๑๘ ต.ค. ๖๒, ๒๑:๓๐:๓๗ *

ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  ค้นหาขั้นสูง
  หน้าแรก   กระดานสนทนา   ช่วยเหลือ กฎ กติกา มารยาท เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: []   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลอนสุดขีด  (อ่าน ๒๓๔๔ ครั้ง)
๐ สมาชิก และ ๑ ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ๐๔ ส.ค. ๕๔, ๒๒:๒๘:๓๙ »

หลอนสุดขีด

ขนหัวลุก
ใบหนาด

"นิศานาถ" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกของคนขี้ลืม

ดิฉัน มีเพื่อนข้างห้องที่เป็นโรคขี้หลงขี้ลืมอย่างร้ายกาจ และเพราะโรคเจ้ากรรมนี้เองค่ะที่ทำให้เกิดเรื่องสยองขวัญอย่างแทบจะเป็นไป ไม่ได้

ไม่ต้องคิดไปไกลถึงคนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือคนชราที่นับวันก็ยิ่งเป็นโรคขี้หลงขี้ลืมตามอายุขัย อย่างที่พูดกันติดปากว่า "หลงๆ ลืมๆ ตามประสาคนแก่" เพียงแค่เอ่ยถึงคนที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวนี่ก็พอค่ะ

ทุกคนย่อมเคย รู้จักคนขี้ลืมกันทั้งนั้น และทุกคนที่ยอมรับความจริงก็ต้องพบว่าตัวเองเคยเป็นคนขี้ลืม จะมีข้อแตกต่างกันตรงที่มีอาการมากหรือน้อยเท่านั้นแหละ

ตั้งแต่วางของใช้ เช่น ปากกาหรือแว่นตาไว้แล้วจำไม่ได้ว่าวางไว้ที่ไหน

ลืมกุญแจบ้าน ลืมกุญแจรถ กระทั่งลืมกุญแจไว้ในรถที่ล็อกเรียบร้อยแล้ว

จำ ไม่ได้ว่าปิดไฟ ปิดแก๊สไว้หรือเปล่า? หลายๆ ครั้งถึงกับต้องย้อนกลับไปดูให้รู้แน่ ไม่งั้นก็ไม่สบายใจ กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ จนถึงเข้าห้องนอนแล้วนึกไม่ออกว่าใส่กลอนหรือล็อกประตูเรียบร้อยหรือยัง?

ลืมลูกเล็กๆ ไว้ในรถประจำทาง แม้แต่ในรถแท็กซี่ก็เคยเป็นข่าวหลายครั้ง

ขนาดจะเดินทางไปต่างประเทศ พอถึงสนามบินแล้วเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้นำหนังสือเดินทางมาด้วยก็มีนี่คะ!

"เปิ้ล" เป็นเพื่อนข้างห้องเช่าที่ดินแดงนี่เอง นิสัยเราตรงกันตรงที่ชอบอยู่คนเดียว ไม่อยากชวนใครมาเป็นเพื่อนเพื่อแชร์ค่าห้อง ถือว่ารักอิสระเสรีเหนืออื่นใด ...แต่สิ่งที่แตกต่างกันสุดขั้วก็คือเปิ้ลเป็นโรคขี้หลงขี้ลืมขนาดหนัก ตอนที่รู้จักกันใหม่ๆ ยังคิดว่าเธอแกล้งทำด้วยซ้ำ

เดี๋ยวลืมกุญแจ ห้อง เดี๋ยวลืมกุญแจรถ เดี๋ยวลืมกระเป๋าสตางค์...ทั้งในห้องและที่ทำงาน เดี๋ยวลืมรหัสเอทีเอ็ม เดี๋ยวลืมว่ารุ่งขึ้นเป็นวันหยุด เดี๋ยวลืมว่านัดกับเพื่อนที่ศูนย์การค้าจนเพื่อนโทร.มาต่อว่า ขณะที่เปิ้ลเข้ามานั่งคุยจ๋อยๆ อยู่ในห้องดิฉัน แต่ไม่มีใครถือโกรธมากมายอะไรเพราะรู้นิสัยขี้ลืมของเธอดี

"ขวัญ" เพื่อนสนิทคนหนึ่งถึงกับแซวว่า....นี่เปิ้ล! ฉันว่าเธอเขียนชื่อแขวนคอไว้ดีกว่าว่ะ เผื่อเกิดลืมว่าตัวเองชื่ออะไรจะได้ดูป้ายไงล่ะ!

