๑๘ ต.ค. ๖๒, ๒๒:๐๐:๐๕ *

ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  ค้นหาขั้นสูง
  หน้าแรก   กระดานสนทนา   ช่วยเหลือ กฎ กติกา มารยาท เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: []   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผีพราย....ประจำคลองประปา  (อ่าน ๑๑๘๔๖ ครั้ง)
๐ สมาชิก และ ๑ ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ๐๙ มิ.ย. ๕๔, ๒๒:๐๘:๓๑ »

ผีพราย....ประจำคลองประปา 1/2

 หลังจากที่ผมเกษียณอายุราชการได้ไม่นาน  ผมก็พาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่   ตอนนี้ก็เกือบ 2 ปีแล้วหล่ะ  แต่ทุกวันนี้ผมยังไม่เคยลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว  สมัยที่ผมเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ  และสอบเข้ารับราชการที่หน่วยงานแห่งหนึ่งย่านสามเสนได้   ผมกับเพื่อนก็เลยมาเช่าห้องอยู่ใกล้ๆที่ทำงาน  ก็ย่านริมคลองประปานั่นแหละ
 
                พูดถึงคลองประปาขึ้นมาทีไร  ผมก็อดที่จะขนลุกไม่ได้  เพราะอะไรน่ะเหรอ  ก็ประสบการณ์สยองขวัญที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อจากนี้  มันเกิดขึ้นที่นี่นั่นเองคนกรุงเทพฯในสมัยก่อนรู้จักคลองประปาเป็นอย่างดี  เพราะนอกจากจะเป็นคลองระบายน้ำแล้ว     คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่ยังใช้น้ำบริเวณนี้ในการหุงหาอาหาร  ดื่มกิน  และใช้ชำระล้างร่างกายอีกด้วย  ทั้งที่สมัยก่อน เจ้าหน้าที่ของทางราชการจะนำป้ายมาปักไว้   ไม่ให้ลงไปเล่นน้ำในบริเวณคลองประปา  แต่ทว่าก็ยังมีคนที่ฝ่าฝืนลงไปว่ายน้ำเล่นอยู่ดี
 
               เหตุที่เจ้าหน้าที่เขาห้ามไม่ให้ประชาชนลงไปเล่นน้ำบริเวณนี้  เพราะว่ามีข่าวออกมาว่าบริเวณมีคนประสบอุบัติเหตุจมน้ำตายเป็นจำนวนมาก  ดังนั้นเขาคงกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกหล่ะมั๊ง  ช่วงแรกๆที่เจ้าหน้าที่เขาเอาป้ายไปปักไว้  ผมก็เห็นว่าไม่ค่อยมีใครลงไปเล่นน้ำบริเวณนั้นเท่าไหร่  แต่พอนานไปก็เริ่มไม่มีใครสนใจป้ายประกาศซักเท่าไหร่แล้ว   ยังคงลงไปเล่นน้ำกันอย่างสบายใจ

ผมกับเพื่อนเอง  พอถึงวันหยุดก็ชอบชวนกันไปว่ายน้ำแถวนั้นเหมือนกัน  สมัยนั้นบริเวณริมคลองประปายังไม่มีรถยนต์แล่นพลุกพล่านเหมือนอย่างในปัจจุบัน  บรรยากาศสองข้างทางจึงค่อนข้างดูน่ากลัวอยู่ซักหน่อย  ผมจำได้ว่าวันนั้นที่ผมลงไปเล่นน้ำกับเพื่อน  มันก็ใกล้จะมืดแล้วหล่ะ  อากาศก็เริ่มเย็นลง  ยิ่งน้ำในคลองด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง   เย็นจับขั้วหัวใจเชียวแหละ

ผมเลยบอกเพื่อนไปว่า  ให้รีบๆอาบ เพราะน้ำเย็นแบบนี้ อาจมีสิทธิ์เป็นตะคริวได้ง่าย  หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว  ผมกับเพื่อนก็กระโจนลงไปในน้ำทันที  พร้อมกับดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนาน  เวลาผ่านไปไม่นาน  จู่ๆเพื่อนผมก็ร้องตะโกนขึ้นมา
“ เฮ้ย!! มีอะไรเกี่ยวขากูก็ไม่รู้ ”ผมหันไปทางเพื่อน  ก็เห็นเขากำลังสะบัดขาไปมาอยู่ใต้น้ำ  เหมือนกับพยายามจะเอาอะไรออกไป  ผมเลยถามเขาว่าเป็นอะไร  เขาก็ยังบอกว่ามีอะไรเกี่ยวขาเขาอยู่ไม่รู้

ผมเลยบอกให้เพื่อนรีบว่ายเข้าฝั่ง  แต่เขากลับไม่สามารถทำเช่นนั้นได้  เขาบอกว่าตอนนี้ขาเขาแทบจะไม่มีแรงแล้ว  ผมเลยต้องว่ายไปหาเขาและลากตัวเขาเข้าฝั่งทันที  ตอนนั้นผมต้องออกแรงค่อนข้างมาก ทั้งที่เพื่อนก็ตัวเล็กกว่าผม แต่ขณะที่ผมกำลังพยายามดึงตัวเพื่อนให้มาอีกทางอยู่นั้น  ก็รู้สึกเหมือนกับมีใครดึงเขาให้กลับไปทุกที   แต่ในที่สุดผมก็สามารถลากเพื่อนเข้าฝั่งจนได้
 
