คาถาหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ 28 บท

(1/2) > >>

ทรงกลด:
คาถาหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

1 พระพุทธคาถา
2 คาถาพระปัจเจกพระพุทธเจ้า
3 คาถาอภิญญารวม
4 คาถารวมจิต
5 คาถาปราโมทย์
6 คาถาพระนิพพานนิมิต
7 คาถาขีณาสวานิตยา และนิพพานสุขัง
8 คาถาเรียกจิตคน
9 คาถาสนองกลับผู้กระทำไสยศาสตร์
10 คาถาป้องกันคุณไสย และกันยาพิษ ยาสั่ง
11 คาถากำบังตัว
12 คาถากันฟ้าผ่า
13 คาถาสมเด็จพระพุทธกัสสป
14 คาถาพระอินทร์
15 คาถาพระยายม
16 พุทธคาถา
17 คาถาเมตตา
18 คาถาสมเด็จประทาน
19 คาถาพระโมคคัลลานะ ประทาน
20 คาถาท่านท้าวเวสสุวัณ
21 คาถาป้องกันอันตราย
22 คาถานวด
23 เสกของขายภายในร้าน
24 คาถาให้สารภาพ
25 คาถาท่านท้าวมหาราชทั้ง 4
26 คาถาสมเด็จพระพุทธกัสสป
27 คาถาโรยทราย (นะจังงัง)
28 คาถาเสกขี้ผึ้งสีปาก เมตตามหานิยม

http://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A4%E0%B9%85%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B3#.E0.B8.84.E0.B8.B2.E0.B8.96.E0.B8.B2.E0.B8.9E.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.9B.E0.B8.B1.E0.B8.88.E0.B9.80.E0.B8.88.E0.B8.81.E0.B8.9E.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.9E.E0.B8.B8.E0.B8.97.E0.B8.98.E0.B9.80.E0.B8.88.E0.B9.89.E0.B8.B2

ทรงกลด:
พระพุทธคาถา

สัมมาสัมพุทธัสสะ พระอะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ
สวดทุกคืน คืนละ 7 จบ
อานุภาพคาถามีดังนี้
ศัตรูจะพินาศไปเองเมื่อคิดประทุษร้าย
จะเกิดผลในด้านมงคลทุกประการตามที่ปรารถนา
จะสามารถเห็นได้แจ่มแจ้งด้วยญาณ เห็นได้ชัดเจนทุกประการ และทุกขณะที่ประสงค์จะเห็น
เป่าให้ศิษย์ผู้เรียนทิพยจักขุญาณ และเรียนไปปรโลกได้ มีญาณเครื่องเห็นแจ่มใส

คาถาพระปัจเจกพระพุทธเจ้า

ตั้งนะโมฯ 3 จบก่อนแล้ว นมัสการสรณคมณ์ (พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆังสรณัง คัจฉามิ) แล้วให้สมาทานศีล 5 (ปาณา ฯลฯ สุราเมระยะฯ )แล้วจึงท่อง พุทธะ มะ อะ อุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม
สวดเช้าเย็น ครั้งละ 9 จบ จะทำให้มีความคล่องตัวในความเป็นอยู่ เงินไม่ขาดมือ.

คาถาอภิญญารวม

โสตัตตะภิญญา

คาถารวมจิต

อิติ สัมมาสัมพุทธัสสะ มะมะ จิตตัง

คาถาปราโมทย์

ปราโมทย์

คาถาพระนิพพานนิมิต

นิมิตจิตติ นิมิตจิตตา นิพพานจิตติ นิพพานจิตตา

คาถาขีณาสวานิตยา และนิพพานสุขัง

ขีณาสวานิตยา และนิพพานสุขัง

คาถาเรียกจิตคน

จิตตะ มหาจิตตัง ปิยัง มะมะ (เรียกจิตคนสำหรับเทศน์ อบรม สนทนา ทำให้ใจคนน้อมมาหา)

คาถาสนองกลับผู้กระทำไสยศาสตร์

สัมปจิตฉามิ

คาถาป้องกันคุณไสย และกันยาพิษ ยาสั่ง

เมสัมมุขา สัพพาหะระติ เตสัมมุขา

คาถากำบังตัว

สัมปะติจฉามิ

คาถากันฟ้าผ่า

อากาเสจะ พุทธทิปังกะโร นะโมพุทธามะ

คาถาสมเด็จพระพุทธกัสสป

๑ พุทธัง มัดจิต ธัมมัง มัดใจ ศัตรูทั้งหลาย วินาศสันติ
๒ พุทธัง มัดจิต ธัมมัง มัดใจ โรคภัยทั้งหลาย วินาศสันติ
๓ ฆะเตสิ ฆะเตสิ กิงกะระณัง ฆะเตสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานามิ

หลวงพ่อบอกคาถาบทนี้ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๒๐ คาถาบทนี้ ท้าวเวสสุวัณให้มา ท่านบอกว่าให้สวดมนต์ไว้ทุกคืน ก่อนอื่นให้ระลักถึงบารมีของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ อันมีสมเด็จพระพุทธกัสสปทรงเป็นประธาน เพราะท่านเป็นเจ้าของถาถานี้
พุทธัง มัดจิต ธัมมัง มัดใจ ศัตรูทั้งหลาย วินาศสันติ
พุทธัง มัดจิต ธัมมัง มัดใจ โรคภัยทั้งหลาย วินาศสันติ
ในบรรทัดที่ ๒ นี้รักษาโรค ท่านบอกว่าเสกน้ำให้กิน เสกอะไรให้กิน เสกข้าวให้กินก็ได้นะ แม้แต่ยาพิษมันก็สลายตัว อีกบทหนึ่งเป็นของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน
ฆะเตสิ ฆะเตสิ กิงกะระณัง ฆะเตสิ อะหังปิตัง ชานามิ ชานา
ทั้งสามบทนี้ท่านให้สวดพร้อมกันเลย เวลาฉันข้าวก็เสก กลางคืนก็ให้ภาวนาไว้นะ ภาวนาไว้สักครู่ เช้าเย็นอะไรนี่นะ ท่านบอกว่าศัตรูจะพินาศไปเอง สำหรับบทหลังศัตรูทำอะไรไม่ได้ จะทำอะไรแล้วเราจะต้องรู้อยู่เสมอ บทกลางนะทำลายโรค ได้ทำลายโรคนี่ดีใช่ไหม เสกข้าวนะ ข้างที่เราจะฉัน เสกซะหมด และคนอื่นกินก็เป็นยาไปหมด ให้เป็นยาสำรับคนอื่นด้วยนะ ดีไหม ถ้าเห็นว่าดี ถ้าคุณจะให้รักษานี่นะ ถ้าจะใช้รักษาโรค คุณจะต้องหาดอกบัวมา ๓ ดอด ธูป ๕ ดอก เทียน ๑ เล่ม บูชาขอต่อพระพุทธรูป (ผมเข้าใจว่า ถ้าไม่นำสิ่งที่ให้นำมาผลกรรม โรค นั้นจะตกที่คนรักษา)
ถ้าใครต้องการจะให้เรารักษา ต้องบังคับให้เขาเอาดอกบัวมา ๓ ดอกนะ ธูป ๕ เทียน ๑ เสกน้ำมนต์ เสกอะไร อะไรให้กินได้ นั่งทำก็ได้ นอนก็ได้ ภาวนาให้เป็นฌานเป็นฌานในกรรมฐานภายในตัวเสร็จ อย่าลืมนะ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เกาก็ได้ผลเท่ากันเป็นฌาน

คาถาพระอินทร์

สหัสสเนตโต เทวินโท ทิพจักขุง วิโสทายิ
(ใช้กับการเรียน ให้อ่านหนังสือแล้วจำได้ ทำข้อสอบได้)

ทรงกลด:
คาถาพระยายม

นะโมพุทธายะ

พุทธคาถา

มหาวิชโย โหหิ อสังวาโส
(ภาวนากันอันตรายทุกอย่าง ผู้คิดร้าย จะย่อยยับไปเอง เป็นมหามงคลทุกอย่าง)

คาถาเมตตา

พระอรหัง สุคโต ภควา นะเมตตาจิต
(คาถาบทนี้ หลวงพ่อบอกว่าให้ใช้เวลาไปติดต่อผู้อื่น เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยก่อนจะออกจากบ้าน ให้นึกใบหน้าของผู้ที่เราจะไปหาก่อน แล้วภาวนาคาถาบทนี้ไปด้วย เมื่อไปพบแล้วจะสำเร็จผลตามที่ต้องการ
คาถาบทนี้หลวงพ่อท่านบอกว่าเป็นคาถาของ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ภูเก็ต)
[แก้ไข]คาถาสมเด็จประทาน

มหาโคตมะ ปาทะเกหิ จะ อปาทะเกหิ เม เมตตัง เมตตัง
(เสกของต่างๆ ให้มนุษย์ จะได้มีจิตเมตตาต่อกัน เสกอะไรก็ได้)

คาถาพระโมคคัลลานะ ประทาน

1.อิติ สุกขติ สุกขโต
(ทำน้ำมนต์ให้คนอยู่ในบ้าน จะได้รับความเมตตาเป็นพิเศษ)
2.อิติ สุคติ สุคโต
(ทำน้ำมนต์ให้คนเดินทาง จะประสบผลสมประสงค์และปลอดภัยทุกประการ)