เปิ้ลได้แต่ยิ้ม แหยๆ ดูแล้วก็น่าสงสาร เพราะวันนั้นขวัญมาค้างที่ห้องเปิ้ล หาซื้ออะไรมากินกันสามคน พูดคุยปากกว้างเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ แต่ขวัญแซวซะจนดิฉันอดสงสารเปิ้ลไม่ได้ ...เราแนะนำให้เธอไปหาหมอเพื่อปรึกษาโรคลืมฉกาจฉกรรจ์ แต่เปิ้ลกลับค้อนควักให้

"จะบ้าเรอะ? จู่ๆ จะให้ฉันไปหาจิตแพทย์ เดี๋ยวใครก็นึกว่าฉันเป็นบ้าน่ะซี!"

ต้องยอมรับว่าคนไทยเรายังแยกไม่ออกหรอกค่ะ ทำให้คนที่มีปัญหาทางอารมณ์หรือจิตใจที่อาจรักษาได้ แต่ไม่กล้าไปพบจิตแพทย์เป็นส่วนใหญ่

จน กระทั่งวันหนึ่งก็เกิดเหตุร้าย เมื่อขวัญโดนรถเก๋งชนตายคาที่หน้าบริษัทที่สีลมนั่นเอง ขณะรีบร้อนจะออกไปหาอาหารกลางวันกินกับเพื่อนๆ แต่เธอเคราะห์ร้ายเพียงคนเดียว

เปิ้ลร้องห่มร้องไห้จนนัยน์ตาบวม เล่าว่าวันนั้นเธอไปกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง ทั้งที่ส่วนมากจะไปกับขวัญ...พวกเราไม่มีโอกาสได้ไปงานศพเธอ เพราะญาติๆ จากภาคเหนือมารับศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด

ความตายอาจจะเป็นการ เปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติ หรือไม่ก็เป็นการสาบสูญไปเลย ตามความเชื่อของคนบางกลุ่มก็ได้ค่ะ เพราะไม่มีวี่แววว่าใครจะพบเห็นหรือฝันถึงเธอเลยแม้แต่คนเดียว

จนกระทั่งวันเสาร์ถัดมา...

ขณะ ที่ดิฉันนอนตื่นสายจนตะวันโด่ง เพราะไม่ต้องรีบไปทำงานตามปกติ หลังจากทำธุระส่วนตัวแล้วก็ออกมาชงกาแฟ เปิดทีวีดูข่าว...เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

เปิ้ลก้าวเข้ามาดูข่าวนิด หน่อย แล้วเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะถามโพล่ง...ไอ้ขวัญล่ะ? หายไปไหน? เข้าห้องน้ำเหรอ? เล่นเอาดิฉันงุนงงไปพักหนึ่ง...ขวัญไหน? เปิ้ลก็มองเหมือนจะค้อนให้

"ยังจะแกล้งถามอีก ก็ไอ้ขวัญเพื่อนเปิ้ลไง! เมื่อคืนมันมานอนด้วย เม้าธ์กันจนดึก แต่ตื่นเช้ามานี่ไม่รู้ว่าหายไปไหน ...เลยนึกว่ามาคุยที่ห้องเธอน่ะซี!"

ดิฉัน ยอมรับว่าตกใจจนแข็งทื่อ อ้าปากค้าง ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว จ้องหน้าเปิ้ลก่อนจะหลุดปากแบบโพล่งออกมาว่า ...ขวัญตายไปตั้งหลายวันแล้ว จะมานอนค้างกับเธอได้ยังไง?

เท่านั้นแหละค่ะ เปิ้ลก็เบิกตากว้าง กรีดร้องสุดเสียง ก่อนจะเป็นลมล้มฮวบลงกองกับพื้น...อยู่ดีๆ นิสัยขี้หลงขี้ลืมของเธอ จำไม่ได้ว่าเพื่อนตายไปแล้ว ก็ทำให้ดิฉันหวิดจะหัวใจวายไปเลย...ขนหัวลุกค่ะ!

