๑๘ ต.ค. ๖๒, ๒๑:๐๑:๑๒ *

ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  ค้นหาขั้นสูง
  หน้าแรก   กระดานสนทนา   ช่วยเหลือ กฎ กติกา มารยาท เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: []   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผีดุที่ศาลายา  (อ่าน ๖๒๑๘ ครั้ง)
๐ สมาชิก และ ๑ ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๑๘:๒๐:๑๒ »

ผีดุที่ศาลายา
คอลัมน์ ขนหัวลุก
ใบหนาด


"ปอน" เล่าเรื่องขนหัวลุกจากศาลายาในอดีต

เมื่อเอ่ยถึงศาลายา หรือศาลาธรรมสพน์ ใกล้ๆ กับกรุงเทพฯ เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงจะรู้จักกันดีแล้วนะครับ

จากดินแดนที่เคยเป็นชนบทห่างไกล ขนาดเรียกขานว่า "ไกลปืนเที่ยง" กลับมีความเจริญแผ่กระจายเข้ามา ทั้งตึกรามบ้านช่อง ทั้งมหาวิทยาลัย ผู้คนก็นับวันจะมากหน้าหลายตาแทบไม่แตกต่างกับเขตปริมณฑลของเมืองหลวงโดยทั่วไป

เรามาย้อนอดีตศาลายาพอให้รู้ที่ไปที่มาพอสมควรก็แล้วกัน

ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 มีรับสั่งให้ขุดคลองมหาสวัสดิ์ขึ้นเมื่อปี 2403 และให้สร้างศาลาริมคลองขึ้นทุก 4 กิโลเมตร เพื่อให้ชาวบ้านร้านช่องได้หยุดพักระหว่างเดินทางผ่านมา กับใช้ประโยชน์เป็นศาลาตั้งศพก่อนการเผาอีกด้วย

ยิ่งกว่านั้นยังใช้ศาลายาเป็นที่แจกจ่ายยาพื้นบ้านแก่ผู้คนทั่วไป เพราะการแพทย์สมัยนั้นต้องใช้แต่ยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ไม่มียาฝรั่งที่เห็นผลทันใจเหมือนในยุคต่อมา

สาเหตุสำคัญก็คือมีโรคระบาดรุนแรง เช่น อหิวาตกโรค เรียกกันว่า "โรคห่า" หรือ "ห่าลง" จนมีผู้คนล้มตายเป็นเบือ มากมายจนเผาศพไม่ทัน ต้องทิ้งให้ซากศพเป็นเหยื่อแร้งกาน่าสังเวชใจ ไม่แตกต่างอะไรกับที่ประตูผี วัดสระเกศ ซึ่งมีคนตายนับร้อยนับพัน

เพราะสาเหตุนี้เองจึงมีเสียงร่ำลือว่า...ศาลายาผีดุนักหนา!

ไหนจะเป็นที่ตั้งศพ เผาศพ ไหนจะศพที่ตายเพราะโรคระบาดกลาดเกลื่อนน่าอเนจอนาถ เชื่อกันว่าวิญญาณยังสิงสู่ วนเวียนอยู่ในแดนตายของตน ไม่มีโอกาสได้ไปผุดไปเกิดเสียที

เมื่อมีคนเดินทางไปนั่งพักเหนื่อยในศาลา แล้วเกิดเป็นลมเป็นแล้งไปจนถึงกับล้มตายลง ชาวบ้านก็ยิ่งเชื่อว่าเป็นเพราะโดนผีหลอกวิญญาณหลอน หรือไม่ก็มีภูตผีมาเอาชีวิตไปอยู่ด้วย จนแทบไม่มีใครกล้าเข้าไปพักผ่อนหรือนั่งเล่นในศาลาริมคลองตอนค่ำคืน

เรือแพที่สัญจรไปมาหนาตาในตอนกลางวัน พอตกค่ำก็แทบจะไม่มีให้เห็น...ว่ากันว่าเคยเห็นอมนุษย์ในผ้าตราสังขาวๆ ยืนเรียงรายเต็มศาลา แถมกวักมือเรียกให้ไปอยู่ด้วยกันอีกต่างหาก

สมัยเด็กๆ ผมเคยได้ยินผู้ใหญ่เล่าเรื่องผีดุที่ศาลายา จำได้มาถึงทุกวันนี้เลยครับ

ตากิ่งกับตาเดือนวัยห้าสิบเศษ ได้ชื่อว่าเป็นสองเกลอคอสุราประจำตำบล พอเมาได้ที่ก็ประกาศก้องในร้านเจ๊กตงว่าพวกแกไม่กลัวผี อยากจะไปลองดีที่ศาลายาตอนกลางคืนให้รู้ดีรู้ชั่วไป...ผีมันจะเก่งกว่าคนไปได้ยังไง?

คนอื่นๆ หาว่าแกดีแต่ปาก เห็นพูดมานานแล้วแต่ไม่เคยไปที่นั่นแม้แต่ครั้งเดียว!

