๑๘ ต.ค. ๖๒, ๒๐:๕๒:๕๑ *

ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  ค้นหาขั้นสูง
  หน้าแรก   กระดานสนทนา   ช่วยเหลือ กฎ กติกา มารยาท เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: []   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิญญานห้องดับจิต  (อ่าน ๔๒๕๘ ครั้ง)
๐ สมาชิก และ ๑ ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๑๘:๕๔:๒๐ »

วิญญานห้องดับจิต

คืนนั้น "หมอหนุ่ม" ต้องเข้าเวรตอนกลางคืน ซึ่งเป็นหน้าที่ของหมออินเทอร์น(หมอฝึกหัด) ทุกคน มิหน้ำซ้ำยังต้องอยู่ตึกเก่าอีกต่างหาก(แย่เลย) ตึกเก่าของโรงพยาบาลเป็นตึกสูงเพียง 5 ชั้นเท่านั้น

เวลาประมาณเที่ยงคืน หมอหนุ่มพร้อมพยาบาลที่อยู่เวรด้วยกันจะต้องขึ้นไปเดินดูความเรียบร้อยของผู้ป่วยบนชั้น 4 และชั้น 5 ซึ่งเป็นส่วนที่พักของผู้ป่วยในเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะต้องกลับลงไปนั่งประจำที่ห้องตรวจชั้น 1

หลังจากตรวจผู้ป่วยห้องสุดท้ายแล้ว พยาบาลต้องอยู่ช่วยทำความสะอาดผู้ป่วยที่อาเจียนรายหนึ่ง หมอหนุ่มจึงเดินไปลงลิฟท์จากชั้น 5 เพียงลำพัง

หน้าลิฟท์...เวลาเที่ยงคืนครึ่ง
หมอหนุ่มเดินมาถึงหน้าลิฟท์ เจอ "ป๋อง" บุรุษพยาบาลคนหนึ่งกำลังรอลิฟท์อยู่ ป๋องหันมาทักหมอหนุ่มว่า "อยู่เวรคืนนี้เหรอครับ หมอ" หมอหนุ่มตอบว่า "ใช่ ป๋องด้วยเหรอ" ป๋องยังไม่ทันได้ตอบ พอดีลิฟท์เปิด หมอหนุ่มกับป๋องเลยรีบเดินเข้าไปในลิฟท์ และกดลงชั้น 1

ลิฟท์เลื่อนลงชั้น 4 ....ชั้น 3.... "ตรึ๊ง" ลิฟท์จอดที่ชั้น 3
ประตูลิฟท์เปิด........หน้าลิฟท์มีผู้ชายแก่ผมเป็นสีดอกเลาใส่ชุดผู้ป่วยในของโรงพยาบาลยืนอยู่
ขณะนั้นเอง ป๋องกระโจนไปกดปุ่ม "ปิด" ทันที กดซ้ำ ๆ จนกระทั่งลิฟท์ปิดก่อนลุงคนนั้นจะเข้ามาได้ หมอหนุ่มหันไปถามว่า "เฮ้ย! ป๋องทำไมไม่ให้ลุงเข้ามาละ"
ป๋องหันมามองหน้าหมอแล้วพูดว่า "หมอ..ไม่เห็นที่ข้อมือลุงนั่นหรือครับ"
"เห็นอะไร" หมอหนุ่มชักใจไม่ดี
"ป้ายที่ผูกข้อมือนะหมอ มันเป็นป้ายของห้องดับจิต ขืนให้เข้ามาก้อซวยนะสิ"
"ฮ้า!!!" หมอหนุ่มขนลุกซู่ไปทั้งตัว แต่ยังไม่ทันจะได้ถามต่อ เสียง "ตรึ๊ง"ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ลิฟท์จอดชั้น 1 แล้ว

พอประตูลิฟท์เปิด หมอหนุ่มก็รีบเผ่นออกมาทันที แล้วหันไปมองป๋องที่ยังอยู่ในลิฟท์ แล้วถามว่า "อ้าว ป๋องไม่ออกมาเหรอ" ป๋องไม่ตอบ เพียงแต่มองและยิ้มให้หมอหนุ่มพร้อมกับยกมือขึ้นโบกลากับหมอในขณะที่ประตูลิฟท์ค่อย ๆ ปิด

สิ่งสุดท้ายที่หมอหนุ่มจำได้ในคืนนั้นก็คือ ที่ข้อมือของบุรุษพยาบาลที่ชื่อป๋อง มีป้ายผูกข้อมือเหมือนลุงคนนั้นไม่มีผิดเลยยยยยย

ตอนเช้า....หมอหนุ่มจึงได้รู้ว่า "ป๋อง" เกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์คว่ำ และนำศพมาเก็บไว้ที่ห้องดับจิตของโรงพยาบาลเมื่อตอนกลางวัน ซึ่งหมอหนุ่มไม่ได้เข้าเวรจึงไม่รู้เรื่องนี้

คุณ ๆ ว่า ป๋องมาหลอกหมอหนุ่ม หรือมาช่วยหมอหนุ่มกันแน่


ที่มา
http://www.thenightshock.com/detail.php?id=135
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, NONGEAR44, โบตั๋นสีขาว, Nagasia, vill, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), berm, ก้านยาว, touch_navara

