคืนดูน่ากลัวมากๆ ระหว่างนั้นทางเจ้าภาพก็จัดข้าวต้มถ้วยเล็กมาให้ทีมงานฉายหนังกินกัน ทางทีมงานเห็นแล้วก็ละเหี่ยใจ มีแต่ข้าวต้มซีดๆ กะเนื้อชิ้นเล็กๆ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ ทางทีมงานก็เลยกินกัน ปรากฎว่าเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดที่เคยกินกันมา หลังจากฉายหนังจบถึงตี 2 ผู้คนก็แยกย้ายกันกลับ แป๊บเดียวก็สลายไปหมด ไม่มีใครเหลืออยู่เลย ทางทีมงานก็เก็บอุปกรณ์ขึ้นรถ โดยมีผู้หญิงสองคนนั่งรถออกมาส่ง ก่อนจะร่ำลาก็จ่ายค่าจ้างที่เหลือซึ่งเป็นเงินเหรียญทั้งหมด

พอออกมาส่งถึงปากซอยผู้หญิงสองคนนั้นลงจากรถ พอรถออกตัวคนขับที่เป็นเจ้าของหนังกลางแปลงหันกลับมาดูก็ไม่เห็นผู้หญิง 2 คนนั้นแล้ว หลังจากกลับมาถึงบริษัท ธงชัย ก็เกิดความสงสัย จึงเช็คประวัติกับผู้ว่าจ้างที่ถ่ายเอกสารให้ตอนวางมัดจำ ก็พบตัวว่ามีชื่อนี้จริง แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เคยไปว่าจ้างใครไปฉายหนังตามวันและเวลาที่บอก เมื่อสงสัยจัดก็เลยสอบถามไปยังเจ้าอาวาสวัดที่เอาหนังไปฉาย ทางเจ้าอาวาสก็บอกว่าในวันนั้นที่วัดไม่ได้มีการจัดงานแต่อย่างใด แต่เจ้าอาวาสเล่าว่า ในคืนวันที่เจ้าของหนังมาบอกว่ามีการฉายหนัง ที่ป่าคำชะโนดจะมีเสียงซู่ๆ เหมือนกับมีพายุพัดเข้ามา ทั้งๆ ที่คืนนั้นไม่มีลมใหญ่พัดมาจากไหนเลย...
นอกจากจะมีเรื่องเล่าผีจ้างหนังที่ป่าคำชะโนดแล้ว ผืนป่าแห่งนี้ยังมีเรื่องน่าประหลาดอีกเรื่องคือ เวลาน้ำแล้งก็จะเห็นว่าดินเชื่อมต่อกันไม่มีอะไร แต่เวลาน้ำท่วม ที่ดินรอบๆ จะท่วมหมด แต่ปรากฏว่าป่านี้น้ำไม่ท่วม น้ำขึ้นสูงอย่างไรก็ไม่ท่วม ชาวบ้านจึงเชื่อว่า เกาะนี้ลอยน้ำได้






อีกหนึ่งเรื่องเล่าของป่าแห่งนี้ ซึ่งคนภายนอกฟังดูอาจคิดว่าเป็นเรื่องอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อหลอกให้คนกลัวกันเล่นๆ สำหรับชาวบ้านที่อยู่มานานนมกลับเชื่อสนิทใจ ไม่ใช่นิทานปรัมปรา หรือนิยายประโลมโลก แต่นั่นคือแรงศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อป่าอันลี้ลับและเต็มไปด้วยเรื่องเล่ามากมาย … ทองอินทร์ ปักเสติ ชาวบ้านโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับป่าคำชะโนด ได้ย้อนถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในป่าคำชะโนดว่า เดิมทีคนท้องถิ่นจะเรียกที่นี่ว่า "วังนาคินทร์คำชะโนด" ที่มาก็คือมีบ่อน้ำอยู่กลางดงชะโนด เป็นบ่อน้ำขนาดเล็กๆ แต่กลับมีน้ำซึมออกมาตามธรรมชาติตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าบ่อน้ำประทานมาให้โดยพญานาคที่อาศัยอยู่ในบริเวณผืนป่า สำหรับบ่อน้ำในป่าคำชะโนด ว่ากันว่าเป็นบ่อน้ำที่ความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก ชาวบ้านเชื่อกันอย่างนั้น มีหลายคนเคยลองอธิษฐานตรงหน้าบ่อน้ำก็ได้ตามประสงค์ บางคนเจ็บป่วยไปดื่มหรืออาบโรคร้ายก็หายเป็นปลิดทิ้ง สร้างความอัศจรรย์ใจยิ่งนัก แต่นั่นไม่ใช่ทุกคน อยู่ที่ความเชื่อมีมากน้อยแค่ไหน หลายคนไม่เชื่อแถมยังลบหลู่ ตักน้ำจากบ่อแล้วนำมาล้างเท้าแทนที่จะหายป่วยไข้กลับทุกข์ทรมานซ้ำหนักกว่าเดิม เช่นเดียวกับใครที่อยากจะเข้าไปสัมผัสป่าลี้ลับคำชะโนดก็ต้องสำรวมและปฏิบัติตามข้อ