ที่มา
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hPREEzTVRJMU1nPT0=ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBd09TMHhNaTB3Tnc9PQ==
๑๐ สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), saken6009, คนรักษ์พระ, โบตั๋นสีขาว, berm, boomee, กระเบนท้องน้ำ, ก้านยาว, yout, banmung

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว....ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา...สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา...กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ๐๔ ส.ค. ๕๔, ๒๒:๓๓:๒๒ »

ล่าวิญญาณ

ขนหัวลุก
ใบหนาด

"มหาห่วง" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากข่าวลือยักษ์กินคน

ตั้งแต่ กึ่งพุทธกาลมาจนถึงสมัยนี้ มักจะมีข่าวร้ายเกี่ยวกับ "ยักษ์กินคน" หรือ "ยมบาล" จะมาเอาชีวิตผู้คนไปเมืองผี รวมทั้งอิทธิฤทธิ์ของพระราหูที่เชื่อกันว่าร้ายกาจนักหนาต้องเซ่นบูชาด้วย "ของสีดำ 8 ประการ เช่น ไก่ดำ, เหล้าดำ, ผลไม้สีดำ เป็นต้น จึงจะเอาตัวรอดปลอดภัยได้

แต่ครั้งที่ร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นในปี 2508 ว่าจะมียักษ์ หรือพญามัจจุราชมาคร่าชีวิตคนที่เกิดในปีกุน, ปีขาล และปีเถาะ ไปเป็นจำนวนมาก

บ้างก็ว่ารวมทั้งคนที่เกิดในปีชวดและปีฉลูอีกด้วย

ข่าว ร้ายกาจนี้ว่ากันว่ามาจากข่าวลือที่น่าเชื่อถือได้ นั่นคือยักษ์มาเข้าฝันบุคคลสำคัญ เพื่อให้ป่าวประกาศไปทั่วบ้านทั่วเมือง...โดยมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ไม่ อยากอายุสั้น หรือถูกยักษ์จับไปกินก่อนถึงเวลาอันสมควร

เรียกว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ และค่อนข้างแปลกประ หลาดกว่าข่าวลือที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งในเวลาต่อมาโดยสิ้นเชิง

นั่น คือ ให้ไปขอข้าวสารจากเพื่อนบ้านมา 7 บ้าน แล้วหุงข้าวทำบุญตักบาตรหรือถวายสังฆทานแก่พระสงฆ์ แล้วให้ถวายดอกบัวอีก 3 ดอก ก็จะเป็นการสะเดาะเคราะห์ได้โดยสมบูรณ์แบบ ผู้คนส่วนใหญ่ก็แตกตื่นไปกระทำการสะเดาะเคราะห์เป็นอลหม่านไป

"ลุง ออ" เป็นช่างไม้เมียตายอยู่ใกล้ๆ วัดตรีทศเทพ เชิงสะพานเฉลิมวันชาติ ร่างเล็กแกร็น ผิวดำ ผมขาวตัดเกรียนติดหนังหัว แต่ยังแข็งแรงไม่แพ้หนุ่มๆ แกอยู่กับลูกชายคนเดียวชื่ออ่อง มีอาชีพเป็นช่างเรียงอยู่ที่โรงพิมพ์แถวพานถม ตอนเย็นๆ แกมักจะแวะซดเหล้าที่ร้านปากซอยเป็นประจำ

เมื่อข่าวยักษ์กินคน ระบาดไปทั่วกรุง แม้แต่หนังสือพิมพ์ประชาธิปไตยยังลงข่าวในเดือนสิงหาคม พร้อมกับคำแถลงของบุคคลสำคัญที่ตกเป็นข่าว ยืนยันว่าไม่เคยฝันอะไรที่น่า สะพรึงกลัวเหมือนข่าวลือแต่ประการใดทั้งสิ้น

ชาวบ้านร้านช่องกลับถือว่าเป็นคำปลอบใจ ความหวาดกลัวนั้นก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกที ไม่มีอะไรจะมาห้ามปรามได้

ชาว บ้านที่ไม่เคยรู้จักกันก็ไปเคาะประตูขอข้าวสารกันจนกว่าจะได้ครบ 7 บ้าน ตัวเองก็ตระเตรียมข้าวสารไว้แจกจ่ายเพื่อนบ้าน อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า 2-3 รายที่จะมาขอไปหุงเพื่อทำบุญตักบาตรเช่นกัน

ยกเว้นแต่ลุงออกับเจ้า อ่องที่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ตอนแรกๆ ก็คิดว่าลุงออคงจะเกิดปีอื่นที่ไม่ตกอยู่ในข่ายคนเคราะห์ร้าย แต่ช่างไม้วัยห้าสิบเศษก็บอกกล่าวในร้านเหล้าอย่างชัดเจน

"ข้าเกิดปี ขาลเลยแหละ! เสือน่ะมันไม่กลัวอะไรง่ายๆ หรอกโว้ย คนเราถ้ามันถึงคราวตายเสียอย่าง ต่อให้หนีไปอยู่ที่ไหนก็หนีไม่พ้น...พวกเอ็งลองคิดดูซิว่าปีๆ หนึ่งน่ะ คนเกิดปีกุน, ปีขาล, ปีเถาะ ต้องล้มตายลงไปปีละกี่ร้อยกี่พันคน ถึงจะไม่มียักษ์หรือยมบาลขึ้นมาเรียกวิญญาณก็เถอะเอ้า!"