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว....ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา...สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา...กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๑๙:๐๓:๐๙ »

เสียงโซ่ตรวน

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งที่อดีตเคยเป็นเรือนกักขังนัก โทษเก่ามาก่อน จึงไม่แปลกที่จะกลายเป็นดินแดนที่ใช้ประหารนักโทษมากมายหลายศพจนนับไม่ถ้วน !! นัก เรียนชมรมนาฏศิลป์ต้องอยู่ซ้อมรำที่โรงเรียนจนดึก กว่าอาจารย์จะปล่อยกลับก็ล่วงเลยเวลามาเกือบสี่ทุ่ม ห้องนาฎศิลป์นั้นตั้งอยู่ที่ตึก 5 ชั้น 3 บริเวณมุมด้านหลังสุด ดังนั้น เมื่อจะกลับก็ต้องเดินจากด้านหลังมาลงบันไดด้านหน้า ขณะที่ตามรายทางก็มีไฟเพียงไม่กี่ดวง

ระหว่างที่เหล่านักเรียนนาฏศิลป์ต่างรีบเดินออกมาเพื่อกลับบ้าน ปรากฏว่า “มิ้งค์” ดันลืมโทรศัพท์มือถือไว้จึงต้องเดินกลับไปเอา พร้อมบอกให้ “ปัด” เพื่อนสนิทรออยู่ตรงนี้อย่าไปไหน จะรีบไปรีบกลับ ขณะที่ครู และเพื่อนคนอื่นๆ ต่างรีบกลับจึงขอตัวไปก่อน ขณะที่ “ปัด” รอเพื่อนอยู่เพียงลำพังนั้น ก็เกิดได้ยินเสียงเพลงคล้ายๆ รำสวด แล้วก็เสียงคนตะโกนโวยวาย “อย่าๆๆๆ ผมไม่ไป ปล่อยผม !!!! อย่าทำผมเลย” วินาทีนั้น “ปัด” เริ่มแปลกๆ ที่ดึกแล้วจะมีใครมาตะโกนร้องแบบนี้ได้

เวลาผ่านไปสักพัก เสียงทุกอย่างเงียบไปจนน่าวังเวง “ปัด” เริ่มรู้สึกกลัว พยายามมองซ้ายมองขวา แต่เพื่อนที่ไปเอาของก็ยังไม่กลับมา ตอนนี้เริ่มมีเสียงคล้ายๆ คนลากอะไรซักอย่างคล้ายโซ่แว่วมา มันเริ่มดังขึ้นๆ ๆ แล้วก็ใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ๆ จังหวะนั้น “ปัด” ทนไม่ไหวจึงคิดที่จะวิ่งหนีออกไป แต่พรึ่บบบ มีมือหนึ่งมาจับที่แขนของเธอไว้ แต่พอหันไปก็พบว่าคนที่มาจับมือคือ “มิ้งค์” เพื่อนสนิทของเธอเอง.. “ปัด” รีบถาม “มิ้งค์” ว่าได้ยินเสียงคนลากอะไรหรือเปล่า ? ซึ่ง “มิ้งค์” ก็ตอบกลับมาทันทีเลยว่า “ได้ยิน เสียงคล้ายโซ่ใช่ไหม” เท่านั้นแหละทั้งสองคนต่างจับมือวิ่งลงตึกแบบไม่คิดชีวิต

ระหว่างที่วิ่งลงตึกอยู่ดีๆ “ปัด” สะบัดมือ “มิ้งค์” ออกอย่างกระทันหัน!! แล้วเดินกลับไปทางเดิมราวกับเหมือนโดนสะกด “มิ้งค์” รู้แล้วว่าเพื่อนต้องโดนอะไรบางอย่างแน่ๆ จึงวิ่งไปหาพร้อมเขย่าตัว และตบหน้าเรียกสติเพื่อนอย่างแรง จนเพื่อนได้สติคืนมา !! วินาทีนั้นเสียงโซ่ดังขึ้นมาอีกครั้ง “ปัด” กับ “มิ้งค์” ไม่รีรออะไรแล้ว ทั้งคู่รู้แก่ใจแล้วว่าเป็นสิ่งลี้ลับแน่นอน จึงรีบวิ่งลงตึกแบบไม่คิดชีวิตจนกระทั่งไปชนกับใครคนหนึ่ง โครมมม !! พอตั้งสติได้ก็รู้ว่าคนที่ชนนั้นคือ “ลุงภารโรง” คนเก่าแก่ของโรงเรียน ทั้งสองจึงเล่าเรื่องที่เจอให้ลุงภารโรงฟังทันที

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องจากนักเรียนทั้งสอง ลุงภารโรงถึงกับตกใจ พร้อมเตือนว่า “ทำไมถึงไม่รีบลงมาพร้อมกันเยอะๆ ที่นี่เฮี้ยนมาก ลุงยังไม่กล้าขึ้นไปเลย หลายปีก่อนเคยมีเด็กหายไปไม่มีแม้กระทั่งศพ” สองสาวได้ฟังถึงกับสั่นผวา ด้าน “ปัด” ก็เล่าให้ฟังอีกว่า ตอนที่สะบัดมือ “มิ้งค์” เพราะระหว่างวิ่งได้หันกลับไป เห็น “มิ้งค์” ยืนอยู่ จึงสะบัดมือออกเพราะคิดว่าเป็นมือผี แต่พอเดินไปหา “มิ้งค์” ร่างของมิ้งค์ก็กลับเปลี่ยนเป็นผู้ชายเหมือนนักโทษมีโซตรวนคล้องขาอยู่ จากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย มารู้สึกตัวอีกทีถูกตบหน้า

นับแต่เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครได้พบเห็นสองสาวนักเรียนนาฏศิลป์นั้นอีกเลย เพราะอาจจะลาออกไปเรียนที่อื่น แต่เรื่องนี้ก็ยังคงถูกบอกเล่าจากปากต่อปากสู่รุ่นน้องที่เข้ามาเรียนโรงเรียนแห่งนี้อยู่เรื่อยๆ..