ห้ามอื่นๆ เป็นต้นว่า ห้ามใส่รองเท้าทั่วทั้งบริเวณป่า หมวก แว่นตา ร่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ห้ามเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้คือการดูถูกดูหมิ่นต่อผู้ปกปักรักษาผืนดิน "แต่ก่อนห้ามใส่เสื้อสีแดงด้วย ไม่ได้เลยนะ ใครใส่เข้ามานี่เป็นเรื่อง อยู่ไม่ได้นานหรอก ต้องรีบออกไป ไม่รู้เพราะอะไร เหมือนท่านไม่ชอบ แต่พอหลวงปู่ (หลวงตาคำ สิริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดศรีสุทโธ วัดละแวกป่าคำชะโนด) ได้ทำพิธีขอยกเว้นตอนหลังก็ใส่ได้" ทองหล่อ ตลิ่งชัน กำนันตำบลวังทอง กล่าว ความเชื่อเรื่องพญานาคของคนที่นี่นั้นอาจไม่แตกต่างจากชาวหนองคายที่เชื่อว่าพญานาคมีจริง บั้งไฟพญานาคเกิดจากอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแห่งเมืองบาดาล ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ธรรมดาเหมือนเมื่อครั้งถูกนำเสนอผ่านหนัง รวมถึงสื่อทีวีบางช่องเมื่อหลายปีก่อนโน้น ชาวบ้านละแวกป่าคำชะโนดก็คล้ายกัน พวกเขาสร้างทางเดินที่เชื่อมจากโลกภายนอกกับผืนป่าอันศักดิ์สิทธิ์เข้าไว้ด้วยรูปปั้นพญานาค 2 ตัว 7 เศียร นอนเลื้อยยาวไปจนสุดทางเดินราว 300 เมตร เพื่อสะท้อนถึงพลังอำนาจและบารมีของพญานาคราช กระทั่งในวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ชาวบ้านก็มีความเชื่อว่าเป็นวันที่พญานาคจะขึ้นมาหายใจ ดวงไฟสีแดงที่ผุดกลางบ่อน้ำแล้วลอยขึ้นท้องฟ้า (คล้ายๆ กับบั้งไฟพญานาคผุดกลางลำน้ำโขงที่ จ.หนองคาย) นั่นละคือ ลมหายใจพญานาค โดยชาวบ้านเชื่อว่าใครเห็นจะเป็นบุญของชีวิตเลยทีเดียว