ผมกับเพื่อนขึ้นมานั่งหอบอยู่บนฝั่งสักพักหนึ่ง  เพื่อนผมก็ยกขาของเขาขึ้นดู  เพราะอยากจะรู้ว่ามีอะไรเกี่ยวขาของเขาอยู่   แต่แล้วพวกเราก็ต้องตกใจสุดขีด  เพราะที่ขาของเพื่นผมมีรอยเขียวเป็นจ้ำๆปรากฏให้เห็นอยู่หลายจุดเลยทีเดียว แถมพอลองมองดีๆ ก็เห็นว่ารอยเขียวๆที่ว่ามันช่างเหมือนกับรอยนิ้วมือของคนยังงัยยังงั้นเลย
 
ตอนนั้นใบหน้าของเพื่อนผมเริ่มซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด  อย่าว่าแต่เขาเลยครับ  ตัวผมเองก็ตกใจไม่แพ้กัน  ผมละล่ำละลักถามเพื่อนไปว่า   ตอนที่เขารู้สึกเหมือนกับมีอะไรมาเกี่ยวขาเขาไว้นั้น   เขามองเห็นหรือเปล่าว่ามันคืออะไร เพื่อนผมก็พยายามนึก   และบอกว่าตอนแรกเขารู้สึกเหมือนมีอะไรลื่นๆปัดไปปัดมาอยู่บริเวณขาของเขา แต่สักพักก็หายไป  เพื่อนของผมก็เลยว่ายน้ำต่อไม่ได้สนใจอะไร แต่พอว่ายไปได้สักพัก ก็เหมือนมีอะไรมาดึงขาเขาไว้  เพื่อนผมบอกว่าเขาพยายามว่ายน้ำต่อแต่ก็ว่ายไปไม่ได้ไกล  เพราะเจ้าสิ่งที่ว่านั้นมันพยายามดึงเขาให้ถอยหลังกลับไปทุกที


ที่มา
http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=ma_madee&jucId=2803&jnId=3919
๑๗ สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), NONGEAR44, arada, Jesus, กระเบนท้องน้ำ, pukhau, โบตั๋นสีขาว, คนรักษ์พระ, mawin_14, berm, ฟองเบียร์, boomee, touch_navara, อภิรัตน์, jidarsarika, ก้านยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว....ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา...สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา...กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ๐๙ มิ.ย. ๕๔, ๒๒:๑๑:๐๒ »

ผีพราย....ประจำคลองประปา 2/2

และพอเพื่อนของผมหยุดว่ายเท่านั้น  เจ้าสิ่งที่ว่าก็ยังพยายามฉุดเขาให้ลงไปใต้น้ำ  ยังดีที่เพื่อนผมเขาว่ายน้ำแข็งพอสมควร  เลยสามารถ
 ตะเกียกตะกายขึ้นมาได้ แต่ก็เล่นเอาสำลักน้ำไปหลายอึก ตอนแรกเพื่อนผมเขาก็นึกว่าเขาเป็นตะคริว  ซึ่งขามันก็น่าจะชาและไม่มีความรู้สึกอะไร  แต่เพื่อนผมกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจับขาของเขาอยู่  เขาก็เลยพยายามสะบัดขาไปมาเพื่อให้เจ้าสิ่งที่ว่านั้นหลุดออกไป  แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล  จนเขาเริ่มอ่อนแรงลงในที่สุด  ยังดีที่เขายังสามารถตะโกนเรียกชื่อผมออกมาได้  ไม่งั้นผมว่าเขาอาจจะกลายเป็นผีเฝ้าคลองประปาไปอีกคนแล้วก็ได้
 

หลังจากเกิดเรื่องในวันนั้นแล้ว  ผมกับเพื่อนก็ไม่กล้าไปว่ายน้ำที่คลองประปาอีกเลย  แต่ก็ได้ยินชาวบ้านเขาพูดๆกันว่า  มีคนจมน้ำตายที่คลองประปาอีกแล้ว  คราวนี้รู้สึกว่าผู้เคราะห์ร้ายจะเป็นคนหาของเก่าหรือยังงัยนี่แหละ เพราะมีคนเห็นรถซาเล้งคันนึงจอดอยู่แถวนั้นหลายวัน ก็ยังไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ   ก็เลยคาดว่าจะเป็นของคนตาย ตำรวจก็สันนิษฐานว่า ผู้ตายคงจะลงไปเล่นน้ำในคลอง แต่ไม่รู้ไปทำอีท่าไหนถึงได้จมน้ำตายได้
 
 
แต่ชาวบ้านเขาก็ยังพูดกันต่อๆมานะว่า อาจจะเป็นฝีมือของผีพรายที่อาศัยอยู่ในบริเวณคลองประปาก็ได้  เขาว่ากันว่าวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว   จะกลายเป็นผีพรายและอาศัยอยู่บริเวณนั้น  เวลาที่ใครลงมาเล่นน้ำ  ผีพรายก็จะคอยฉุดดึงขาเอาไว้  ถ้าใครว่ายน้ำไม่แข็งจริงๆก็อาจมีสิทธิ์จมน้ำตายได้  แล้วอีกอย่าง ตอนที่พวกเขาไปดูศพของชายคนนั้นยังเห็นเลยว่า  ที่ข้อเท้าของเขามีรอยจ้ำๆสีเขียวอยู่หลายจุดเลยทีเดียว  แถมบริเวณที่พบศพ ยังมีรอยดินยุบลงไปเล็กน้อย ขนาดกว้างประมาณตัวคน แต่รอยมันไถลยาวลงไปถึงผิวน้ำเลยทีเดียว   มองดูแล้วเหมือนกับมีใครถูกลากลงไปในน้ำยังงัยยังงั้น
 