ที่มา
http://www.thenightshock.com/detail.php?id=134
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, NONGEAR44, โบตั๋นสีขาว, Nagasia, vill, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), berm, ก้านยาว, touch_navara

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๒๑:๐๒:๑๗ »

เสียงโซ่ตรวน

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งที่อดีตเคยเป็นเรือนกักขังนัก โทษเก่ามาก่อน จึงไม่แปลกที่จะกลายเป็นดินแดนที่ใช้ประหารนักโทษมากมายหลายศพจนนับไม่ถ้วน !! นัก เรียนชมรมนาฏศิลป์ต้องอยู่ซ้อมรำที่โรงเรียนจนดึก กว่าอาจารย์จะปล่อยกลับก็ล่วงเลยเวลามาเกือบสี่ทุ่ม ห้องนาฎศิลป์นั้นตั้งอยู่ที่ตึก 5 ชั้น 3 บริเวณมุมด้านหลังสุด ดังนั้น เมื่อจะกลับก็ต้องเดินจากด้านหลังมาลงบันไดด้านหน้า ขณะที่ตามรายทางก็มีไฟเพียงไม่กี่ดวง

ระหว่างที่เหล่านักเรียนนาฏศิลป์ต่างรีบเดินออกมาเพื่อกลับบ้าน ปรากฏว่า “มิ้งค์” ดันลืมโทรศัพท์มือถือไว้จึงต้องเดินกลับไปเอา พร้อมบอกให้ “ปัด” เพื่อนสนิทรออยู่ตรงนี้อย่าไปไหน จะรีบไปรีบกลับ ขณะที่ครู และเพื่อนคนอื่นๆ ต่างรีบกลับจึงขอตัวไปก่อน ขณะที่ “ปัด” รอเพื่อนอยู่เพียงลำพังนั้น ก็เกิดได้ยินเสียงเพลงคล้ายๆ รำสวด แล้วก็เสียงคนตะโกนโวยวาย “อย่าๆๆๆ ผมไม่ไป ปล่อยผม !!!! อย่าทำผมเลย” วินาทีนั้น “ปัด” เริ่มแปลกๆ ที่ดึกแล้วจะมีใครมาตะโกนร้องแบบนี้ได้

เวลาผ่านไปสักพัก เสียงทุกอย่างเงียบไปจนน่าวังเวง “ปัด” เริ่มรู้สึกกลัว พยายามมองซ้ายมองขวา แต่เพื่อนที่ไปเอาของก็ยังไม่กลับมา ตอนนี้เริ่มมีเสียงคล้ายๆ คนลากอะไรซักอย่างคล้ายโซ่แว่วมา มันเริ่มดังขึ้นๆ ๆ แล้วก็ใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ๆ จังหวะนั้น “ปัด” ทนไม่ไหวจึงคิดที่จะวิ่งหนีออกไป แต่พรึ่บบบ มีมือหนึ่งมาจับที่แขนของเธอไว้ แต่พอหันไปก็พบว่าคนที่มาจับมือคือ “มิ้งค์” เพื่อนสนิทของเธอเอง.. “ปัด” รีบถาม “มิ้งค์” ว่าได้ยินเสียงคนลากอะไรหรือเปล่า ? ซึ่ง “มิ้งค์” ก็ตอบกลับมาทันทีเลยว่า “ได้ยิน เสียงคล้ายโซ่ใช่ไหม” เท่านั้นแหละทั้งสองคนต่างจับมือวิ่งลงตึกแบบไม่คิดชีวิต

ระหว่างที่วิ่งลงตึกอยู่ดีๆ “ปัด” สะบัดมือ “มิ้งค์” ออกอย่างกระทันหัน!! แล้วเดินกลับไปทางเดิมราวกับเหมือนโดนสะกด “มิ้งค์” รู้แล้วว่าเพื่อนต้องโดนอะไรบางอย่างแน่ๆ จึงวิ่งไปหาพร้อมเขย่าตัว และตบหน้าเรียกสติเพื่อนอย่างแรง จนเพื่อนได้สติคืนมา !! วินาทีนั้นเสียงโซ่ดังขึ้นมาอีกครั้ง “ปัด” กับ “มิ้งค์” ไม่รีรออะไรแล้ว ทั้งคู่รู้แก่ใจแล้วว่าเป็นสิ่งลี้ลับแน่นอน จึงรีบวิ่งลงตึกแบบไม่คิดชีวิตจนกระทั่งไปชนกับใครคนหนึ่ง โครมมม !! พอตั้งสติได้ก็รู้ว่าคนที่ชนนั้นคือ “ลุงภารโรง” คนเก่าแก่ของโรงเรียน ทั้งสองจึงเล่าเรื่องที่เจอให้ลุงภารโรงฟังทันที