ไม่มีใครเถียงแกออก แต่ลุงเปล่งเพื่อนร่วมก๊วนถามถึงลูก ชายลุงออว่าเกิดปีอะไร? ก็ได้รับคำตอบว่า...ปีมะโรง! เป็นอัน ว่าหมดปัญหาไป

"เอ็ง อย่าเพิ่งนอนใจไปนะเว้ยไอ้ออ" ลุงเปล่งขัดขึ้น หน้าตาส่อแววกังวลได้ชัด "ไอ้อ่องมันวัยเบญจเพสพอดี คนสมัยใหม่เขาอาจจะไม่ถือ แต่คนรุ่นเราน่ะเขาว่ามันแรงนัก...ยิ่งไอ้อ่องมันชอบเที่ยวเตร่อยู่ด้วย นักเลงบางลำพูน่ะขี้ไก่หยอกอยู่เสียเมื่อไหร่ล่ะ?"

ลุงออโบกมือคล้ายรำคาญเต็มที ก่อนจะพูดตัดบท

"อย่า ไปสนอกสนใจเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยวะ ข้าเองน่ะวันๆ คิดแต่เรื่องทำมาหากินมากกว่า...หมดงานนี้แล้วจะมีงานใหม่หรือเปล่า? ที่ไหน? ขืนมัวแต่ใส่ใจเรื่องไกลตัวมีหวังไม่เป็นอันทำมาหากินกันพอดี"

คืนนั้นดึกแล้ว...

เสียง หมาหอนโหยหวนมาจากเชิงสะพานเฉลิมวันชาติ ดังเข้าซอยมาทุกที...หมาเจ้ากรรมในวัดตรีฯ ก็เกิดปากเปราะ โก่งคอหอนรับเสียงเยือกเย็น...ก่อนจะช่วยกันเห่าหอนไปทั้งซอยเหมือนพวกมัน กำลังประสบพบเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ ขนลุกขนพองอย่างเหลือประมาณ

รุ่ง เช้า บ้านลุงออยังตกอยู่ในความเงียบเชียบ ไม่มีใครเห็นพ่อหรือลูกออกมาจากบ้าน ลุงเปล่งเป็นคนชักชวนเพื่อนบ้านไปดูก็ไม่พบเจ้าอ่อง แสดงว่าคืนนั้นมันไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนจนไม่ได้กลับบ้าน...

มี แต่ร่างลุงออนอนหงายตัวแข็งทื่ออยู่ในห้องชั้นบน นัยน์ตาเหลือกลานเหมือนกับแกได้พบเห็นภาพน่าเกลียดน่ากลัวสุดขีด...ก่อนจะ สิ้นลมหายใจ!

ที่มา
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hPREEwTVRJMU1nPT0=ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBd09TMHhNaTB3TkE9PQ==
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), โบตั๋นสีขาว, berm, กระเบนท้องน้ำ, ก้านยาว, banmung

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ๐๔ ส.ค. ๕๔, ๒๒:๓๘:๒๓ »

ลาก่อน...เพื่อนรัก!

ขนหัวลุก
ใบหนาด

"บุ๋ม" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากห้องเช่า

"ไอ้แป๋มมันโทร.มาลาเค้า บอกว่าชาติหน้ามีจริงคงจะได้พบกัน! เฮ้ย...มันพูดยังงี้หมายความว่า ยังไงวะแก?"