 
พอผมกับเพื่อนได้ยินดังนั้น  ก็เลยนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดกับเพื่อนผมขึ้นมาทันที  หรือที่ชาวบ้านเขาพูดกันจะเป็นความจริง เพราะจนถึงทุกวันนี้ ผมกับเพื่อนก็ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่า รอยจ้ำสีเขียว ที่คล้ายกับรอยนิ้วมือคน ที่ปรากฏอยู่บนขาของเพื่อนผมนั้น  มันคือรอยนิ้วมือของใครกันแน่!!!!

ที่มา
http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=ma_madee&jucId=2803&jnId=3919
๑๐ สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), arada, กระเบนท้องน้ำ, โบตั๋นสีขาว, mawin_14, berm, touch_navara, jidarsarika, ก้านยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ๐๙ มิ.ย. ๕๔, ๒๒:๑๕:๑๗ »

ผีตุ๊กตา

 เชื่อว่าเมื่อเล็กๆ     เด็กผู้หญิงทุกคนต้องเคยเล่นตุ๊กตากันมาบ้างแล้ว     แต่ถ้าสักวันหนึ่ง  ของเล่นชิ้นนี้ของคุณ ได้กลายสภาพเป็นตุ๊กตาผีสิง  คุณจะรู้สึกเช่นไร  เราไปฟังเรื่องราวอันน่าสยองขวัญ  ที่เกี่ยวกับตุ๊กตาผีกันดีกว่า
 ในปี ค.ศ. 1880 ที่หมู่บ้านโบเดก้า  ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของซานฟรานซิสโก  มีเด็กหญิงคนหนึ่งเสียชีวิตลง ในขณะที่มีอายุได้เพียง 8 ขวบ  สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับผู้ที่เป็นพ่อแม่อย่างมาก   และก่อนที่ศพของเธอจะถูกนำไปทำพิธีทางศาสนา   พ่อกับแม่ของเด็กหญิงคนนี้  ได้ตัดสินใจพิมพ์รูปแบบใบหน้าของเธอ  แล้วนำมาทำตุ๊กตา เพื่อไว้เป็นที่ระลึก  เนื่องจากยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 นอกจากนี้เส้นผมยาวสีบรอนซ์ของเด็กหญิงคนนี้  รวมทั้ง ขนตา  และคิ้ว  ก็ถูกถอนออกมา 
เพื่อใส่ให้กับหุ่นตุ๊กตา ที่เป็นตัวแทนของเธอนั่นเอง ก่อนที่ตุ๊กตาตัวนี้จะถูกตั้งไว้ภายในบ้าน อยู่เป็นเวลาหลายปี  แต่เมื่อพ่อกับแม่ของเด็กผู้หญิงคนนี้เสียชีวิตลง 

 ตุ๊กตาตัวแทนของเธอ ก็มีคนมานำเอาไปเก็บรักษาไว้  จนสุดท้าย จึงได้ตกทอดมาเป็นสมบัติของ   พิพิธภัณฑ์เตุ๊กตาและของเล่น  โดยมีชาร์ลีน เวเบอร์  เป็นผู้ดูแลพิพิธภํณฑ์แห่งนี้
 พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาและของเล่น แต่เดิมเป็นเพียงโรงนาเก่าๆหลังหนึ่ง  ก่อนที่ชาร์ลีนจะดัดแปลงให้มาเป็นพิพิธภัณฑ์  เพื่อเก็บตุ๊กตาและของเล่น  และเปิดให้ผู้คนทั่วไปเข้าชมได้  ภายในจะมีตุ๊กตาขนาดต่างๆ   ตั้งแต่สูงครึ่งนิ้ว    ไปจนถึงสูงเท่าคนจริง     และมีตั้งแต่ตุ๊กตาที่สร้างขึ้นในปี  ค.ศ. 1930  ไปจนถึงตุ๊กตาสมัยศตวรรษที่ 19  ทั้งที่ทำจากกระดาษอัด กระเบื้องเคลือบ  ไม้ เศษผ้า  ขี้ผึ้ง  และ ตุ๊กตาที่สร้างด้วยเส้นผม ขนตา  และคิ้วของเด็กหญิงคนนี้ด้วย

 เรื่องราวของอาถรรพ์ลี้ลับ  จึงได้เกิดขึ้นตั้งแต่ชาร์ลีนได้ตุ๊กตาตัวนี้มา  ในคืนวันหนึ่ง  ขณะที่ชาร์ลีนกำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่ในบ้านหลังใหญ่     ก็มีเสียงคล้ายเสียงกระจกแตก  ดังขึ้นในห้องเก็บตุ๊กตา ภายในพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ห่างจากบ้านหลังใหญ่ ไปอีกประมาณ 100 ฟุต