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องจากนักเรียนทั้งสอง ลุงภารโรงถึงกับตกใจ พร้อมเตือนว่า “ทำไมถึงไม่รีบลงมาพร้อมกันเยอะๆ ที่นี่เฮี้ยนมาก ลุงยังไม่กล้าขึ้นไปเลย หลายปีก่อนเคยมีเด็กหายไปไม่มีแม้กระทั่งศพ” สองสาวได้ฟังถึงกับสั่นผวา ด้าน “ปัด” ก็เล่าให้ฟังอีกว่า ตอนที่สะบัดมือ “มิ้งค์” เพราะระหว่างวิ่งได้หันกลับไป เห็น “มิ้งค์” ยืนอยู่ จึงสะบัดมือออกเพราะคิดว่าเป็นมือผี แต่พอเดินไปหา “มิ้งค์” ร่างของมิ้งค์ก็กลับเปลี่ยนเป็นผู้ชายเหมือนนักโทษมีโซตรวนคล้องขาอยู่ จากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย มารู้สึกตัวอีกทีถูกตบหน้า

นับแต่เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครได้พบเห็นสองสาวนักเรียนนาฏศิลป์นั้นอีกเลย เพราะอาจจะลาออกไปเรียนที่อื่น แต่เรื่องนี้ก็ยังคงถูกบอกเล่าจากปากต่อปากสู่รุ่นน้องที่เข้ามาเรียนโรงเรียนแห่งนี้อยู่เรื่อยๆ..


ที่มา
http://www.thenightshock.com/detail.php?id=134
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, NONGEAR44, โบตั๋นสีขาว, Nagasia, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), berm, touch_navara

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๒๑:๑๕:๐๐ »

วิญญาณ โหยรัก

    ดิฉันเป็นลูกหลานคนจีน โดยแท้จริง เติบโตที่ภาคใต้ ส่วนใหญ่คนบ้านดิฉันรับจ้างทำงานทั่วไป ไม่ว่าจะงานก่อสร้าง ถ่างป่า หรือกรีดยาง แต่เหตุการณ์ที่ดิฉันจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับญาติของดิฉันคนหนึ่งซึ่งเขาไม่ค่อยเชื่อเรื่อง ผี เห็นเป็นเรื่องไร้สาระ ผลสุดท้ายเขาเกือบเอาตัวไม่รอด ญาติของดิฉันคนนี้มีชื่อเล่นว่า นุ อายุก็ราว 16-17 ปี รุ่นเดียวกับดิฉัน กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น สมัยนั้นหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ค่อยเจริญ บ้านของนุก็เหมือนกันไม่มีไฟฟ้าใช้เหมือนตอนนี้ เมื่อนุเรียนจบ ป.6 จากโรงเรียนในหมู่บ้าน นุคิดอยากเรียนต่อจึงไปเรียนศึกษาผู้ใหญ่รอบค่ำในอำเภอ กลางวันจะได้มีเวลาช่วยพ่อแม่ทำงาน แต่ระยะเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนก็ราว 20 กว่ากิโลเมตร แต่นุยังโชคดีหน่อย ที่เขายังมีรถเครื่องเก่า ๆ อยู่คันหนึ่งไว้ขี่ไปโรงเรียนทุกวัน หลังจากเลิกเรียนแล้วนุก็ชอบไปเที่ยวบ้านเพื่อนต่อกลับมาถึงบ้านตี 2 เกือบตี 3 ทุกวัน

   ....มีอยู่วันหนึ่งเป็นช่วงหน้าฝน คืนนั้นฝนตกทั้งคืน นุก็ยังคงไปเรียนศึกษาผู้ใหญ่ในตัวอำเภอเหมือนเดิม หลังจากเลิกเรียนแล้วคืนนั้นนุไปเที่ยวบ้านเพื่อนต่อจนเวลา 02.00 น. จะกลับบ้าน แต่เพื่อนของนุเห็นฝนยังตกไม่หยุด จึงชวนนุค้างที่บ้าน แต่นุปฏิเสธพร้อมกับบอกว่า "ระยะทางไม่ไกลหรอก เรากลับจนชินแล้ว หลับตาเรายังขี่ได้ เรื่องกลับบ้านแค่นี้เรื่องเล็ก ขอให้วางใจเถอะ" เมื่อนุพูดอย่างนี้ เพื่อนของเขาก็ส่วยหัวกับความดื้อรั้นของนุ แล้วเขาคงไม่รู้ว่าเดือนก่อนตรงบริเวณก่อนถึงหลักกิโลเมตรที่ 2 ซึ่งมีศาลาพักร้อนอยู่ข้างทาง มีผู้หญิงสาวสวยรุ่นราวคราวเดียวกับนุอกหักจากแฟนผูกคอตายที่ป้ายนี้ เมื่อเธอตายแล้ว วิญญาณของเธอก็ไม่ยอมไปไหน วนเวียนอยู่ที่นี่ คอยหลอกคนนั้นคนนี้ที่ผ่านมา จนคนแถวนั้นกลัว แต่นะไม่รู้มาก่อน และนึกไม่ถึงว่าผียังมีอยู่ในโลก คิดว่าคนเราตายไปแล้วทุกคน เมื่อถูกเผาก็กลายเป็นเถ้าธุลีไป