สองเกลอขี้เมารับท้าทันที โดยมีข้อแม้ว่าถ้าพวกแกไปดวดเหล้าที่นั่นได้ถึงสามทุ่ม คนท้าจะต้องเลี้ยงเหล้าแกไม่อั้น...คนอื่นๆ ก็ ตกลงทันทีเพราะอยากจะเห็นคนจริงเช่นกัน

คืนนั้น พระจันทร์ข้างแรมเพิ่งจะขึ้น ตากิ่งกับตาเดือนหิ้วขวดเหล้าเดินหัวเราะต่อกระซิกไปจนถึงศาลาริมน้ำ ค่อนข้างไกลโขจากร้านเจ๊กตง...สรรพสิ่งเงียบเชียบเปล่าเปลี่ยวอยู่ในราตรีที่มีแต่เสียงคลื่นกระทบฝั่ง ลมรำเพยตามยอดไม้เสียงเหมือนใครกำลังทอดถอนใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย แม่หม‰ายลองไนเงียบ กริบเมื่อมีคนเดินผ่าน ไม่ช้าก็กรีดปีกส่งเสียงน่าวังเวงใจเป็นเพื่อนราตรีต่อไปตามเดิม

สองเกลอนั่งขัดสมาธิโจ้เหล้ากันที่ศาลาด้านใกล้คลอง เหลียวมองซ้ายขวาก็เห็นแต่แสงจันทร์เยือกเย็นส่องจับผิวน้ำ กับทุ่งหญ้าเวิ้งว้างดูทะมึนอยู่ในราตรี...ตาเดือนหันไปเห็นใครกำลังยืนตะคุ่มๆ อยู่ที่หัวบันไดก็ร้องบอกเพื่อน แต่ตากิ่งหันไปมองก็ไม่มีใครแม้แต่คนเดียว

"มึงคงตาฝาดไปน่ะ ไอ้เดือน...เอ๊ะ! มึงได้กลิ่นอะไรหรือเปล่าวะ เหม็นพิลึก"

คู่หูทำจมูกพะเยิบพะยาบก่อนจะย่นคิ้ว เหลียวมองไปรอบๆ ตัว

"อือ...เหม็นเหมือนศพเน่าว่ะ..."

แทบจะไม่ขาดเสียง กลิ่นเหม็นนั้นก็ยิ่งรุนแรงยิ่งขึ้นจนสองเกลอแทบสำลัก คว้าขวดเหล้ามาแบ่งกันซดอั๊กๆ ดับอาการคลื่น เหียน...พลันเสียงครวญครางแหบโหยก็ดังขึ้นใกล้ๆ หู

"ช่วยด้วย...ข้ายังไม่อยากตาย! โอย...ช่วยข้าที..."

คราวนี้สองเกลอตัวแข็งทื่อ อ้าปากค้างแต่พูดอะไรไม่ออก อาการมึนเมาในตอนแรกๆ หายขาดเป็นปลิดทิ้ง เสียวสันหลังวูบวาบ...ครั้นหันไปมองอีกฟากหนึ่งก็ขนลุกซ่าทันใด

นรกเป็นพยาน! ร่างขาวๆ ในผ้าตราสังเป็นสิบๆ ร่างนั่งเบียดเสียดกันจ้องเขม็งมาเป็นตาเดียวกัน ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญโอดโอยโหยหวนราวกับตกอยู่ในนรกอเวจี เล่นเอาสองเกลอร้องจ้า โจนผลุงลงจากศาลา วิ่งล้มลุกคลุกคลานมาสิ้นสติที่ร้านเจ๊กตงนั่นเอง!

ที่มา
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hOakE1TURJMU5BPT0=&sectionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE1TMHdNaTB3T1E9PQ==
๑๒ สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: รุท หมัดหนักครับ, saken6009, Nagasia, NONGEAR44, คนรักษ์พระ, โบตั๋นสีขาว, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), Butt butt, berm, ก้านยาว, touch_navara, trade

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว....ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา...สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา...กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๑๘:๒๓:๒๔ »

สุดหลอน!มหาเศรษฐีอาหรับซื้อคฤหาสน์หรูผู้ดี เจอผีหลอกต้องย้ายบ้านหนี!
วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2551 เวลา 14:51:18 น.

ตะลึง!มหาเศรษฐีอาหรับเจอประสบการณ์หลอน ซื้อคฤหาสน์หรูของอังกฤษแต่เจอผีหลอก เผยหลอนหนักขนาดเจอคราบเลือดบนผ้าห่มลูก และเสียงกรีดร้องจากเฉลียงคฤหาสน์ ก่อนตัดสินใจพาครอบครัวเผ่นหนีบอกศาลาเลิก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 22 ก.ย.ว่า เกิดเหตุนายอันวาร์ ราชิด มหาเศรษฐีนักธุรกิจชาวอาหรับ วัย 32 ปี พร้อมครอบครัวต้องเจอต้องประสบการณ์สุดหลอน เจอผีในคฤหาสน์ใหญ่"คลิฟตัน ฮอลล์"ที่เข้าซื้อเป็นมูลค่า 3.6 ล้านปอนด์ ในเมืองน๊อตติ้งแฮมเชียร์ ของอังกฤษและต้องประสบเหตุเลวร้ายหลอกหลอน ในระยะเวลา 8 เดือนที่พักในสถานทีแห่งนี้ ทำให้พวกเขาต้องตัดสินใจย้ายออก
 