ตามตำนานกล่าวว่า เมืองชะโนด มี เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธ เป็นใหญ่ ครองเมืองหนองกระแสครึ่งหนึ่ง มีบริวาร 5,000 ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นของ สุวรรณนาค และมีบริวาร 5,000 เช่นกัน ทั้งสองฝ่ายอยู่ด้วยกันด้วยความรัก สามัคคี มีอะไรก็แบ่งกันกินเป็นเช่นนี้ตลอดมา จนอยู่มาวันหนึ่ง สุวรรณนาค พาบริวารออกไปล่าเนื้อหาอาหาร ได้ช้างมาเป็นอาหาร จึงได้แบ่งให้ สุทโธนาค ครึ่งหนึ่ง พร้อมกับนำขนช้างไปให้ดูเพื่อเป็นหลักฐาน ต่างฝ่ายต่างก็อิ่มหนำสำราญ และอยู่มาวันหนึ่ง สุวรรณนาค ก็ออกหาอาหารอีก ครั้งนี้ได้เม่นมาเป็นอาหาร จึงได้แบ่งให้สุทโธนาคไปครึ่งหนึ่ง พร้อมกับนำขนไปให้เพื่อเป็นหลักฐานเช่นเคย เม่นตัวนิดเดียวแต่ขนใหญ่ เมื่อแบ่งให้ สุทโธนาค ก็ไม่พอใจ เพราะพิจารณาดูแล้ว ขนาดขนยังใหญ่ขนาดนี้ แล้วตัวคงใหญ่กว่านี้แน่นอน จึงไม่รับเนื้อเม่น พร้อมกับส่งคืน สุวรรณนาค เห็นดังนั้นจึงไปชี้แจงให้ทราบ ขอให้รับไว้เป็นอาหาร และผลสุดท้าย

ทั้งสองจึงประกาศสงครามกัน สาเหตุที่เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งออกหาอาหาร อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องไม่ต้องออกไป เพราะกลัวว่าบริวารจะปะทะกันเมื่อประกาศสงครามกันขึ้น ต่างฝ่ายต่างก็ระดมไพร่พลบริวาร สงครามเกิดขึ้น ไม่มีฝ่ายไหนแพ้ ชนะ พญานาคทั้งสองรบกันอยู่เป็นเวลา 7 ปี ก็ไม่มีใครแพ้ ชนะ เพราะต่างฝ่ายต่างก็หวังครองหนองกระแสเพียงฝ่ายเดียว จนทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่รอบ ๆ หนองกระแสเกิดความเสียหาย เดือดร้อนไปตาม ๆ กัน พื้นโลกสะเทือนเกิดแผ่นดินไหว เทวดาต่างก็เดือดร้อนกันไปด้วยสามภพ ความเดือดร้อนทราบไปถึงพระอินทราธิราชผู้เป็นใหญ่ เทวดาทั้งหลายต่างก็พากันไปร้องทุกข์และเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้พระอินทร์ได้ทราบ ดังนั้นจึงได้หาวิธีให้พญานาคทั้งสองหยุดรบกัน เพื่อความสงบสุขของไตรภพ จึงได้เสด็จลงจากดาวดึงส์มายังเมืองมนุษย์โลก ที่หนองกระแส แล้วตรัสเป็นเทวราชโองการ ว่า "ให้ท่านทั้งสองหยุดรบกันเดี๋ยวนี้" การทำสงครามครั้งนี้ถือว่าเสมอกัน และให้หนองกระแสเป็นเขตปลอดสงคราม และให้พญานาคทั้งสองสร้างแม่น้ำคนละสาย จากหนองกระแส ใครสร้างถึงทะเลก่อนจะได้ปลาบึกไปไว้ในแม่น้ำแห่งนั้น และให้ถือเอาภูเขาพญาไฟเป็นเขตกั้นคนละฝ่าย ใครข้ามไปราวีรุกรานกันขอให้ไฟจากภูเขาไฟไหม้ฝ่ายนั้นเป็นจุลมหาจุลหลังจากพระอินทร์ตรัสเป็นเทวราชโองการเช่นนั้น สุทโธนาค พร้อมไพร่พลอพยพออกจากหนองกระแสสร้างแม่น้ำ