   ....คืนนั้นนุกลับบ้านดึก เพราะติดฝนตก ตำลังขี่รถจะพ้นตัวอำเภอไปเลย จนถึงบริเวณป้ายหลักกิโลเมตรที่ 2 ก็มีผู้หญิงสาวสวยมายืนโบกรถอยู่ เมื่อนุเห็นจึงหยุดรถแล้วถามผู้หญิงคนนั้นว่า "น้องจะไปไหน มายืนตากฝนอยู่ที่นี่ไม่หนาวหรือ" ผู้หญิงคนนั้นก็ตอบว่า "น้องคิดจะกลับ แต่ไม่มีรถพี่ช่วยไปส่งหน่อยได้ไหม" นุจึงรับอาสาส่งผู้หญิงคนนั้นที่บ้านนุได้ถอดเสื้อเจ็กเก็ตที่เขาใส่ให้กับผู้หญิงคนนั้นเมื่อเห็นเธอหนาวจนสั่น แต่คำพูดของผู้หญิงคนนั้นเยือกเย็นชอบกลแต่นุก็ไม่ได้สนใจคิดว่าเธอหนาว ตลอดทางที่ผู้หญิงคนนั้นนั่งรถเขามาก็ไม่คอยพูด มีแต่นุเท่านั้นที่ชวนคุยตลอดทาง

   ...จนมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน กม.7 ผู้หญิงสาวคนนั้นก็บอกให้นุหยุดรถ บอกถึงบ้านแล้ว "ส่ง..แค่..นี้..พอ..แล้ว..พี่..ไม่..ต้อง..ส่ง..บ้านหรอก" หญิงสาวคนนั้นชี้ให้นุเห็นหลังคาบ้าน พร้อมบอกว่า "หลัง..กลัว..แม่..ด่า..ส่ง..แค่…นี้..พอ..เสื้อ..ตัว..นี้..น้อง..ขอ..ใส่..ก่อน..อากาศ..หนาว.." นุจึงบอกว่า "งั้นพี่กลับบ้านก่อนเดี๋ยวดึกเกินไป วันหลังพบกันใหม่" ว่าแล้วเขาก็ขับรถต่อไปเพื่อให้ถึงบ้านเร็ว ๆ พอรุ่งขึ้นสายหน่อย นุคิดอยากไปเที่ยวบ้านหญิงสาวคนนั้นอีก พร้อมกับเอาเสื้อแจ็กเก็ตคืนด้วย พอไปถึงบ้านที่หญิงสาวคนนั้นบอกเมื่อคืน เขาก็ได้พบกับหญิงชราคนหนึ่งอายุก็ราว 50-60 ปี นุได้ถามถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่เคยอยู่บ้านนี้มาก่อน ตอนแรกหลังจากหญิงชราได้ฟังนุเล่าเรื่องที่พบเจอเธอจนจบ หญิงชราคนนั้นก็มีอาการตกใจมาก คิดไม่ถึงว่าวิญญาณลูกสาวตายแล้วยังไม่ยอมไปเกิด ยังมาหลอกหลอนคนอีก หญิงชราคนนั้นจึงได้เล่าความจริงว่า ลูกสาวยายตายไปได้เดือนกว่าแล้ว ถ้าเธออยากพบเขาอีกก็ลองไปที่สุสานต้องเจอแน่ เพราะศพลูกสาวยายฝังไว้ที่สุสานแห่งนั้น ครั้งแรกที่พูดนุไม่เชื่อ พอหญิงชราพานุไปเห็นถึงเชื่อว่าตัวเขาได้ถูกผีหลอก เกือบช็อคในตอนนั้น

พบกับเสื้อของตัวเอง วางคลุมอยู่บนหลุมศพของหญิงสาวคนนั้น จึงเชื่อสนิทว่าตัวเองได้ถูกผีหลอก จึงตกใจมาก กลับมาถึงบ้านจิตใจของนุในเวลานั้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มีอาการหวาดกลัวมาก ดิฉันได้ข่าวว่านุโดนผีผู้หญิงสาวหลอกตรงบริเวณป้ายจึงไปเยี่ยม ตอนนั้นเห็นสภาพของเขาแล้วน่าสงสารมาก ยังมีอาการหวาดกลัวอยู่ ข้าวปลาไม่ยอมกิน พ่อแม่พี่น้องก็พยายามหาหมอผีมารักษาอาการของนุให้หาย แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ทุกครั้งที่ญาติพี่น้องไปเยี่ยมเขาจะมีอาการหวาดกลัว เหมือนกำลังเห็นอะไร ร้องตะโกนลั่นบ้านกลัวแล้ว กลัวแล้วๆๆ อยู่อย่างนั้นตลอดทั้งวันและกลางคืนด้วย จนญาติพี่น้องคิดว่าคงหมดหนทางรักษาแล้ว แต่แล้วในวันหนึ่งญาติของเขาคนหนึ่ง ก็พบพระธุดงค์องค์หนึ่ง พักอยู่ที่วัด กม.7 จึงไปนมัสการพร้อมเล่าเรื่องของนุให้ท่านฟัง