เสียงของมันดังมาก  จนทำให้ชาร์ลีนสะดุ้งตื่น  จากนั้นเธอก็รีบวิ่งไปที่ห้องเก็บตุ๊กตาทันที  ที่นั่นเธอเห็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิง  นอนหงายอยู่กับพื้น  รอบบริเวณมีเศษกระจกแตกหล่นอยู่ทั่ว  ชาร์ลีนไม่แน่ใจว่า  ตุ๊กตาตัวนั้นหล่นลงมาจากบนชั้นวางได้อย่างไร  ในเมื่อหน้าต่างทุกบานในห้องนี้ถูกปิดสนิท  จึงไม่น่าจะมีลมเล็ดลอดเข้ามาได้  และจะว่ามีใครเข้ามาขโมยตุ๊กตา แต่เผลอปัดตกลงมา  ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้  เพราะก่อนที่ชาร์ลีนจะเข้ามาในห้อง  ประตูและหน้าต่างทุกบานก็ปิดสนิท  ไม่มีร่องรอยการงัดแงะแต่อย่างใด

แต่สิ่งที่ทำให้ชาร์ลีน รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ก็คือ  ในขณะที่เธอกำลังจะนำตุ๊กตาขึ้นวางบนชั้นตามเดิมนั้น    เธอก็มีความรู้สึกว่า  ตุ๊กตาตัวนั้นกำลังจ้องมองเธออยู่  คล้ายกับถูกสายตาของคน  จ้องมองยังงัยยังงั้น  แต่ชาร์ลีนก็ไม่ได้เก็บเอามาวิตกอะไรมากมาย   เธอดิดว่าตัวเองคงตาฝาดไปเอง  แต่เหตุการณ์ประหลาด  ก็ยังคงเกิดขึ้นตามมาไม่มีหยุดหย่อน   ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์เท่านั้น  มันยังตามมาหลอกลอนเธอถึงที่บ้านอีกด้วย   เมื่ออยู่ดีๆ แมวที่ชาร์ลีนเลี้ยงไว้ก็ตายลงโดยไม่รู้สาเหตุ  แต่ก่อนที่มันจะตาย  เธอเห็นมันวิ่งพล่านไปมาทั่วบ้าน  คล้ายกับหนีอะไรบางอย่าง

ขณะเดียวกัน หลายครั้งที่ชาร์ลีน  มีความรู้สึกว่า  กำลังมีใครคอยเดินตามเธอไปทั่วบ้าน  และก็ยิ่งชัดเจนขึ้น  เมื่อเธอรู้สึกว่า  คนๆนั้นอยู่ใกล้เธอ  จนเธอได้ยินเสียงลมหายใจของเขา  แต่เมื่อหันไปมอง  ก็กลับไม่พบเห็นใครเลยและทุกๆคืน  ชาร์ลีนก็จะได้ยินเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่ง   เดินโขยกเขยกขึ้นบันไดมา  และมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องนอนของเธอ     ชาร์ลีนพยายามข่มความกลัว   เพื่อที่จะเดินไปเปิดประตูห้อง  แต่เธอก็ไม่พบเห็นใครที่หน้าห้องเช่นเคย

ต่อมาเพื่อนของชาร์ลีน    ได้จัดพิธีเข้าทรงขึ้นที่บ้าน   เพื่อค้นหาความจริงของเรื่องราวลี้ลับที่เกิดขึ้น  ทำให้ชาร์ลีนทราบว่า  เมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา    บ้านหลังนี้เคยเป็นของครอบครัวแม็คคูเอน  ซึ่งมีลูกสาวคนเดียว แต่เธอป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม  พ่อกับแม่ของเธอจึงต้องขังเธอไว้ในห้อง  ซึ่งคาดว่าจะเป็นห้องเดียวกับ  ห้องนอนของชาร์ลีนในปัจจุบัน  จนกระทั่งเด็กหญิงคนนั้นตายไป  เธอก็ไม่เคยได้ออกมาจากห้องของเธอเลย


หลายคนเชื่อว่า  วิญญาณของเด็กผู้หญิงคนนั้น คงอาศัยอยู่ในร่างของตุ๊กตา  เนื่องจากเส้นผม ขนตา  และคิ้วของเธอไม่ได้ถูกเผาทำลายไป  จึงทำให้เธอไม่ได้ไปผุดไปเกิดเสียที  และการที่เธอถูกกักขังมาตลอดชีวิต  จึงทำให้วิญญาณของเธออาละวาด  เมื่อชาร์ลีนนำตุ๊กตาตัวแทนของเธอไปใส่กรอบกระจก

และการที่ชาร์ลีนมีความรู้สึกเหมือน      มีใครเดินตามเธอไปทั่วบ้านนั้น    คงเป็นเพราะ  เมื่อยังมีชีวิต   เด็กหญิงคนนั้น  ไม่มีโอกาสได้เดินไปไหนมาไหนภายในบ้านเลย    ชีวิตของเธอต้องจมปลักอยู่แต่ภายในห้องนอน  และแม้กระทั่งตาย  พ่อกับแม่ของเธอก็ยังกักขังวิญญาณของเธอไว้ในร่างของตุ๊กตาอีก  จนกระทั่งมันกลายมาเป็นตุ๊กตาผีสิงในที่สุด!!!


   ที่มา
http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=ma_madee&jucId=2803&jnId=4007
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), Jesus, กระเบนท้องน้ำ, โบตั๋นสีขาว, berm, touch_navara, jidarsarika, ก้านยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ๐๙ มิ.ย. ๕๔, ๒๒:๒๒:๐๑ »

วิญญาณที่ถูกลืม

 ว่ากันว่า  เมื่อร่างกายของคนเราสูญสลายไปแล้วนั้น  สิ่งที่จะยังคงเหลืออยู่ก็เป็นเพียงวิญญาณที่ล่องลอยรอเวลาไปเกิดใหม่ แต่ในบางครั้งอาจจะยังมีวิญญาณจำพวกหนึ่งซึ่งยังคงวนเวียนอยู่บนโลกนี้ โดยไม่มีโอกาสที่จะได้พบเจอกับความสุขครั้งใหม่ในชีวิตเลย  อะไรที่ทำให้วิญญาณเหล่านั้นต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นนี้  มันคือความผูกพันธ์ของวิญญาณเหล่านั้นที่มีต่อคนบนโลกมนุษย์ซึ่งไม่สามารถลบเลือนไปได้ หรือว่ามันจะหมายถึงความน่าสะพรึงกลัวบทใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้ากันแน่

 เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นกับครอบครัวของอัลเลน   โดยมีโรเบิร์ต เป็นหัวหน้าครอบครัว   ซึ่งอาศัยอยู่กับเบ็ตตี้  ภรรยาสาวและลูกชายวัย 5  ขวบ  ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ชานเมืองแมนเชสเตอร์  ประเทศอังกฤษอย่างสงบมานาน จนกระทั่งในปี 1996 ที่ผ่านมา  ครอบครัวอัลเลนก็ต้องเจอะเจอกับเหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดขึ้น  เมื่อเบ็ตตี้ ภรรยาสาวสวย ถูกฆาตกรใจอำมหิตฆ่าข่มขืนและนำศพไปหมกทิ้งในกอหญ้า  ห่างจากบ้านของเธอเพียงไม่กี่ร้อยเมตร  ซึ่งแม้ว่าในภายหลังฆาตกรจะถูกจับตัวมาลงโทษได้  แต่สิ่งที่ครอบครัวอัลเลนต้องสูญเสียไปนั้น มันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาสิ่งใดมาทดแทนได้

 และนอกเหนือไปจากความเศร้าโศกเสียใจแล้ว สิ่งที่พวกเขาต้องประสบในเวลาต่อมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ความน่าสะพรึงกลัวอันเกิดจากวิญญาณของเบ็ตตี้ซึ่งตามมาหลอกหลอน และสร้างความเขย่าขวัญให้กับครอบครัวอัลเลนโดยที่พวกเขาไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น ทั้งที่หลังจากเบ็ตตี้เสียชีวิตไปได้ 2 ปี เหตุการณ์ทุกอย่างนั้นยังคงดูเงียบสงบปราศจากเหตุการณ์ร้ายแต่อย่างใด ทุกวันโรเบิร์ตจะพาลูกชายของเขาไปเคารพสุสานของเบ็ตตี้ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปไม่กี่ร้อยเมตร และทำเช่นนี้เป็นประจำจนกระทั่งไม่นานโรเบิร์ตได้แต่งงานใหม่กับหญิงสาวชาวอังกฤษคนหนึ่ง และได้อพยพครอบครัวไปอยู่ทางตอนใต้ ซึ่งนับจากนั้นมาโรเบิร์ตก็ปล่อยให้สุสานของเบ็ตตี้ตั้งอยู่อย่างอ้างว้างโดดเดี่ยวปราศจากการเหลียวแล แม้กระทั่งลูกชายของเขาเองก็ไม่เคยถามถึงมารดาอีกเลย ซึ่งดูเหมือนว่าการที่วิญญาณของเบ็ตตี้ถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างเดียวดายเช่นนั้น มันได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันน่าสยดสยองที่ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้เลย

เหตุการณ์สยองขวัญดังกล่าว ได้เกิดขึ้นในหมู่บ้านใกล้เคียงที่โรเบิร์ตกับลูกชายพร้อมด้วยภรรยาใหม่ไปพักอาศัยอยู่  เรื่องราวมันเริ่มขึ้นมาจาก  ในตอนตีสองของทุกคืนซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับเวลาที่เบ็ตตี้ถูกฆาตกรรม มักจะมีคนเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินร้องห่มร้องไห้ไปตามทางเดินของหมู่บ้าน ปากของเธอก็พร่ำร้องหาสามีและลูกชายตลอดระยะทางที่เธอเดินผ่านไป  และไม่ว่าเธอจะเดินผ่านไปทางไหน ทุกคนจะได้กลิ่นเหม็นสาปสางโชยมาตลอดเวลา  และเมื่อเป็นเช่นนี้หลายครั้งเข้า  ชาวบ้านก็เริ่มตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนไม่เป็นอันทำอะไร  พอตกดึกทุกคนก็จะปิดประตูบ้านไม่มีใครกล้าออกไปไหน  เป็นอย่างนี้อยู่นาน จนชาวบ้านละแวกนั้นเริ่มทนไม่ได้  จึงได้จ้างวานหมอผีชื่อดังคนหนึ่งมาปัดเป่าวิญญาณของเบ็ตตี้ให้พ้นออกไปจากหมู่บ้าน  ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวมาคอยสร้างความหวาดผวาให้กับพวกเขาอีก  แต่มันก็เป็นเช่นนั้นอยู่ได้ไม่นาน

เพราะปรากฏว่าวิญญาณของเบ็ตตี้ไม่ได้ไปผุดไปเกิดอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่วิญญาณของเธอกำลังล่องลอยตามสามีและลูกมาต่างหาก โดยในคืนวันหนึ่ง ขณะที่โรเบิร์ตกำลังพาลูกชายของเขาเข้านอน จู่ๆก็มีลมพัดมาวูบใหญ่จนทำให้หน้าต่างบนห้องเปิดกว้างออก และสิ่งที่โรเบิร์ตกับลูกชายมองเห็นในขณะนั้นก็คือ ร่างของเบ็ตตี้กำลังลอยวนไปมาอยู่เหนือระเบียงห้องซึ่งอยู่บนชั้นสองของตัวบ้าน  สภาพของเบ็ตตี้ในตอนนั้นไม่ต่างอะไรไปจากเมื่อตอนที่โรเบิร์ตเห็นในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพาเขาไปดูศพของเธอ  แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือ ใบหน้าของเธอเริ่มเน่าเฟะและส่งกลิ่นเหม็นตลบไปทั่วห้อง  และเมื่อลูกชายของเขามองเห็นหนอนที่ไต่ยั้วเยี้ยไปทั่วร่างกายของมารดา เด็กน้อยก็หันมากอดโรเบิร์ตไว้ซะแน่นด้วยความกลัว  ในขณะที่โรเบิร์ตเองก็เริ่มตื่นตระหนกยิ่งขึ้น  แม้สิ่งที่เขามองเห็นอยู่ตรงหน้าในขณะนั้นจะเป็นร่างภรรยาของเขาก็ตาม  แต่เธอก็ดูน่ากลัวเกินกว่าที่เขาจะทนมองต่อไปได้

ในตอนแรกนั้นโรเบิร์ตเข้าใจว่า วิญญาณของเบ็ตตี้คงยังรักและห่วงใยลูกน้อยวัย 5 ขวบของเธออยู่ จึงยังไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ แต่โรเบิร์ตอาจจะ ยังไม่ทราบว่า  ในเวลานั้น วิญญาณของเบ็ตตี้ไม่ใช่ภรรยาผู้อ่อนโยนและใจดีคนเก่าของเขาอีกต่อไปแล้ว  เธอได้ผ่านความรู้สึกที่ถูกทำร้ายอย่างทารุณ  ความรู้สึกที่ต้องถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างเดียวดาย  จนมันสั่งสมและได้กลายเป็นรอยแค้นที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของเธอเสียแล้ว

ดังนั้น เมื่อเบ็ตตี้เห็นลูกน้อยแสดงท่าทีหวาดกลัวต่อวิญญาณของเธอผู้เป็นแม่  มันจึงได้สร้างความโกรธให้เธอเป็นอย่างมาก  พร้อมกับลั่นปากออกมาว่า  เธอจะฆ่าทุกคนที่ทอดทิ้งและทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานอยู่เพียงเดียวดาย  และในวินาทีนั้น   เบ็ตตี้ก็ได้ยื่นมือของเธอมาจับร่างของโรเบิร์ตเหวี่ยงไปกระแทกเข้ากับฝาผนังห้อง  และหันมามองลูกชายของเธอที่ตัวสั่นงันงกอยู่บนเตียง พร้อมกับร้องเรียกให้เข้ามาหาเธอ แต่เมื่อเด็กน้อยส่ายหน้าปฏิเสธ  วิญญาณของเบ็ตตี้ก็ถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความโกรธ  เธอขว้างปาและทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าจนย่อยยับด้วยอารมณ์แค้น  แต่มันก็เป็นเพียงชั่วขณะหนึ่ง  เพราะเมื่อเธอมองเห็นลูกน้อยร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจกลัว  ความโกรธของเธอก็เริ่มอ่อนลง  และในไม่ช้าร่างของเธอก็ค่อยๆเลือนหายไป

ในเช้าวันต่อมา  โรเบิร์ตรีบพาลูกชายของเขากลับไปยังสุสานของเบ็ตตี้  เขาจัดการขุดเอาศพของเธอขึ้นมาเพื่อนำไปฝังใกล้ๆกับบ้านพักที่เขาและลูกอาศัยอยู่ในปัจจุบัน  ถึงแม้โรเบิร์ตและลูกจะไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าเมื่อไรที่วิญญาณของเบ็ตตี้จะยอมไปเกิดและพวกเขาจะต้องทนอยู่ในสภาพเช่นนี้ไปอีกนานแค่ไหน แต่อย่างน้อยมันก็คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ที่จะช่วยยับยั้งไม่ให้วิญญาณของเบ็ตตี้ออกอาละวาดสร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนอีกต่อไป

ที่มา
http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=ma_madee&jucId=2803&jnId=4075
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), saken6009, Jesus, กระเบนท้องน้ำ, โบตั๋นสีขาว, berm, touch_navara, jidarsarika, ก้านยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ๐๙ มิ.ย. ๕๔, ๒๒:๒๕:๑๘ »

วิญญาณผีตายโหง

 มีความเชื่อกันว่า บุคคลที่มีสัมผัสพิเศษที่สามารถสื่อถึงคนที่อยู่อีกภพหนึ่งได้ จะมีโอกาสพบเห็นวิญญาณของคนที่ตายไปแล้วได้บ่อยครั้งมาก แต่สำหรับพันเอกอิวัตแล้วนั้น  เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองมีญาณพิเศษนั้นจริงหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริงคงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีอย่างแน่นอน เพราะการที่คุณต้องพูดคุยอยู่

กับใครสักคนเป็นเวลานาน ก่อนที่จะมาทราบภายหลังว่า เขาไม่ใช่คนเหมือนอย่างเราๆ คุณจะรู้สึกเช่นไร
 ด้วยภาระหน้าที่ในฐานะนายทหารม้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยที่ลอร์ดฮาร์ดดิงเป็นอุปราชปกครองประเทศอินเดียอยู่นั้น ทำให้พันเอกอิวัตต้องเดินทางด้วยรถไฟเป็นประจำ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่เขาจำต้องเดินทางจากคาร์ลลิเซิลไปลอนดอนด้วยรถบรัดชอว์ อย่างไรก็ตามเขาคิดว่ามันสะดวกสบายกว่าการที่จะต้องโดยสารรถตู้ร่วมกับผู้โดยสารคนอื่นซึ่งค่อนข้างจะจู้จี้จุกจิก

 ขณะที่รถไฟเคลื่อนขบวนออกจากสถานี พันเอกอิวัตนั่งอยู่ในตู้โดยสารเพียงคนเดียว  เขาเริ่มถอดเสื้อคลุมและรองเท้าออกวางไว้ข้างตัว ก่อนที่จะเริ่มอ่านหนังสือพิมพ์อย่างสบายอารมณ์ อากาศในขณะนั้นเย็นสบายมากทำให้เขาหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว ตื่นขึ้นมาอีกทีก็รู้สึกคอแห้งผากมาก เขาคงจะหลับไปนาน

ทีเดียว หากคาดไม่ผิดรถไฟคงแล่นผ่านคัมเบอร์แลนด์จนเข้าเขตแลนคาเชียร์หรือไม่ก็เซฟเฟลแล้ว    พันเอกอิวัตเริ่มรู้สึกว่า ขณะนี้เขาไม่ได้นั่งอยู่เพียงคนเดียวแล้ว บริเวณม้านั่งฝั่งตรงข้ามมีหญิงสาวสวยคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอนั่งนิ่งเงียบ มีเสื้อคลุมหลวมๆคลุมร่างไว้ สวมหมวกปีกสั้น ผมสีน้ำตาลดูมีเสน่ห์มาก

 สมัยก่อนจะถือกันว่า หากอยู่ต่อหน้าคนอื่นโดยเฉพาะสุภาพสตรีต้องสวมเสื้อคลุมและรองเท้าให้เรียบร้อย ซึ่งพันเอกอิวัตเริ่มรู้สึกตัวว่าเขาได้ทำตัวไม่สุภาพเข้าให้แล้ว จึงพยายามจะกล่าวคำขอโทษแก่เธอ แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้สนใจต่อคำขอโทษของเขาเลย เธอยังคงนั่งเงียบจนเขารู้สึกอึดอัด

พันเอกอิวัตพยายามกล่าวคำขอโทษเธออีกครั้งคราวนี้เธอเริ่มมีอาการแข็งทื่อขึ้นมาทีละน้อย ตอนนี้เขาเริ่มสังเกตเห็นว่าในมือของเธอถือห่อผ้าที่มองดูคล้ายเปล และเธอก็เริ่มร้องเพลงกล่อมเด็กขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆดังขึ้นทีละนิด แต่เสียงร้องของเธอทำให้เขารู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาในทันที  ก่อนจะเอะใจขึ้นมาว่าเธอมีลูกมาด้วยหรือนี่แต่เขากลับมองไม่เห็นตะกร้าผ้าเด็กหรือกระเป๋าเดินทางของเธอแต่อย่างใด เขาค่อยๆเข้าไปใกล้เธออย่างช้าๆ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะหวงแหนสิ่งที่อยู่ในอ้อมกอดของเธออย่างมาก ทำให้เขาเริ่มสนใจใคร่อยากจะดูหน้าทารกที่มองไม่เห็นโดยเร็ว

แต่พอเขาขยับไปนั่งตรงกันข้ามกับเธอ ปรากฎว่าเธอหันมาพร้อมกับลืมตาโพลงแล้วก็อ้าปากกว้าง เป็นใบหน้าที่น่ากลัวมากจนเขาไม่มีวันลืมได้ มือของเธอยกขึ้นเหมือนเตรียมพร้อมที่จะปกป้องสิ่งที่อยู่บนตักทุกเมื่อ ทันใดนั้นรถไฟก็เกิดการกระตุกอย่างแรง จนพันเอกอิวัตหล่นลงไปกองอยู่กับพื้น ก่อนที่จะรู้สึกตัวในเวลาต่อมา ก็พบว่าหญิงสาวคนนั้นหายไปแล้ว…

เขาพยายามเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พนักงานรถไฟฟัาและถามถึงหญิงสาวที่เขาเพิ่งได้เจอมา ปรากฏว่าไม่มีใครเคยเห็นเธอเลย แต่พอเขาบอกว่าเธอมีเด็กมาด้วย พนักงานรถไฟก็ทำท่าตกใจและดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง พร้อมกับเล่าให้เขาฟังว่า เมื่อประมาณหกปีก่อนมีคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งเดินทางไปฮันนีมูนที่ลอนดอนโดยรถไฟขบวนนี้ แต่ปรากฏว่าฝ่ายเจ้าบ่าวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
 ทำให้หญิงสาวคนนั้นเสียใจมาก เธอกอดร่างของคนรักไว้แนบอกตลอดเวลา ต่อมาเธอก็ช็อกจนเสียชีวิตตาม จากนั้นก็มีคนเห็นวิญญาณของเธอปรากฏกายให้เห็นหลายต่อหลายครั้ง ว่ากันว่าวิญญาณผีที่ตายโหงนั้นกว่าจะได้ไปเกิดต้องคอยหลอกหลอนเพื่อนมนุษย์อยู่นาน

แล้วคุณล่ะเคยประสบเหตุการณ์เช่นที่พันเอกอิวัตเคยเจอมาแล้วบ้างหรือเปล่า!!!!

ที่มา
http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=ma_madee&jucId=2803&jnId=4166
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), กระเบนท้องน้ำ, โบตั๋นสีขาว, berm, touch_navara, jidarsarika, ก้านยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
arada
ฉัฏฐะ
ลำดับสมาชิก: ๔๕๒๒

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๖ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

เรียนๆ รักๆ ปากกาถูกลัก ไม่พักเรียน

**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๑๑๑๑

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๗๕๗
  รับขอบคุณ: ๓๖๘๐



จังหวัด: สงขลา
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๗
ประสบการณ์: ๗%
พลังชีวิต: ๐.๑%

nuk_b@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: ๐๙ มิ.ย. ๕๔, ๒๒:๕๑:๒๓ »

ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าเรื่องผีนะครับ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: กระเบนท้องน้ำ, ทรงกลด, berm, jidarsarika

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

           ธรณีนี่นี้             เป็นพยาน   

เราก็ศิษย์มีอาจารย์    หนึ่งบ้าง

เราผิดท่านประหาร     เราชอบ

เรา บ่ ผิดท่านมล้าง    ดาบนั้นคืนสนอง
Jesus
ฉัฏฐะ
ลำดับสมาชิก: ๔๖๔๓

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๗ วัน, ๑๓ ชั่วโมง ๒ นาที

**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๑๐๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๓๐๓
  รับขอบคุณ: ๖๑๗


ผมเป็นคนเดินช้าเเต่ผมไม่เคยเดินถอยหลัง


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๘
ประสบการณ์: ๔๒%
พลังชีวิต: ๐%

judas_66@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: ๐๙ มิ.ย. ๕๔, ๒๒:๕๒:๕๕ »

ขอบคุณมากครับ กำลังจะขึ้นนอนเลยลองเข้ามาอ่านดูเเต่พออ่านจบเท่านั้นเเหละค้าบพี่....ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยทีเดียว

สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: กระเบนท้องน้ำ, ทรงกลด, berm, jidarsarika

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

I AM GRAPHIC DESIGNER
saken6009
นวมะ
ลำดับสมาชิก: ๗๗๘๙

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๕๑ วัน, ๖ ชั่วโมง ๓๐ นาที

อย่ากลัวคนจะมาตำหนิ แต่จงกลัวว่าตัวเองจะทำผิด อย่ากลัวที่จะรับรู้ความบกพร่องของตน แต่จงกลัวว่าตนจะเป็นคนที่ดีได้ไม่จริง

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๘๙๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๖๔๑๔๙
  รับขอบคุณ: ๘๒๘๖


ชีวิตของข้า เชื่อมั่นศรัทธา หลวงพ่อเปิ่น องค์เดียว


จังหวัด: นครปฐม
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๔
ประสบการณ์: ๒๖%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: ๐๙ มิ.ย. ๕๔, ๒๓:๔๙:๕๒ »

ผีสี่เรื่อง ผีสี่รส สยองขนหัวลุก 41; 41;
                                             
ขอขอบคุณท่าน ทรงกลด ที่นำบทความเรื่องผีๆ มาให้พี่น้องศิษย์วัดบางพระได้อ่านครับ
   
ติดตามอยู่ครับ อ่านแล้วเพลินดีมากๆครับ และ ได้ความน่ากลัววังเวงแถมมาครับ
 
(ขออนุญาตเข้ามาอ่าน เพื่อเป็นความรู้ ขอบคุณครับผม)
 
 
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: โบตั๋นสีขาว, ทรงกลด, berm, jidarsarika

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

กราบขอบารมีหลวงพ่อเปิ่น คุ้มครองศิษย์ทุกๆท่าน ให้แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง สาธุ สาธุ
boomee
ปัญจมะ
ลำดับสมาชิก: ๑๐๖๘๔

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๔ วัน, ๒๒ ชั่วโมง ๙ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๓๓๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๒๑๙๘
  รับขอบคุณ: ๑๖๓๗



จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๑๔
ประสบการณ์: ๙๑%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: ๑๐ มิ.ย. ๕๔, ๑๓:๔๗:๐๕ »

ขนลุกดีครับ  ขอบคุณที่นำมาให้อ่านนะครับ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ทรงกลด, saken6009, jidarsarika

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หากตัวท่านไรซึ่งความหวัง  กายท่านจะคงอยู่เพื่อสิ่งใด
หน้า: []   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

MySQL | XHTML | PHP | CSS! | Bp.Or.Th

SMF 1.1.21.|Simple Machines.|SiamNakhon.com.