รายงานระบุว่า นายราชิด ภรรยา และครอบครัว พร้อมลูก 3 คน อายุ 7 ปี 5 ปี 3 ปี ได้เข้าพักคฤหาสน์"คลิฟตัน ฮอลล์"เมื่อเดือนม.ค.ปี 2007 โดยนายราชิด กล่าวว่า ประสบการณ์แรกที่เขาและครอบครัวประสบเกิดขึ้นเพียงวันแรกทันที โดยเมื่อพวกเขานั่งพักผ่อนในคฤหาสน์ ก็ได้ยินเสียงประตูถูกเคาะ ก่อนตามด้วยเสียงคนพูดว่า"สวัสดี มีใครอยู่ไหม"ตอนแรกเขาทำเป็นไม่สนใจ แต่มันกลับเกิดขึ้นอีกเพียงอีก 2 นาทีต่อมา ทำให้เขาต้องลุกขึ้นไปดู แต่พบว่าไม่มีใคร โดยประตูถูกล็อคและหน้าต่างก็ปิดเรียบร้อย
 
ส่วนเหตุการณ์ที่สอง เกิดขึ้นกับภรรยาของเขา เมื่อเธอได้ลงมายังชั้นล่างเพื่อชงนมให้ลูกตอน 05.00 น.แต่กลับเห็นลูกสาวคนโตนั่งดูทีวี และเมื่อเธอเรียกชื่อลูก กลับไม่มีเสียงตอบ ทำให้เธอตัดสินใจขึ้นไปบนห้องนอนลูกคนนี้ และพบว่าเธอกำลังนอนหลับ แต่ยังพบคราบเลือดบนผ้าห่มของเธอด้วย
 
ด้านนายราชิดเปิดใจเผยว่า พวกเขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนครอบครัวในภาพยนตร์เรื่อง"The Others"ภาพยนตร์แนววิญญาณหลอนที่ดาราหญิง"นิโคล คิดแมน"เล่น โดยภาพใต้ความสวยงามของคฤหาสน์แห่งนี้ กลับมีสิ่งหลอกหลอนซ่อนอยู่ และพวกเขารู้สึกว่า พวกผีไม่ต้องการให้พวกเขาอยู่ทีนี่ และพวกเขาก็ไม่สามารถต่อสู้กับพวกมันได้ เพราะมองไม่เห็นตัว พร้อมทั้งกล่าวว่า เขาอยากจะเตือนเจ้าของคนใหม่ว่า มันเป็นเรื่องหลอนที่ต้องเจอประสบการณ์เช่นนี้ โดยเขาไม่อาจหลับลงเมื่อรู้ว่า เขาได้เก็บประสบการณ์เลวร้ายจากคฤหาสน์ดังกล่าวมาบ้าง


ที่มา
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1222070061&grpid=01&catid=06
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, Nagasia, NONGEAR44, โบตั๋นสีขาว, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), Butt butt, berm, ก้านยาว, touch_navara

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๑๘:๒๕:๓๙ »

พระบวชใหม่เจอผีหลอก !!   

เมื่อสักเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา พี่ชายของเพื่อนผมได้ไปบวชเป็นพระอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่
เป็นความตั้งใจที่จะบวชเพื่อทดแทนคุณบิดามารดาและผู้มีพระคุณ พี่ชายคนนี้จึงเลือกที่จะจำพรรษา
ที่วัดต่างจังหวัดที่ห่างไกลความเจริญ เพราะการบวชเค้าบอกว่าต้องการความสงบ

ในคืนแรกของการเป็นพระ ก็เจอดีจนได้ครับ   

ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับ พี่ชายเพื่อนก็รู้สึกเหมือนมีคนมานอนเบียดอยู่ด้านข้าง
พอหันไปมองก็ไม่พบอะไร พอใกล้เคลิ้มหลับอีกทีก็เหมือนมีคนเบียดเข้ามาอีกแล้ว
แต่คราวนี้พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นปลายเท้าของใครก็ไม่ทราบ โผล่ลอดผ้าห่มออกมาข้างเดียว
จะว่าเป็นเท้าตัวเองก็ไม่ใช่ เพราะภาพที่เห็นมีปลายเท้าอยู่ 3 เท้า ซึ่งเป็นเท้าตัวเอง 2 ข้าง
ส่วนอีกข้างเป็นของใครก็ไม่รู้

พี่ชายเพื่อนผมตกใจมาก จึงเปิดผ้าห่มออกดู ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ จึงคิดว่าตนเองเห็นภาพหลอน
จากนั้นก็นั่งสงบจิตสงบใจ จนเข้านอนต่อ คราวนี้นอนหลับได้ครับ ไม่มีอะไรกวนใจ
แต่หลังจากที่หลับไปไม่เท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครสักคนเดินอยู่ที่หน้ากุฏิ
เสียงพื้นไม้เสียดสีกันดัง เอี๊ยด เอี๊ยด