  ....พระองค์นั้นได้เพ่งกระแสจิตพักหนึ่งก็กล่าวกับญาติของนุว่า วิญญาณตนนี้มีความอาฆาต พยาบาทอย่างแรงกับผู้ชายทุกคน โยมนุกำลังมีเคราะห์ วิญญาณตนนี้อยากเอาไปอยู่ด้วย ถ้าจะให้โยมนุพ้นเคราะห์นี้ไป ต้องโกนหัวบวชที่วัดนี้ อุทิศส่วนกุศลไปให้แก่วิญญาณของเขาก็จะพ้นเคราะห์กลับมาเหมือนเดิม อาการต่าง ๆ ก็จะหายไปเองจากนั้นก็อุทิศส่วนกุศล แล้วก็ไม่เจอวิญญาณนั้นอีกเลย.

ที่มา
http://www.thenightshock.com/detail.php?id=133
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, NONGEAR44, โบตั๋นสีขาว, Nagasia, vill, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), berm, ก้านยาว, touch_navara

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๒๑:๓๑:๓๘ »

ห้องน้ำข้างวัด

ผมขี่รถมอเตอร์ไซค์หรือที่คน ต่างจังหวัดเรียกมันว่ารถเครื่องนั่นแหละ ผมเป็นคนต่างจังหวัดก็ขอเรียกมันว่ารถเครื่องก็แล้วกัน เพิ่งกลับมาจากที่ทำงาน บังเอิญปวดท้องมากๆ สงสัยกินมะขามที่เพื่อนร่วมงานเอามาฝากมากเกินไป ผมรู้จักสถานที่แถวๆนี้เป็นอย่างดี เพราะผมผ่านทุกวัน

สงสัยคงต้อง แวะห้องน้ำข้างๆวัดข้างหน้านี้ซะแล้ว ไปอีกไม่ไกลหรอก เป็นทางผ่านระหว่างทางกลับบ้านพอดีว่าแล้วผมก็ขี่รถเครื่องไปแวะที่ห้องน้ำ ข้างๆวัดที่อยู่ตรงหน้าผม ผมจอดรถเอาไว้พร้อมดึงเอากุญแจรถไปด้วย เดินเข้าไปในห้องน้ำสาธารณะข้างวัดทันที

ห้องน้ำตรงนั้นมีอยู่ 2ห้องติดกัน อยู่ในที่เปลี่ยวพอสมควร เพราะไม่มีทั้งไฟ ไม่มีทั้งผู้คน รถก็ไม่ค่อยผ่านมา นานๆทีจะมีมาซักคัน รอบๆห้องน้ำเต็มไปด้วยพุ่มไม้ และต้นไม้ใหญ่

ผมไม่รอช้า รีบเข้าไปอุจจาระทันที ห้องน้ำข้างวัดก็อย่างนี้แหละ ค่อนข้างสกปรกพอสมควร แมงมุม และจิ้งจกก็อยู่ในนั้น ผมอุจจาระจนเสร็จโชคร้าย น้ำไม่ไหล!!

โชค ยังดีที่ผมเอากระดาษทิชชู่มาด้วย อยู่ในตะกร้าหน้ารถผม ผมดึงกางเกงขึ้นแล้วเดินไปเอากระดาษหน้ารถมา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งก็สังเกตเห็นประตูห้องน้ำอีกห้อง ข้างๆห้องที่ผมเข้าปิดอยู่ แสดงว่ามีคนกำลังเข้าห้องน้ำอีกห้องหนึ่งอยู่

ผม เข้าไปเช็ดอุจาระออกจากก้นให้เรียบร้อย จากนั้นเดินกลับมาที่รถ น่าแปลก! ห้องน้ำอีกห้องสามารถใช้น้ำได้ ผมได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากห้องน้ำห้องนั้น

ผม ไม่ได้สนใจอะไรหรอก ขึ้นค่อมรถเตรียมกลับบ้าน แต่ดูเหมือนผู้ใช้ห้องน้ำอีกห้องกำลังต้องการความช่วยเหลือ ผมได้ยินเสียงผู้หญิงมาจากห้องนั้น เหมือนกับกำลังพยายามเรียกว่ามีใครอยู่ข้างนอกบ้าง

ผมได้ยินลางๆ ไม่ชัด เสียงเบาเกินไป แต่รู้สึกได้ว่าเป็นเสียงผู้หญิงกำลังต้องการความช่วยเหลือ ผมเดินไปเคาะประตูถาม “มีอะไรรึเปล่าครับ”

ไม่มีเสียงตอบกลับมา แต่มีรองเท้าแตะฟองน้ำลอดออกมาจากช่องเล็กๆใต้ประตูห้อง รองเท้าข้างนั้นลอดออกมาครึ่งหนึ่ง ผมมองเห็นขาข้างหนึ่ง เป็นขาผู้หญิงขาวๆกำลังยืนอยู่เท้าเปล่า ไม่ใส่รองเท้า รองเท้าวางอยู่ข้างๆเท้าของเธอข้างหนึ่ง

ผมเอะใจที่ว่าเธอยืนด้วย ขาเพียงข้างเดียว รองเท้าก็ไม่ใส่ ทันใดนั้นเองรองเท้าแตะข้างนั้นก็ลอดออกมาจากช่องเล็กๆใต้ประตู ออกมาทั้งข้าง ข้างเดียวเท่านั้น แต่เปื้อนเลือดอยู่เต็มไปหมด

ผม ตะโกนถามเขาอีกครั้ง “มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าครับ” แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับมา จนกระทั่งผมตัดสินใจก้มลงไปดูที่ช่องเล็กๆใต้ประตูห้องนั้น (ก้มดูอยู่ห่างๆ ไม่ได้แอบดูใกล้ๆ)

ผมก้มลงไปมอง …. แต่สิ่งที่ผมเห็นมันคือ ………..