นุชพูดเสียงกระหืดกระหอบ หน้าตาท่าทางอย่างที่เขาเรียกกันสมัยก่อนว่า "เจ๊กตื่นไฟ" นั่นแหละค่ะ แต่ดิฉันกำลังอบสปาเกตตีที่ซื้อจากเซเว่นฯ มาเป็นอาหารมื้อเย็น รู้นิสัยของเพื่อนข้างห้องดีว่าเป็นยังไง ก็เลยไม่ค่อยสนอกสนใจเท่าไหร่

"เรอะ?" เลิกคิ้วทำหน้าตาย แต่นุชก็ปราดเข้ามาจับมือเขย่าแรงๆ หน้าตาซีดเซียว ทำท่าว่ากำลังตระหนกอกสั่นเต็มที่

"โธ่! จริงๆ นะแก เค้าไม่ได้มาอำเล่นหรอก ช่วยคิดหน่อยเถอะว่ามันเกิดอะไรขึ้นน่ะ ไอ้แป๋มมันเพิ่งกลับบ้านที่ชุมพรไปเมื่อวันก่อนนี่เอง แล้วจู่ๆ ก็โทร.มาพูดอะไรบ้าๆ ยังกะจะลาตายงั้นแหละ!"

"ทำไมไม่โทร.กลับไปถามมันล่ะ?"

"โทร.แล้ว..." นุชเสียงอ่อย ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "แต่ไม่ยักมีคนรับสายหรอก โทร.ตั้งหลายครั้งแน่ะ ก่อนจะมาเคาะประตูห้องแกน่ะ"

คราวนี้ดิฉันชักงง...จัดการเอาอาหารมื้อค่ำออกจากเตาอบ นุชทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างฝา บ่นพร่ำไปเรื่อยตามนิสัย คิดๆ ก็น่าเห็นใจเหมือนกัน เพราะสองสาวนี่อยู่ด้วยกัน ทำงานที่เดียวกันแถวถนนอโศก ดิฉันเสียอีกที่มาเช่าห้องอยู่ทีหลังพวกเธอ แต่เราก็สนิทสนมกันได้อย่างรวดเร็ว

แป๋มเป็นคนเงียบๆ เฉยๆ ตรงข้ามกับนุชที่ช่างพูดช่างคุยได้สารพัดเรื่อง ชนิดรอบรู้อะราวด์เดอะเวิลด์จริงๆ แต่หลายๆ เรื่องก็พอจะรู้ว่าเจ้าหล่อนมั่วไปเรื่อย อย่างที่เขาเรียกว่าระดับ "มั่วได้ถ้วย" นั่นละค่ะ!

แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน ตรงที่การพูดคุยจ๋อยๆ แทบไม่หยุดปากของเธอทำให้ดิฉันหายเหงาไปตั้งพะเรอ โดยเฉพาะตอนค่ำๆ กับเสาร์อาทิตย์ ที่แป๋มกับนุชมักจะซื้อนั่นซื้อนี่มาทำอะไรกินด้วยกัน เป็นเพื่อนพูดคุยให้สนุกสนานจนกว่าจะถึงเวลาหลับนอน

เรื่องที่นุชเอามาเล่าก็น่าคิดเหมือนกัน แม้ว่าจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ตาม ดิฉันได้แต่ปลอบโยนไปตามเรื่อง บอกว่าเดี๋ยวลองโทร.หาแป๋มดูใหม่...นุชทำตามคำแนะนำแต่ก็ไร้ผลค่ะ

คืนนั้น เธอเลยขออาศัยนอนด้วยเพราะบอกว่าเสียวสันหลังยังไงชอบกล

รุ่งขึ้น นุชตื่นแต่เช้ามืด นั่งหน้าซีดตัวสั่นอยู่บนเตียง ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมา พอเห็นดิฉันตื่นก็รีบเล่าให้ฟังว่าฝันเห็นแป๋มเข้ามาหาในห้องของเธอ...ในฝัน นั้นเธอนอนคนเดียว ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ อยู่ข้างเตียง ก่อนจะมองเห็นแป๋มเข้ามายืนอยู่ใกล้ๆ แล้วชะโงกเข้ามาหา

"ลาก่อนนะ นุช...ถ้าชาติหน้ามีจริง..."

แป๋มพูดไม่ทันจบ เธอก็ยกมือปิดหน้า แทบจะขาดใจตายด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นร่างของเพื่อนรักเปรอะไปด้วยเลือด สดๆ แดงฉาน หน้าตาก็เละเทะยับเยินและเต็มไปด้วยเลือดเช่นกัน!

"เค้าจำได้ว่าพยายามกลั้นเสียงร้องอย่างเต็มที่ จนกระทั่งตกใจตื่นขึ้นมา จะปลุกแกก็เกรงใจ เห็นยังหลับเพลินๆ น่ะซี"

"เพราะแกคิดถึงเรื่องโทร.แล้วแป๋มไม่ได้รับสายต่างหาก..."

คราวนี้นุชน้ำตาไหลพราก ยกหลังมือขึ้นปาดป้อยๆ ก่อนจะพูดเสียงขาดเป็นห้วงๆ ด้วยก้อนสะอื้นที่ประดังขึ้นมา

"พอเค้าตื่นขึ้นก็พอดีไอ้แป๋มโทร.มาหาอีก เสียงมันเย็นๆ ยังไงไม่รู้ บอกว่า...ลาก่อนนะ เพื่อนรัก ถ้าชาติหน้ามีจริงเราคงได้พบกันอีก..."

"ทำไมฉันไม่ได้ยินเลยล่ะ?" ดิฉันสงสัย นุชก็สั่นหน้าบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน...

บอกตรงๆ ว่าตอนนั้นดิฉันคิดว่านุชประสาทหลอนไปเอง หรือไม่แป๋มก็อาจจะเล่นตลกกับเพื่อนก็ได้...จนกระทั่งแยกย้ายกันไปทำงานแล้ว ตกบ่ายนุชก็โทร.มาหา ร้องห่มร้องไห้จนน่าตกใจ ก่อนจะเล่าว่าเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากญาติแป๋ม ว่าเมื่อเย็นวานแป๋มเกิดอุบัติเหตุ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปชนกับรถกระบะจนเสียชีวิตคาที่

ข่าวร้ายนี้ทำให้ดิฉันตกตะลึงตัวชาไปหมด แต่อะไรก็ไม่น่าสยดสยองเท่ากับเรื่องที่นุชเล่าว่าแป๋มโทร.มาล่ำลาถึงสอง ครั้ง หลังจากวิญญาณหลุดลอยออกจากร่างไปแล้ว

นุชไม่มีโอกาสได้ไปงานศพเพื่อน แต่มาขออาศัยนอนกับดิฉันหลายคืน ซึ่งดิฉันก็ยินดีต้อนรับอย่างเต็มอกต็มใจ...โธ่! อย่าว่าแต่นุชเลย ดิฉันเองก็ขนหัวลุกเหมือนกันนี่ค่ะ!

ที่มา
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hPREF6TVRJMU1nPT0=ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBd09TMHhNaTB3TXc9PQ==
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), โบตั๋นสีขาว, berm, กระเบนท้องน้ำ, ก้านยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
saken6009
นวมะ
ลำดับสมาชิก: ๗๗๘๙

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๕๑ วัน, ๖ ชั่วโมง ๓๐ นาที

อย่ากลัวคนจะมาตำหนิ แต่จงกลัวว่าตัวเองจะทำผิด อย่ากลัวที่จะรับรู้ความบกพร่องของตน แต่จงกลัวว่าตนจะเป็นคนที่ดีได้ไม่จริง

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๘๙๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๖๔๑๔๙
  รับขอบคุณ: ๘๒๘๖


ชีวิตของข้า เชื่อมั่นศรัทธา หลวงพ่อเปิ่น องค์เดียว


จังหวัด: นครปฐม
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๔
ประสบการณ์: ๒๖%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ๐๕ ส.ค. ๕๔, ๐๖:๑๐:๑๑ »

ผีหลอก วิญญาณหลอน 41; 41;
                                                     
ขอบคุณท่าน ทรงกลด ที่นำเรื่อง ผี-วิญญาณ มาให้พี่น้องศิษย์วัดบางพระได้อ่านครับ
                                                                                                                                             
(ขออนุญาตเข้ามาอ่าน ขอบคุณมากครับ)
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: โบตั๋นสีขาว, berm, boomee, กระเบนท้องน้ำ, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

กราบขอบารมีหลวงพ่อเปิ่น คุ้มครองศิษย์ทุกๆท่าน ให้แคล้วคลาด ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง สาธุ สาธุ
tyty1234
ปฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๑๒๗๗๓

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๖ นาที

*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๑

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว:
  รับขอบคุณ:



ระดับความสามารถ: ๑
ประสบการณ์: ๒๐%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: ๐๙ ส.ค. ๕๔, ๑๘:๒๑:๔๐ »

I'm A Flirt !!
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

lovelypooh
ปฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๑๓๔๗๒

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๕ นาที

*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๒

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว:
  รับขอบคุณ:



ระดับความสามารถ: ๑
ประสบการณ์: ๔๐%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: ๐๓ พ.ย. ๕๔, ๐๕:๑๖:๐๖ »

หลอนสุด ๆ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: []   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

MySQL | XHTML | PHP | CSS! | Bp.Or.Th

SMF 1.1.21.|Simple Machines.|SiamNakhon.com.