มุ่งไปทางทิศตะวันออกของหนองกระแส เมื่อถึงตรงไหนเป็นภูเขาก็คดโค้งไปตามภูเขา หรืออาจจะลอดภูเขาบ้างตามความยากง่ายในการสร้าง เพราะสุทโธนาคเป็นคนใจร้อน แม่น้ำนี้เรียกว่า "แม่น้ำโขง" คำว่า โขง มาจากคำว่า โค้ง ได้ถึงทะเลก่อนจึงได้เป็นผู้ชนะ ปลาบึกจึงอยู่แม่น่ำโขง ส่วนฝั่งลาวเรียกว่าแม่น้ำของ ฝ่าย สุวรรณนาค เมื่อได้รับเทวราชโองการก็พาบริวารไพร่พลออกจากหนองกระแส สร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศใต้ของหนองกระแส สุวรรณนาค เป็นคนตรงพิถีพิถันและยังเป็นผู้มีจิตใจเย็น การสร้างแม่น้ำจึงต้องทำให้ตรง แม่น้ำนี้เรียกว่า แม่น้ำน่าน แม่น้ำแห่งนี้จึงเป็นแม่น้ำที่ตรงกว่าแม่น้ำทุกสายในประเทศไทยการสร้างแม่น้ำแข่งขัน ปรากฏว่า สุทโธนาค สร้างแม่น้ำโขงเสร็จก่อนตามสัญญาของพระอินทร์ สุทโธนาค เป็นผู้ชนะ และปลาบึกจึงต้องไปอยู่แม่น้ำโขงแห่งเดียวในโลก จากนั้น สุทโธนาค จึงได้แผลงฤทธิ์เหาะไปเฝ้าพระอินทร์ ณ ดาวดึงส์ ทูลถามพระอินทร์ว่า "ตัวข้าเป็นชาติเชื้อพญานาค จะอยู่โลกมนุษย์นานเกินไปก็ไม่ได้" จึงได้ขอทางขึ้นลงระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองมนุษย์ เอาไว้ 3 แห่ง พร้อมกับทูลถามว่า "จะให้ครอบครองอยู่ตรงไหนแน่นอน" พระอินทร์ผู้เป็นใหญ่จึงอนุญาตให้มีรูพญานาคเอาไว้ 3 แห่ง คือ ที่ธาตุหลวง

นครเวียงจันทน์ ที่หนองคันแท และที่พรหมประกายโลก(คำชะโนด) ธาตุหลวงนครเวียงจันทน์ และหนองคันแท เป็นทางขึ้น-ลงของพญานาคเท่านั้น ส่วนพรหมประกายโลก คือที่พรหมได้กลิ่นไอดิน เมื่อพรหม เทวดา ลงมากินดินจนหมดฤทธิ์ กลายเป็นมนุษย์ แล้วให้สุทโธนาคไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่นั่น ซึ่งมีต้นชะโนดขึ้นเป็นสัญลักษณ์ ถือเป็นต้นไม้บรรพกาลให้สุทโธนาค และมีลักษณะ 31 วัน โดยข้างขึ้น 15 วัน ให้สุทโธนาคและบริวารกลายร่างเป็นมนุษย์ เรียกว่า "เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธ" มีวังนาคินทร์คำชะโนดเป็นถิ่น และอีก 15 วันข้างแรม ให้สุทโธนาคและบริวารกลายร่างเป็นนาค และเรียกชื่อว่า "พญานาคราชศรีสุทโธ" ให้อาศัยอยู่เมืองบาดาล
 
 
 
credit : hero
http://free-from.blogspot.com/
๓๘ สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: Tiger Number NINE, eakthai14, คนรักษ์พระ, butterfly, ~เสน่ห์ack01~, yout, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, ~@เสน่ห์เอ็ม@~, นันท์นภัส, Kingkhet, Lizm Club, bamisak, nayfertity, เร้กเก้อีสาน, สุวรรณปักษี, อภิรัตน์, kaitak, Ronaldo 2007, leaflet, salawit_sangsanit, ราหู, pepsi, Kitisin, toei_tain, peachsama, snowwhite, จันทร์หอมแช่ว่าน, KITTITUCH, เคจัง_เสน่ห์ล้านนา, Naraphat, เผ่าพงษ์พระกฤษณะ, touch_navara, zeroedge, tha_worn, ตามพรลิงค์, ทรงกลด, saken6009, trade

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

~เสน่ห์ack01~
ผู้คุมกฎ
ลำดับสมาชิก: ๒๓

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๕๙ วัน, ๒๓ ชั่วโมง ๒๑ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๕๓๓๕

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๒๖๐๕๘
  รับขอบคุณ: ๓๐๘๓๗


" ไม่เมาเหล้าแล้วเรายังเมารัก"