ผม ไม่เห็นอะไรเลย แม้แต่ขาข้างนั้นที่เคยลอดมาใต้ประตู ขาข้างนั้นไปไหนแล้ว ที่สำคัญหญิงผู้นั้นหายไปไหน ผมตัดสินใจพังประตูเข้าไป ไม่เห็นใครเลย มีเพียงแต่รองเท้าแตะอีกหนึ่งข้างเท่านั้น แน่นอน เต็มไปด้วยเลือดเหมือนรองเท้าอีกคู่หนึ่ง


เรื่องไม่ได้มีอยู่เพียง แค่นั้น เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาอีก คราวนี้เป็นเสียงผู้ชาย เสียงใหญ่แต่ไม่ค่อยชัดเจนนัก เหมือนกับเสียงพูดขาดๆหายๆ คล้ายๆกับเสียงรบกวนตามคลื่นวิทยุ

ผมตกใจสุดขีด รีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำห้องนั้นแล้วสตาร์ทรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว คืนนั้นทั้งคืนผมแทบนอนไม่หลับ เปิดไฟนอนอยู่ทั้งคืน แต่แล้ววันรุ่งขึ้น ด้วยความที่สว่างแล้ว ผมก็อยากออกไปหาความจริงอีกรอบ เป็นวันเสาร์ ที่ทำงานผมหยุด ผมจึงได้ขี่รถออกไปที่เดิมอีกครั้ง
……………………………………………………………………………………………

เมื่อไปถึง ผมได้เข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง และด้วยแสงสว่างในตอนกลางวัน ผมก็ได้พบกับความจริงอย่างหนึ่งเข้า ……………….

วิทยุ สื่อสารตกอยู่ในห้องนั้น เป็นวิทยุที่ตำรวจใช้สื่อสารกัน ผมคาดเดาว่าน่าจะมีตำรวจมาใช้ห้องน้ำห้องนี้แล้วทำตกเอาไว้ วิทยุเหมือนใกล้จะเสีย เพราะสัญญาณก็ไม่ค่อยมี ที่แท้เสียงทั้งหมดก็มาจากวิทยุสื่อสารนี้นั่นเอง


ที่มา
http://www.thenightshock.com/detail.php?id=132
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, โบตั๋นสีขาว, Nagasia, vill, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), berm, ก้านยาว, touch_navara

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: ๑๓ มิ.ย. ๕๔, ๒๑:๔๒:๔๑ »

ถ่ายวิดิโอติดวิญญาน

มิถุนายน ปี 2008 ที่ผ่านมา ไปเที่ยวทะเลกันครับ เลี้ยงส่งเพื่อนๆที่ได้ทุนไปเมืองนอก หรือบางคนบ้านรวย พ่อแม่ส่งไปเรียนเมืองนอกเลย (ผมเรียนนานาชาตินะครับ วันปิดมันจะเหลื่อมๆกับ รร รัฐบาลอยู่)

แยกกันไปสองคันครับ คันแรกเป็นรถตู้ เพื่อนผมขับ คันที่สองเป็นรถพ่อผมเอง ผมขับเอง รถผมก็มีแฟน มีเพื่อนผมอีกสองคน ขาไปไม่มีอะไรครับ แต่ตอนจะพักที่บังกะโล

บังกะโลที่ผมจะต้องอยู่กัน เกิดมีปัญหาหลังคารั่วครับ แต่โชคดีที่ไปเจอที่ใกล้ๆกัน ห่างกัน 100-180เมตร คนละเจ้าของกัน ก็จัดการจองเสร็จสรรพ แล้วผมก็ไปกะเพื่อนผมที่เป็นคนท้องถิ่น ไปซื้อของมาทำกินกัน ระหว่างทาง มันก็ถามผมว่า พักกันแถวไหน พอผมให้คำตอบไป มันก็อึ้งครับ แล้วก็ไม่พูดอะไร

ตอนกลางคืน ก็ไปปิ้งกันที่บ้านหลังแรก ที่ๆผมควรจะได้พัก พอปิ้งของกินกันจนอิ่มแล้ว ด้วยความที่ผมเห่อกล้อง Sony Handycam Hi8 กากๆ ตอนปิ้งของ ตอนกิน ตอนเดินกลับผมก็ถือถ่ายไปทั่วครับ เปลี่ยนเทปไปสองม้วน (ม้วนละ 120min)