แต่พี่ชายเพื่อนผมก็ไม่ได้สนใจอะไร จึงได้หลับตานอนต่อ คราวนี้พอนอนไปได้สักระยะ
ก็รู้สึกว่ามีคนมานอนเบียดอีกแล้ว แต่พอมองไปข้างตัวเองทั้งซ้ายและขวาก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
ใจคอก็เริ่มไม่ดี เพราะตั้งแต่เข้านอนก็มีแต่เรื่องแปลกๆ จึงเกิดอาการอกสั่นขวัญผวา
นอนคลุมโปงทันที

พี่ชายเพื่อนผมยังได้ยินเสียงเดินผ่านไปผ่านมาที่หน้ากุฏิ จึงได้ลืมตาขึ้นมาทั้งๆ ที่ยังคลุมโปงอยู่
เชื่อหรือไม่ครับว่า ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าของพี่ชายเพื่อน คือหน้าของใครก็ไม่รู้ นอนยิ้มฟันขาวให้พี่ชายเพื่อนผม
เท่านั้นล่ะครับ พี่ชายเพื่อนผมเปิดผ้าห่ม แล้ววิ่งออกนอกห้อง แล้วตะโกนโหวกเวกออกไปว่า "ผีหลอก"

คืนนั้นต้องไปนอนกับพระพี่เลี้ยงครับ พอเช้ามาพระพี่เลี้ยงก็ได้บอกกับพี่ชายเพื่อนผมว่า
พระใหม่ก็เจอกันประจำแหละ เค้ามาหยอกเล่น ทำบุญให้เค้าซะหน่อยละกัน
แล้วบอกเค้าไปว่าอย่ามารบกวนเลย เพราะกลัว เรามาบวชเป็นพระเพื่อศึกษาพระธรรม
ดังนั้นถ้าเค้ามารบกวนอย่างนี้ ถือว่าเป็นบาปอย่างนึงนะ

พี่ชายเพื่อนผมก็ได้บอกกล่าวกับดวงวิญญาณต่างๆ ตามที่พระพี่เลี้ยงได้แนะนำมา
อีกทั้งการสวดมนต์แผ่เมตตาแต่ละครั้ง ก็ระลึกถึงเค้าผู้นั้นจนวันสุดท้ายของการเป็นพระ
เมื่อปฏิบัติแบบนี้ ตลอดระยะเวลาของการเป็นพระ (1 พรรษา) ก็ไม่เจอเหตุการณ์ขนหัวลุกอีกเลย

ที่มา
http://www.konrakmeed.com/webboard/upload/index.php?showtopic=1561
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, Nagasia, โบตั๋นสีขาว, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), Butt butt, berm, ก้านยาว, touch_navara, trade

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๑๘:๒๗:๓๒ »

วันที่ 08 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7039 ข่าวสดรายวัน

เปลญวนริมทางรถไฟ
ขนหัวลุก
ใบหนาด


"ต้น" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากก.ม.11

เขาว่าคนที่โดนผีหลอกมักจะเคราะห์ร้าย หรือไม่ก็เป็นลางบอกเหตุว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับตัวเอง ยิ่งใครโดนผีหลอกวิญญาณหลอนมากกว่าหนึ่งครั้ง ถือว่าซวยสุดๆ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญซะแล้วครับ

คิดอีกที ถ้าคนเรารู้จักอยู่แต่ในบ้านในช่อง ทั้งนักเรียนนักศึกษาและคนทำงานทำการทั่วไป ตอนเช้าก็ออกจากบ้าน เย็นลงก็กลับ ไม่เที่ยวเตร่เสเพลหรือทะแล่ดๆ ไปไหนตามใจตัวเองกับเพื่อนฝูง ประเภทพวกมากลากไป พอโดนผีหลอกเข้าก็เป็นอันว่าหัวหวิดโกร๋นกันทั้งโขยงน่ะ...

ท่านว่ามีโอกาสโดนผีหลอกน้อยเต็มที!

คิดๆ แล้วก็เห็นด้วยแฮะ เพราะนิสัยชอบเที่ยวเตร่ตามประสาชายโสด ทำให้ผมกับไอ้โก้เพื่อนเกลอโดนปีศาจโฮป เวลล์หลอกหลอนเอาเจียนตาย ทั้งๆ ที่ใกล้จะถึงบ้านในชุมชนภักดี ก.ม.11 อย่างที่เคยเล่าสู่กันฟังเมื่อเร็วๆ นี้แหละครับ

สาเหตุเพราะไปเที่ยว "รังอีแร้ง" หรือ บาร์ผีที่เราถือว่าเป็นพัฒน์พงษ์คนยาก มาเจอดีเอาตอนเขากลับนี่เอง!

ขวัญหนีดีฝ่อกันได้ไม่กี่วันก็ลืมหมดแล้ว แถมพูดคุยเออออเองกันว่าเราคงซดเหล้ามากไปจนเกิดหูตาลายมองเห็นอะไรเป็นรูปเป็นร่าง เป็นผีเป็นสางไปหมดสิ้น

คืนนั้นผมไปรับไอ้โก้ที่สวนผักแล้วบึ่งแมงกะไซค์คู่ชีพไปเที่ยวผับแถวจตุจักรตรงข้ามอ.ต.ก. แหล่งบันเทิงของวัยรุ่นกับขาโจ๋ไปจนถึงเสี่ยหนุ่ม ท่ามกลางเสียงเพลงกระหึ่มเขย่าแก้วหูอยู่ในแสงไฟวูบวาบ ยิ่งได้น้ำสีอำพันเข้าไปด้วย แหม! จิตใจมันคึกคักเป็นม้าโด๊ปยาอย่าบอกใคร

อ้อ! ก่อนออกจากหมู่บ้านน่ะ ผมยกมือไหว้ศาลปู่แก้วย่าพิมพาที่ปากซอยอันเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านมาตั้งนมนานกาเลแล้วครับ

...ขอข้ามเรื่องความสนุกสนานในผับมาสู่เรื่องขนหัวลุกตอนขากลับราวสองยามเลยก็แล้วกัน!

กำลังมึนๆ ได้การตอนที่เลี้ยวซ้ายขวับไปทางสวน จตุจักร เราสวมหมวกนิรภัยเรียบร้อยทั้งคู่ ไม่อยากเสี่ยงกับเรื่องเป็นเรื่องตายโดยใช่เหตุ แม้ว่าตอนดึกจะรถราน้อยก็ตามที

ผมบึ่งรถไปตามโลคัลโรด หรือนิยมเรียกกันว่า "ถนนเลียบทางรถไฟ" จนมองเห็นโฮปเวลล์ยืนทะมึนเรียงราย มองเผินๆ เหมือนอสุรกายเทอะทะใหญ่โตกำลังโผล่ขึ้นมายืนจังก้า คอยหลอกหลอนมวลมนุษย์ให้ขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆ กัน

ผมอดเงยหน้ามองไม่ได้ แต่ไม่เห็นสิ่งใดผิดปกติ ไอ้โก้ที่กอดเอวอยู่ก็คงจะทำแบบเดียวกัน...จนกระทั่งชะลอรถเลี้ยวซ้ายข้ามทางรถไฟ แล้วเลี้ยวขวาเพื่อจะตรงดิ่งไปยังชุมชนสวนผักเพื่อส่งเพื่อนรักให้เรียบร้อย ท่าม กลางบรรยากาศยามดึกเยือกเย็นน่าวังเวงใจ...ไม่เห็นใครแถวนั้นแม้แต่คนเดียว

...บางสิ่งบางอย่างสะดุดตาอยู่ทางขวามือพอดี!

ฝั่งตรงข้ามทางรถไฟที่มีรถเข็นขายบะหมี่เกี๊ยวตอนกลางวัน ตอนนี้มีผ้าพลาสติกคลุมเงียบเชียบ แต่แสงสว่างเหลืองรัวใกล้ๆ กันนั้นมาจากไหนกันล่ะ?

ตอนกลางวันเห็นเปลญวนอยู่ติดเพิงรกร้าง มีกระดานผุๆ อยู่ 3-4 แผ่น ถัดไปก็ยังมีเปลญวนเก่าๆ อยู่ใกล้ศาลพระภูมิ ติดๆ กับยกพื้นริมทางรถไฟสำหรับให้ผู้โดยสารขึ้นลงสถานีย่อยแห่งนี้...

อารามหวาดระแวงทำให้ผมชะลอรถ เหลียวไปจ้องมองให้แน่ใจว่ามีอะไรอยู่ที่นั่นกันแน่?

คุณพระช่วย! เปลญวนข้างศาลพระภูมิแกว่งไปมาเป็นจังหวะ...ใครจะบ้ามานอนเล่นดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้? ก็พอดีร่างดำทะมึนเหมือนตอตะโกลุกพรวดพราดขึ้นมานั่งแต่นัยน์ตาแดงจ้าเหมือนถ่านไฟลุกโชนจ้องมองมาเขม็ง

"ผีหลอกโว้ย!" ผมแผดเสียงอยู่ในหมวกนิรภัย ไอ้โก้ก็คงร้องแบบเดียวกันแต่หูผมอื้อไปหมดแล้ว รู้สึกแต่อ้อมแขนมันรัดสะเอวผมแน่น สั่นสะท้านจนรถแทบจะล้มคว่ำ...ผมเร่งเครื่องไม่คิดชีวิตท่ามกลางเสียงหัวเราะครืนใหญ่ดังไล่หลังมาติดๆ

คืนนั้นต้องค้างบ้านไอ้โก้อีกแล้ว...รุ่งขึ้นจับไข้หวิดหัวโกร๋นทั้งคู่เลยครับ!

ที่มา
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hPREE0TURNMU13PT0=
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, Nagasia, โบตั๋นสีขาว, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), Butt butt, berm, touch_navara, ก้านยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๑๘:๔๐:๐๘ »

ผีแม่ลูกโดนฆ่าเผาบ้าน

     9 ปี ก่อน ตอนนั้น มีเหตุการณ์ ฆาตกรรม 2แม่ลูก แล้ววางเพลิง เผาบ้าน ทำลายหลักฐาน เป็นข่าวลง นสพ.หลายๆฉบับ เหตุการณ์นี้ยังจำติดตา ผมมาถึงทุกวันนี้.
 
      ตี 4.35 เสียงคนโวยวายมาจากชุมชน จนต้องลุกออกจากเตียงนอนออกมาดูทางหน้าต่าง ภาพที่เห็นคือเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านหลังเล็กๆชั้นเดียวหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านที่อยู่โดดเดี่ยวห่างจากบ้านของชาวบ้าน หลังอื่นๆ ซึ่งก็ห่างจากบ้านผมแค่เพียง 60 เมตร เท่านั้น ชาวบ้านหลายๆคนต่าง วิ่งกันมาแล้ว หาถังน้ำมาช่วยกันดับไฟ ร่วมถึงตัวผมด้วย ที่วิ่งลงจากชั้น2ของบ้าน คว้าถังน้ำไปดับไฟ โดยมีคลองอยู่ใกล้บ้านหลังนั้นพอดี.
 
    ไฟดับลง เมื่อเวลาผ่านไป สัก 45นาที เห็นจะได้ จากการคาดคะเน ชาวบ้าน หา อุปกรณ์ ส่องสว่างกันมาเพื่อที่จะส่องดูบ้านหลังเล็กๆหลังนี้ ว่ามีคนอยู่หรือไม่ แต่เพราะว่ายังไม่กล้าเข้าไปรื้อของภายในบ้าน ได้แต่รอให้ ตำรวจมาตรวจสอบ กว่าจะเข้าไปดู ก็ รอจนมี แสง อาทิตย์สาดส่อง.
   
   6.20 ชาบ้าน พร้อม ตำรวจ เข้า ตววจซากกองเถ่าถ่านนั้น พบ ศพ 2 หญิง แม่ลูก ที่ดำเป็น ตอตะโก กินเนื้อคนสุกๆ มันเป็นแบบนี้นี้เอง สะอิดสะเอียน บอกไม่ถูกร่างดๆ บางสวน เนื้อฉีกขาด เห้นเนื้อภายใน ขาวๆจากการโดนความร้อนจนสุก เสื้อผ้าใหม่เกือบหมด มีเข็มขัดแบบคนแก่ ที่เป็นโลหะลายไทยมัดมืออยู่ด้วย.

   จากการพิสูทน์ศพ แล้ว ตำรวจทำให้เรื่องจบลงง่ายๆว่าเป็นเพลิงไหม้ เพราะว่าผู้ตายไม่มีญาติมาแจ้งความหรือติดตามคดี จึงปิดสำนวนไปว่าถูกไฟคลอกตาย ซึ่งต่างจากชาวบ้านใกล้เคียงที่ออกมาบอกกันหลายคนว่ามันคือการฆาตกรรม แน่นอน.

      หลังจาก พิธีศพ แบบสงเคราะห์ จากการช่วยๆกันของชาวบ้านก็ผ่านไป แต่ความสยอง และความน่ากลัวของจุดเกิดเหตุที่มีคนตายโหง ถึง2คน นั้นทำให้ มีเสียงล่ำลือถึงวิณญาณ แม่ลูก ที่ออกมา ปรากฎให้เห็นกันบ่อยๆ  เหมือนว่าอยากจะมาทวงความยุติธรรม โดยที่ทางเดิน หน้าบ้านของ21แม่ลูกนี้ ซึ่งคนแถวนี้ต้องใช้สัญจรไปมาแต่พอตกกลางคืน ก็ไม่มีใครกล้า เดินผ่านเลย.

   1 ปีต่อมา ผมและ เพื่อน 3 คน ได้นัดกันมาตกปลาแถวบ้าผมซึ่งเป็นคลอง 23.10 น. เพื่อนๆผมก็มาถึงบ้าน ผมออกมา นั่งตกปลากับเพื่อนกันโดยเดินไปหาทำเลดีๆตกปลา ก็นั่งคุย กินเหล้าไป ตกปลาไป แล้ว 1 ในบรรดาเพื่อนผม ก็ ลุกขึ้น ถือ คันเบ็ดเตรียมจะไปไหนสักอย่าง ผมเลยถามว่า จะไปไหน มันบอกว่า เดวจะลองเดินไปหาทำเลตกปลาดีๆ ผมก็เลย ปล่อยมันไป.

   ตี1.50 น. ฝนตกโปรยปรายลงมา เสียงกบร้องกันดังสนั่นในยามดึก ผม และเพื่อนอีกคน ตกลงกันว่าจะ ลองเดินไปส่องกบ ตามเสียงนั้นไป ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะมาจากทางหลังวัด ผมเตรยม อุปกรณ์ ฉมวก เหล็กแหลม ไฟฉายแล้ไปกะเพื่อนอีกคน ส่วน เพื่อน อีกคนที่เหลือ เฝ้าเบ็ดตกปลาต่อ.
 
   ผมกับเพื่อน เดินตามเสียงกบร้องไป จนมาถึงไกลๆรั้ววัดๆหนึ่งแถวบ้าน เดินไปจน ถึง สถูป หรือ เจดี ที่ เก็บ กระดูกคนตาย แล้วผมก้ส่องไฟ เข้าไป บริเวน ใต้ฐาน สถูป หรือ เจดีย์ เก็บกระดูกนั้น จากแสงไฟฉายสาดส่องไปก็เห้น ตาแดงๆ แต่ ไม่น่าจะเป็นตาของ กบ เพราะ ช่วงห่างของดวงตา มันห่างกันมาก ถ้า เป็นกบ จริงๆ คงจะตัวใหญ่มากเลยทีเดียว ผมกับเพื่อผมเริ่ม มองหน้ากัน แล้ว รีบ ถอยออกจากตรงนั้น ให้เร้วที่สุด เพราะเริ่ม
จะดูไม่เข้าท่าเสียแล้ว ที่เราเจอกันมัน ตัวอะไรกันแน่ ผมสองคนรีบกับมารวมที่เพื่อน ตกปลากันโดยเร็ว.

   แต่แล้ว เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพื่อนคนรก ที่แยกตัวไปหา ที่ตกปลาคนเดียว วิ่งร้องแหกปากตะโกนดังลั่น ท่ามกลางความเงียบกลางดึก ผมหันไปตามเสียงนั้น ภาพที่เห้นคือ เพื่อผม วิ่งมาจากแถวๆ บ้านคนตาย2แม่ลูกนั้น มันตะโกน ผีหลอก ผีๆๆ หลอกกกก ๆ ผม ได้ยินก็ยังไม่อยากจะเชื่อ นึกว่าเพื่อนผม มัน อำเล่น แต่ มันไม่ไช่แล้ว เพราะ ดูมันจะ คุ้มคลั่ง วิ่งเข้าไปตามบ้านคนในชุมชน จนคนทั้งชุมชนแตกตื่น ออกมาดู
พวกผม เริ่มตกใจแล้ว วิ่งตามมันไปดู เพราะว่า ตอนนี้ มัน ตะเลิดคุ้มคลั่ง แล้ว ชาวบ้านก็ออกตามมาดูกัน

   เพื่อนผมไป อยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง แล้ว นั่งมุดตัว ไล่ให้คนออกไปๆๆ แล้วร้องด่า ไอ้พวกผีๆ อออกไปๆๆๆๆๆจากนั้นมันคว้าแก้วน้ำได้ มันเอาไป ตักน้ำเน่าๆ หลังบ้าน มา แล้ว ก็ พูดว่า นี้ น้ำมนต์ๆ อย่าเข้ามานะ กูมีน้ำมนต์  พวก ผม เข้าไป เรียกมัน แล้วก็ พูด ปลอบมันอยู่นาน มันถึงยอม สงบแต่มันก็ ไม่ยอมออกมาจากมุมนั้น จนมี ลุงคนหนึ่งเอาสร้อยพระมาใส่คอมันแล้วมันจึงยอมออกมาแล้วมันก็ สลบ พวกผม รีบโทร ไปบ้าน พ่อ แม่มัน ให้มารับตัว เช้ารุ่งขึ้น พ่้อ แม่ของ เพื่อน ผมก็มารับมันกลับไป.
 
    เช้าวันนั้น ชาวบ้านต่าง พูดกันถึงเรื่องนี้ กัน ทุกคน ต่างก็จับกลุ่มคุย บอกว่า มันโดน ผี แม่ลูก เล่นงานเพราะคงเดินไป ตกปลาแถวนั้น ไม่ก็ ไปลบหลู่ อะไรสักอย่าง พูดแล้วผมขนลุก กับ กบตาแดงที่ผมเจอมาเลยที่เดียว.

     ผีหลอก วิญญาณ หลอน  จริงๆๆ เลย คืนนี้.

ที่มา
http://www.thainn.com/blog.php?m=paadun&d=1227
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, Nagasia, โบตั๋นสีขาว, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), berm, touch_navara, ก้านยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๑๘:๕๐:๒๐ »

วิญญาณที่ ห้างฯ เฮี้ยน


 
วันนี้ได้เวลาดีเข้า สำนักงานใหญ่ที่ The Office CTW  ชั้น 24 สักที หลังจาก ที่โดนคนเสื้อแดงยึดแยกราชประสงค์ไปนานร่วมสองเดือน
และก็มีเหตุการน่าเศร้าสลดใจมีการเผาห้างมีคนเสียชีวิตไปหลายคน

จริงแล้ว..น้อง ๆ ที่ สนง.ใหญ่ ได้ย้ายเข้าไปตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาก็ไม่มีใครโทรมาบอกหรือเล่าให้ฟังว่า เจอกับอะไรบ้าง  ข้าพเจ้าเอง
ต้องเข้าประชุมบอร์ด ทุกๆ วันจันทร์ช่วง 10-11 โมงอยู่แล้ว

วันนี้ได้ขับรถเข้าไปประชุมตามปกติ ในขณะที่กำลังจะเลี้ยวเข้าทางเข้าประจำคือทางเข้า 1 ด้านฝั่งถนนพระราม 1 หน้ากรม ตร. วันนี้ได้มีการ
ปรับเปลี่ยนทางเข้าให้มาเข้าทางเข้าถนนพระราม 1 แต่เป็นเส้นที่ติดกับวัดปทุมวนาราม  ขับลงที่จอดรถ B1 ซึ่งปกติก็หาที่จอดรถชั้นนี้ยากอยู่
แล้วในโซนออฟฟิศนี้  วนลงไปชั้น  B2 มองไปขวามือ รถจอดกันเต็มเลยขับไปอีกนิดหนึ่งเป็นทางแยกและมี รปภ. ยืนอยู่หลายคน  จึงได้
กดกระจกรถลงไป ตั้งใจจะถามว่า...
สามารถจอดตรงไหนได้อีก ไม่อยากลงไปจอด B3  บรรยากาศเงียบวังเวงมาก ในขณะที่กดกระจกลง มีกลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นคนตาย
โชยเข้าจมูก  อันนี้หลายคนคงคิดว่า ข้าพเจ้าอุปทานไป ไม่ใช่ค่ะ เป็นกลิ่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าเคยได้กลิ่นตอนคุณพ่อเสียไปเมื่อปลายปีที่แล้ว
 ....ง่ะ..ชัด ๆ เลย อาการออกทาง สีหน้าชัด ๆ จะอาเจียน หน้าเสียซีด

รปภ. ถามว่า..มีอะไรให้ช่วยครับ ?
ข้าพเจ้าบอกว่า  ไม่เป็นไร แล้วรีบปิดกระจกขึ้น ขับรถวนซ้ายหาที่จอดรถได้ไม่ไกลนัก  ลงรถแล้วยังได้กลิ่นเหม็นเน่าติดจมูกขึ้นไป
จนถึงออฟฟิศ  พี่เจี๊ยบเห็นหน้าตาไม่ค่อยดี แกเลยเอายาดมมาให้
ความลับเลยแตก....ทุกคนในออฟฟิศรู้หมดว่า..ข้าพเจ้ากลัวผี...!!!

เล่าให้ทุกคนฟัง มีน้องแป๋ม ก็เข้ามาผสมโรงด้วยว่า ที่ B3 มีคนลือว่าชั้นจอดรถ B3 มีคนนอนตายเพราะสำลักควันอยู่ไม่น้อย นั่นยิ่ง
ทำให้ต่อมความกลัวของข้าพเจ้ายิ่งทำงานหนักมากขึ้น

หลังจากที่ประชุมเสร็จประมาณ บ่ายสามกว่า ๆ น่าจะได้เดินลงมาที่ชั้น B2 ที่จอดรถไว้ เดินมาถึงที่รถเงียบม๊าก....... ไม่มีใครเลย......

วังเวง วิเหวงโหวง มาก ๆ กำลังจะเปิดประตูรถ จมูกตัวดีได้กลิ่นเหม็นแบบเดิมโชยมาอีกแล้ว...!!!ไม่พอ  หูเจ้ากรรมได้ยินเสียง...หวีดโหยหวลดังมา
ตอนแรกนึกว่าเสียงลม ที่ไหนได้ นี่มันชั้นใต้ดินนี่หว่า...!!!! จะมีลมจากไหนพัดมาล่ะ.....แป๋วววววววววว......ความตาขาวในตัวแสดงออกมาชัดเจน

รีบปิดประตูรถ ล๊อคประตูทันที นั่งทำใจแปปหนึ่ง ก่อนออกจากที่จอดรถได้ถ่ายรูปบรรยากาศมาให้ดู...ว่า CTW ที่เคยมีคนพลุกพล่านหนาตา  ตอนนี้
เหลือแต่ความเงียบเหงา  และวังเวงน่ากลัวให้เห็น.....

ที่มา
http://www.thenightshock.com/detail.php?id=136
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, Nagasia, โบตั๋นสีขาว, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), berm, touch_navara, ก้านยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
saken6009
นวมะ
ลำดับสมาชิก: ๗๗๘๙

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๕๑ วัน, ๖ ชั่วโมง ๓๐ นาที

อย่ากลัวคนจะมาตำหนิ แต่จงกลัวว่าตัวเองจะทำผิด อย่ากลัวที่จะรับรู้ความบกพร่องของตน แต่จงกลัวว่าตนจะเป็นคนที่ดีได้ไม่จริง

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๘๙๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๖๔๑๔๙
  รับขอบคุณ: ๘๒๘๖


ชีวิตของข้า เชื่อมั่นศรัทธา หลวงพ่อเปิ่น องค์เดียว


จังหวัด: นครปฐม
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๔
ประสบการณ์: ๒๖%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๒๓:๒๔:๓๗ »

เรื่องผีหกเรื่อง น่ากลัว 11; 11;
                                                       
ขอบคุณท่าน ทรงกลด ที่นำบทความเรื่องผีๆ มาให้พี่น้องศิษย์วัดบางพระได้อ่านครับ
 
ติดตามอยู่ครับ อ่านแล้วเพลินดีมากๆครับ และ ได้ความน่ากลัววังเวงแถมมาครับ
 
(ขออนุญาตเข้ามาอ่าน ขอบคุณครับผม)
   
 
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: โบตั๋นสีขาว, ทรงกลด, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

กราบขอบารมีหลวงพ่อเปิ่น คุ้มครองศิษย์ทุกๆท่าน ให้แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง สาธุ สาธุ
หน้า: []   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

MySQL | XHTML | PHP | CSS! | Bp.Or.Th

SMF 1.1.21.|Simple Machines.|SiamNakhon.com.