จังหวัด: นนทบุรี

ระดับความสามารถ: ๕๙
ประสบการณ์: ๔๘%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ๐๒ มิ.ย. ๕๓, ๒๐:๑๕:๒๐ »

ขอบคุณมากครับ อ่านเพลินเลยครับ..
๑๒ สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: yout, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, กระเบนท้องน้ำ, ~@เสน่ห์เอ็ม@~, Kingkhet, Lizm Club, nayfertity, Tiger Number NINE, สุวรรณปักษี, ราหู, snowwhite, saken6009

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


ทำบุญ วันคล้ายวันเกิด หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ
วันอาทิตย์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ 
yout
อัฏฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๒๑๕๕

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒๓ วัน, ๑๔ นาที

****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๑๗๔๒

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๙๗๘๒
  รับขอบคุณ: ๗๗๐๗



จังหวัด: นนทบุรี
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๓๓
ประสบการณ์: ๙๓%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ๐๒ มิ.ย. ๕๓, ๒๐:๒๗:๐๕ »

ขอคุณครับ.......... :114: ............
๑๑ สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, กระเบนท้องน้ำ, Kingkhet, Lizm Club, nayfertity, Tiger Number NINE, สุวรรณปักษี, ~@เสน่ห์เอ็ม@~, ราหู, snowwhite, saken6009

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Lizm Club
สัตตมะ
ลำดับสมาชิก: ๕๔๔๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๐ วัน, ๑๓ ชั่วโมง ๒๐ นาที

“The one thing you cannot teach a person is COMMON SENSE.”

***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: ๓๐๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๑๖๗๖
  รับขอบคุณ: ๑๙๐๙




ระดับความสามารถ: ๑๔
ประสบการณ์: ๒๓%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: ๐๓ มิ.ย. ๕๓, ๑๑:๓๙:๓๕ »

ขอบคุณค่ะ ได้สาระและความรู้อีกมากมาย................... 03; 03; 03;
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: nayfertity, Tiger Number NINE, สุวรรณปักษี, กระเบนท้องน้ำ, ~@เสน่ห์เอ็ม@~, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, ราหู, snowwhite, saken6009

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"ก่อนทีท่านจะว่าผู้อื่น ลองหันมองดูตัวเองก่อนเถิดว่าตัวเองนั้นเป็นเช่นไร ถ้าเราไม่ได้ดีกว่าเขาก็อย่าว่าเขาเลย".......
อภิรัตน์
สัตตมะ
ลำดับสมาชิก: ๗๕๓๒

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๑ วัน, ๗ ชั่วโมง ๒ นาที

เห็นรอยเท้าพ่อก้มลงดู เห็นรอยเท้าครูก้มลงกราบ

***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๖๙๒

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๕๕๑๘
  รับขอบคุณ: ๔๒๘๘



จังหวัด: ชลบุรี
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๑
ประสบการณ์: ๓๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: ๐๓ มิ.ย. ๕๓, ๑๔:๕๑:๐๕ »

ขอบคุณท่านกระเบนครับ เหมือนได้กลับไปเที่ยวบ้านเกิดอีกครั้ง
ปล.ผมเกิดที่อุดรฯ บ.หนังที่เอาไปฉาย ก็อยู่ใกล้บ้านผม ตอนนั้นผมอายุ 14~15 ปีครับ
ได้ยินเรื่องนี้ดังมากๆ ชุดที่เอาหนังไปฉายกลับมาเล่าให้แถวๆบ้านฟัง เชื่อครับ...ป่าคำชโนด..แดนศักดิ์สิทธิ์
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: กระเบนท้องน้ำ, ~@เสน่ห์เอ็ม@~, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, Tiger Number NINE, ราหู, snowwhite, salawit_sangsanit, saken6009

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ราหูอมจันทร์
ปัญจมะ
ลำดับสมาชิก: ๑๓๔๓

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๓ วัน, ๖ ชั่วโมง ๔๔ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๖๘

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว:
  รับขอบคุณ: ๔๖๑



จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: New Zealand


ระดับความสามารถ: ๖
ประสบการณ์: ๖๕%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: ๐๓ มิ.ย. ๕๓, ๑๕:๓๕:๔๕ »