ผมก็ออกไปเดินกันสี่คน เอากล้องถ่ายไปเรื่อยๆ ไม่ได้เปิด บังกะโลแถวนั้นก็มีคนอยู่ตามปกติครับ เห็นมีฝรั่งออกมายืนดูดบุหรี่หน้าห้องมั่ง ผมเลยเอากล้องหันไป แล้ว say hello เค้าก็กวนๆผมกลับนะ ฮาดี บางหลังเป็นผัวเมียทะเลาะกันก็มีนะ เลยไม่ยุ่ง เดินๆไป ผมก็เดินกลับไปถึงบ้านที่ผมพัก

ตกกลางคืนได้ยินเสียงไล่เคาะประตูห้อง สักพัก ได้ยินเสียงเหมือนคนใช้นิ้วรูดมุ้งลวดครับ กลัวมาก แต่ก็พยายามหลับจนได้ ตอนเช้า ก็ถ่ายรอบๆบ้านไว้ก่อนกลับ แล้วก็ไปถ่ายวิดิโอหมู่กันที่บ้านหลังที่ผมพักครับ

กลับมาที่บ้าน กรอเทป กะจะดูสักหน่อย เดี๋ยวจะอัดเป็น DVD ส่งให้เพื่อนๆ ปรากฏว่า เทปม้วนแรก ส่วนแรกที่ผมถ่ายตอนเพื่อนๆผมปิ้งของ กินข้าว ปกติครับ แต่พอเข้าท้ายๆม้วนแรก ซึ่งต้องเป็นส่วนที่ผม say hello กับฝรั่ง ปรากฏว่า ผม say hello กันกับพวกตัวเอง โดยที่ไม่มีเสียงตอบกลับมา และภาพในนั้นก็คือบ้านมืดๆ ไม่มีคนอยู่ และเทปม้วนที่สอง จังหวะที่เปลี่ยนเทป ก็เข้าบ้าน ทำไรตามปกติครับ แต่เท่าที่สังเกตุ ม้วนนี้ชอบมีปัญหาเรื่องการ Tracking ครับ (กล้องมันพยายามแทรคสัญญาณตอนเล่นตลอด)

และส่วนสุดท้าย ตอนที่ผมถ่ายรอบๆบ้านที่ผมพัก ไม่ค่อยชัดเจนครับ ภาพมันเบลอ บางส่วนก็สีรั่ว+Noise เยอะมาก คิดในแง่ดือคือเทปเน่า แต่ในแง่ร้ายคือ กรูถ่ายติดผีแน่นอน ท้ายสุด ที่ผมถ่ายวิดิโอหมู่กัน แรกสุด ใช้กล้องเปิดดูกับทีวีก็ปกติ เพราะภาพมันเบลอๆ และเน่าเป็นระยะ แต่พอใช้เครื่องเล่น Hi8 ของเพื่อนมาอ่านเทปแทนกล้องตัวเอง เห็นชัดเลยว่า ตรงหน้าต่าง มีเงาผู้หญิงยืนอยู่แล้วโบกมือบายๆให้ (มารู้ทีหลังว่าที่ๆผมไปพัก เคยมีผัวเมียฝรั่งฆ่ากันตาย โดนฆ่าชิงทรัพย์บ้าง ฆ่าตัวตาย ในตอนนั้นคนไต้หวันหรือฮ่องกงไม่รู้ โดนคู่ขาฆ่าหมกเพดาน)

สยองไปอีกนานครับ เป็นไปได้ ตอนนี้ถ้าเป็นไปได้ ขอไปเช้าเย็นกลับดีกว่า

ที่มา
http://www.thenightshock.com/detail.php?id=131
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, โบตั๋นสีขาว, Nagasia, vill, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), berm, ก้านยาว, touch_navara

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
saken6009
นวมะ
ลำดับสมาชิก: ๗๗๘๙

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๕๑ วัน, ๖ ชั่วโมง ๓๐ นาที

อย่ากลัวคนจะมาตำหนิ แต่จงกลัวว่าตัวเองจะทำผิด อย่ากลัวที่จะรับรู้ความบกพร่องของตน แต่จงกลัวว่าตนจะเป็นคนที่ดีได้ไม่จริง

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๘๙๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๖๔๑๔๙
  รับขอบคุณ: ๘๒๘๖


ชีวิตของข้า เชื่อมั่นศรัทธา หลวงพ่อเปิ่น องค์เดียว


จังหวัด: นครปฐม
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๔
ประสบการณ์: ๒๖%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: ๑๔ มิ.ย. ๕๔, ๐๔:๕๓:๑๒ »

วิญญาณตามสถานที่ต่างๆ 11; 11;
                                                         
ขอบคุณท่าน ทรงกลด ที่นำบทความเรื่องวิญญาณ มาให้พี่น้องศิษย์วัดบางพระได้อ่านครับ
 
ติดตามอยู่ครับ อ่านแล้วเพลินดีมากๆครับ และ ได้ความน่ากลัววังเวงแถมมาครับ
 
(ขออนุญาตเข้ามาอ่าน ขอบคุณครับผม)
   
   
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: โบตั๋นสีขาว, ทรงกลด, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), berm

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

กราบขอบารมีหลวงพ่อเปิ่น คุ้มครองศิษย์ทุกๆท่าน ให้แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง สาธุ สาธุ
หน้า: []   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

MySQL | XHTML | PHP | CSS! | Bp.Or.Th

SMF 1.1.21.|Simple Machines.|SiamNakhon.com.