คาถาท่านท้าวเวสสุวัณ

พยัคฆา พยัคฆัง มานี่ให้หมด
(เป็นคาถาภาวนาให้คนมารวมกัน อธิษฐานเอาตามใจ ภาวนาเรียกเสกแป้ง สีผึ้งก็ได้)

คาถาป้องกันอันตราย

รูปพระพุธโธ โหหิ
(ภาวนาคาถานี้ เสกน้ำลายกลืนลงไปก่อนออกจากบ้าน ท่านกล่าวว่า แม้ปืนก็ยิงไม่ออก)

คาถานวด

อิมัสมิงมาเล อิมังเต มาสัง วัสสัง อุเปมิ
(นึกถึงพระรัตนตรัยก่อนว่าคาถา แล้วให้ภาวนาเรื่อยไปขณะนวด)

เสกของขายภายในร้าน

นะมะนะอะ นอกอนะกะ กอออนออะ นะอะกะอัง อุมิอะมิ มหิสุตัง สุนะพุทธัง สุอะนะอะ

คาถาให้สารภาพ

กัณหัง อเสนโต อเทสยิ
(บอกความจริงให้หมด)

คาถาท่านท้าวมหาราชทั้ง 4

อิติ สัมมาสัมพุทธัสสะ พระอรหังรักษา
(ท่านบอกว่าท่องคาถาบทนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวอันตราย)

คาถาสมเด็จพระพุทธกัสสป

จิเจตะสา มหามันตัง
(สอนให้ทำน้ำมนต์ ใช้การทุกอย่างสวัสดี เป็นมหาเมตตา และทำลายโชคร้ายทั้งหมด ให้กลายเป็นดี รักษาโรคทั้งหมด ตามแต่จะอธิษฐาน)

คาถาโรยทราย (นะจังงัง)

นะโม พุทธายะ (ว่า 1 จบ)
อิติ ศัตรู ยามาคะตา(โรยไปว่าไป)
(ป้องกันศัตรู)

คาถาเสกขี้ผึ้งสีปาก เมตตามหานิยม

(คาถาพระพุทธกัสสป)
นาสังสิโม ปาสุอุชา10รอบ

ทรงกลด:
เพิ่มเติมจากเวป
http://www.palungjit.com/smati/books/index.php?cat=288


                         คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า

         คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้านี้ หลวงพ่อปานได้เรียนมาจากครูผึ้ง อายุ ๙๙ ปี เป็นคาถา
ให้คุณทางลาภผล และเป็นฌานสมาบัติ มีคุณเป็นทิพยจักษุญาณด้วย และยกฐานะของผู้ปฏิบัติ
ไม่ให้ขัดสนยากจนด้วย ศิษย์ของหลวงพ่อปานได้ฝึกคาถานี้ มีฐานะมั่นคงหลายสิบอย่าง ที่รู้จัก
กันมากก็คือ นายประยงค์ ตั้งตรงจิต เจ้าของห้างขายยาตราใบโพธิ์ ท่าเตียน จังหวัด
พระนคร เคยสนทนากับนายประยงค์ ท่านนายห้างบอกถึงวิธีปฏิบัติเกิดผลมหาศาล ท่านเล่า
ให้ฟังดังต่อไปนี้

ปฏิปทาของนายประยงค์
         ๑. ทุกเช้าเย็น ท่านสวดมนต์และว่าคาถานี้ต่อหน้าพระพุทธรูปคราวละ ๙ จบทุก
เช้าเย็น
         ๒. เมื่อสวดคาถานี้แล้ว ท่านนั่งภาวนาคาถานี้จนสบายใจทุกวัน คือตั้งเวลาไว้
ประมาณครึ่งชั่วโมง ทำจนจิตเป็นสมาธิ พอสบายใจแล้วก็ไปทำงานตอนเช้า หรือพักผ่อน
ในตอนค่ำ
         ๓. ใส่บาตรทุกเช้า ก่อนใส่บาตรท่านว่าคาถานี้ ๙ จบ ก่อนใส่บาตร ถ้าวันใดไม่มี
พระมาบิณฑบาต ท่านใช้เก็บเงินไว้แทนการใส่บาตร ตามแบบที่หลวงพ่อปานสอน ท่านให้
เก็บข้าวสารหรือเงินก็ได้เอาไว้แทนการใส่บาตร ก่อนเก็บว่าคาถานี้ ๙ จบ เหมือนก่อนใส่
บาตรวันต่อไปให้เอาไปถวายพระเป็นค่าภัตตาหาร
         ๔. ก่อนเอาเงินเก็บตอนเย็น หรือก่อนเอาเงินออกใช้ตอนเช้า ท่านว่าคาถานี้ ๙ จบ
คือขณะที่เก็บเงินนั้น ให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยแล้วว่าคาถา ๙ จบ จึงเอาเงินเก็บในที่
เก็บตอนเช้าก่อนเอาเงินออกใช้ เมื่อจับเงินแล้ว ยังไม่นำออก ว่าคาถานี้ ๙ จบ แล้วนำเงิน
ออก
         ท่านบอกว่า ท่านทำอย่างนี้เป็นปกติ จนกลายเป็นคนมีเงินมีทองมากมาย ทำบุญด้วย
จำนวนเงินหลายสิบล้าน หายากนักที่จะมีผู้ศรัทธาเสมอท่าน คาถานี้ว่าดังนี้
         พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ (บทนี้ว่าเที่ยวเดียว)
         วิระธะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ
        มานี มามะ พุทธัสสะ สวาโหม ฯ
                            (คาถานี้มีเพียงเท่านี้)