ขอบคุณท่านกระเบนครับ เหมือนได้กลับไปเที่ยวบ้านเกิดอีกครั้ง
ปล.ผมเกิดที่อุดรฯ บ.หนังที่เอาไปฉาย ก็อยู่ใกล้บ้านผม ตอนนั้นผมอายุ 14~15 ปีครับ
ได้ยินเรื่องนี้ดังมากๆ ชุดที่เอาหนังไปฉายกลับมาเล่าให้แถวๆบ้านฟัง เชื่อครับ...ป่าคำชโนด..แดนศักดิ์สิทธิ์

อยากรู้จักเป็นการส่วนตัวจังเลย
น้องก้อเป็นคนอ.บ้านดุงเหมียนกัน
แต่ทำงานที่กรุงเทพฯ อิอิ
คนบ้านเดียวกันแถมมีใจรักและศรัทธาเหมียนกัน
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: กระเบนท้องน้ำ, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, Tiger Number NINE, snowwhite, saken6009

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ทุกอย่างในโลกล้วนอนิจจังงงงงงง
salawit_sangsanit
สัตตมะ
ลำดับสมาชิก: ๔๔๗๔

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๐ วัน, ๑๑ ชั่วโมง ๘ นาที

กายะวาจะจิตตัง อะหังวันทา พระยาภุชงค์ นาคราชเจ้า วิสุทธิเทวา ปูเชมิ

***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๗๕

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๒๖๔๖
  รับขอบคุณ: ๑๖๑๐



จังหวัด: สมุทรปราการ
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๑๓
ประสบการณ์: ๔๑%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: ๐๔ มิ.ย. ๕๓, ๐๖:๐๒:๕๘ »

ขอบคุณครับที่นำสิ่งดีๆมานำเสนอที่แปลกแต่จริงสมอ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, กระเบนท้องน้ำ, Tiger Number NINE, snowwhite, saken6009

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

C:\Documents and Settings\user\Desktop\100_0014.JPG
~เสน่ห์ต้นน้ำ~
ผู้คุมกฎ
ลำดับสมาชิก: ๘๗๘

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๔๐ วัน, ๑๘ ชั่วโมง ๓๐ นาที

ลูกบางพระ

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๓๒๔๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๗๓๖๕
  รับขอบคุณ: ๑๖๗๗๗


แก้งค์ ศาลา ชาติ ศาสน์ กษัตริย์


จังหวัด: นครปฐม
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๔๖
ประสบการณ์: ๓๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: ๐๔ มิ.ย. ๕๓, ๐๙:๐๒:๔๑ »

เยี่ยม อ่านเพลินเลยครับ ชีวิตนี้อยากไปสัมผัสสักครั้งหนึ่ง

ขอบคุณพี่กระเบนท้องน้ำนะจ๊ะ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: กระเบนท้องน้ำ, Tiger Number NINE, ราหู, salawit_sangsanit, Lizm Club, snowwhite, saken6009

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
tonpai (สำเหร่)
จตุตถะ
ลำดับสมาชิก: ๒๗๑

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๗ ชั่วโมง ๒๘ นาที

****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: ๔๗

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๑
  รับขอบคุณ: ๑๙๗


เย็นศิระ เพราะพระบริบาล


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๕
ประสบการณ์: ๕๓%
พลังชีวิต: ๐%

tonpai_mok@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: ๐๔ มิ.ย. ๕๓, ๐๙:๐๖:๑๘ »

เรื่องนี้มีจริง ๆนะ เพราะป้าของเราไปราชการตรวจโรงเรียนที่จังหวัดนั้น ผู้ใหญ่ทางจังหวัดพาไปชมก่อนไป กำชับว่าห้ามพูดว่าอยากอยู่ที่นี่ เพราะว่าถ้าพูดจะได้อยู่ที่นี่ตลอดไป พระเทพท่านก็ทรงเสด็จไปที่นั้นนะ ศักดิ์สิทธิ์ใหมละ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: กระเบนท้องน้ำ, Tiger Number NINE, pepsi, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, snowwhite, salawit_sangsanit, saken6009

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ๐๔ มิ.ย. ๕๓, ๐๙:๐๖:๕๓ โดย tonpai (สำเหร่) » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
pepsi
ปัญจมะ
ลำดับสมาชิก: ๘๖๔๗

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๔ วัน, ๒๑ ชั่วโมง ๕๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๓๒๕

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๒๐๔๖
  รับขอบคุณ: ๓๐๙๘


ทําดี คิดดี พูดดี


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๑๔
ประสบการณ์: ๕๙%
พลังชีวิต: ๐.๑%


sansern phantana pepsi5510
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: ๐๗ มิ.ย. ๕๓, ๐๗:๔๑:๐๕ »

ขอบคุณครับ ผมไปอุดรฯบ่อยมาก แต่ไม่เคยแวะเลย
เที่ยวหน้าต้องแวะไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แน่ๆ...
ขอบคุณอีกครั้ง ครับ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: กระเบนท้องน้ำ, snowwhite, saken6009

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

กาลเวลาเป็นเครื่องชี้ตัวตนแห่งคน
andamanpooh
ปัญจมะ
ลำดับสมาชิก: ๘๕๔๐

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑ วัน, ๑๗ ชั่วโมง ๔๐ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: ๗๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๖๙
  รับขอบคุณ: ๒๔๐


เชื่อมั่น ศรัทธา กตัญญู


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๖
ประสบการณ์: ๙๐%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: ๑๔ ส.ค. ๕๓, ๑๖:๔๐:๑๕ »

ขอแจมด้วยคนค่ะ ตอนปีพ.ศ. ๒๕๔๓ ครอบครัวปูได้ย้ายไปค้าขายที่ อ.บ้านดุง
ก็ได้มีโอกาสไปชมมา บรรยากาศในนั้นร่มรื่น เงียบสงบและแฝงความวังเวงไว้อย่างมากด้วย
และได้ดื่มน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วยค่ะ แต่ไม่ได้อธิษฐานหรือขออะไรเพราะยังเด็ก 14; 21;
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, saken6009, กระเบนท้องน้ำ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Guffy.gof
จตุตถะ
ลำดับสมาชิก: ๙๓๔๒

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒๓ ชั่วโมง ๑๕ นาที

****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๑๒

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๗
  รับขอบคุณ: ๖๓



ระดับความสามารถ: ๒
ประสบการณ์: ๘๘%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: ๒๘ ส.ค. ๕๓, ๐๑:๓๐:๔๕ »

ขอบคุณครับ อ่านเพลินดี
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, กระเบนท้องน้ำ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
touch_navara
นวมะ
ลำดับสมาชิก: ๘๒๕๒

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๓๗ วัน, ๒๑ ชั่วโมง ๑๗ นาที

"นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา"

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๕๕๘

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๘๘๕๔
  รับขอบคุณ: ๒๘๙๔


"ก่อนที่จะตัดสินผู้อื่น ให้ดูตัวท่านเองเสียก่อน"


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๑๙
ประสบการณ์: ๑๕%
พลังชีวิต: ๐%

touch_navara_175@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: ๒๘ ส.ค. ๕๓, ๑๓:๓๘:๔๖ »

อ่านซะเพลินเลยครับ แต่น่าจะมีอีกนะครับ ชอบอ่านครับ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, กระเบนท้องน้ำ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ศิษย์วัดบางพระครับ

คำขวัญจังหวัดนครสวรรค์ "เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ"
tha_worn
ปัญจมะ
ลำดับสมาชิก: ๙๔๘๗

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๓ วัน, ๕ ชั่วโมง ๓๗ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๒๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๑๘
  รับขอบคุณ: ๑๔๕



ระดับความสามารถ: ๓
ประสบการณ์: ๙๑%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: ๒๙ ส.ค. ๕๓, ๒๓:๑๒:๑๑ »

ขอบคุณครับ เคยอ่านในหนังสือพระแต่ไม่ละเอียดขนาดนี้
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, กระเบนท้องน้ำ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: []   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

MySQL | XHTML | PHP | CSS! | Bp.Or.Th

SMF 1.1.21.|Simple Machines.|SiamNakhon.com.