ทรงกลด:
เมฆจิต ของท่านอาจารย์เกษม

         เมฆจิต หรือ ทิพยจักษุญาณของท่านอาจารย์เกษมนี้ เป็นแบบปฏิบัติที่ให้ผลง่าย ๆ
มีมากรายที่ฝึกตามแบบนี้แล้วได้รับผลเบื้องต้นภายใน ๗ วัน บ้าง ๑๕ วันบ้าง แต่ที่ไม่ได้เรื่อง
ก็ไม่น้อยเหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่แก่ความฉลาดและความกล้าของแต่ละบุคคล ที่ท่านทำได้ง่าย ๆ
นั้น ท่านเหล่านั้นเล่าให้ฟังว่า ท่านทำดังนี้
         ท่านเริ่มทำสมาธิด้วยการกำหนดนิมิตอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น รูปพระพุทธเป็นต้น แล้ว
ภาวนาคาถาบริกรรมไปด้วย กำหนดรูปด้วย วันหนึ่ง หรือคราวหนึ่ง ท่านไม่เอามาก ใช้เวลา
คราวละ ๕ นาที บังคับว่าคาถาให้ครบถ้วน พร้อมด้วยกำหนดให้เห็นรูปไปด้วย ถ้าจิตพลาด
นิดหนึ่งท่านตั้งต้นเวลาใหม่ ท่านทำอย่างนี้เพื่อบังคับอารมณ์ตนเอง เพื่อไม่ให้จิตส่ายไปใน
อารมณ์ภายนอกแล้วทดลองความรู้จากอารมณ์ คือ กำหนดรู้ทางใจ โดยกำหนดรู้เรื่องราว
ต่าง ๆ ตามที่จะหาได้ เช่น เห็นรถแล่นมาแต่ไกลก็กำหนดจิตเพื่อรู้ว่า คนในรถมีกี่คน เป็น
ชายเท่าไร หญิงเท่าไร แล้วเชื่ออารมณ์ที่รู้อารมณ์แรกโดยจิตคิดว่า มีคนกี่คน หญิงกี่คน
ชายกี่คน ก็เชื่อตามอารมณ์แรก ความรู้นั้นจะถูกต้องตามความเป็นจริงเสมอเป็นวิชชาฝึก
ทิพยจักษุญาณระยะต้นดีมาก คาถาภาวนาว่าดังต่อไปนี้

                                คาถาเมฆจิต

                    พุทธัง เมฆะนิมิตต์ จิตตัง มะอะอุ
                  ธัมมัง เมฆะนิมิตต์ จิตตัง อุอะมะ
                  สังฆัง เมฆะนิมิตต์ จิตตัง อะมะอุ
                         (คาถาของท่านมีเท่านี้)
         
                     ฝึกทิพยจักษุญาณแบบโบราณ

         ท่านวางแบบของท่านไว้ว่า ให้จัดธูป ๗ ดอก เทียนหนัก ๑ บาท ๗ เล่ม ดอกไม้
๗ กระทง ข้าวตอก ๗ กระทง บาตรใส่น้ำเต็ม ๑ ใบ ท่านให้ภาวนาด้วยคาถานี้ตามแต่
จะสบาย

                                    คาถาภาวนา

         นะมะพะทะ พุทโธ โลกทีปัง อาโลกกสิณัง วิโสธายิ
                   ธัมโม โลกทีปัง อาโลกกสิณัง วิโสธายิ
                   สังโฆ โลกทีปัง อาโลกกสิณัง วิโสธายิ
         เมื่อภาวนาจนจุใจแล้ว ท่านให้เอาน้ำมนต์ในบาตรนั้นอาบทุก ๆ วัน ตามตำราท่านว่า
ทำอย่างนี้ ๗ วัน ของท่านได้ทิพยจักษุญาณ จงรักษาสมาธิให้ดี ดูของท่านแล้วก็อาโลกกสิณ
ดี ๆ นั่นเอง ถ้าว่าคาถาเป็นนกแก้วนกขุนทองไม่มีหวังแน่ ต้องตั้งอารมณ์ตามแบบกสิณ มี
หวังแน่ตามที่ท่านบอกไว้

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป