๒๒ ต.ค. ๖๒, ๑๓:๑๕:๔๒ *

ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  ค้นหาขั้นสูง
  หน้าแรก   กระดานสนทนา   ช่วยเหลือ กฎ กติกา มารยาท เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: []   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขโมยของพระกับผู้หญิงหัวขาด  (อ่าน ๑๔๙๔ ครั้ง)
๐ สมาชิก และ ๑ ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ๐๕ ธ.ค. ๕๔, ๒๐:๓๔:๔๙ »

ขโมยของพระกับผู้หญิงหัวขาด

หลวงลุงที่เล่าถึงนี้ท่านคือ ‘หลวงปู่ศุข’ คับ…. ง่า…. แต่ไม่ใช่หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่านะ <<< ถ้าวัดปากคลองฯ ท่านเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อที่เรานับถืออยู่ รู้จักเหมือนกัน แต่ไม่ใช่หลวงปู่ศุขที่กำลังกล่าวถึง (เรื่องของเรื่องคือชื่อเหมือนกันไง)

หลวงปู่ศุขหรือที่เราเรียกว่าหลวงลุง  ปัจจุบันยามนี้ท่านมรณะภาพไปนานมากแล้ว  ตอนยังมีชีวิตอยู่นั้นท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดเจริญวราราม (วัดน้อยคลองด่าน) และเรียกได้ว่าเป็นเกจิอาจารย์ที่มีวิชชา มีอภิญญาติดตัว มีญาณมองเห็นภูต ผี วิญญาณ เทพ เทวดา แถมทอล์คกิ้งเซฮัลโหลกันได้สบายๆ (สงสัยเราจะได้รับสืบทอด DNA ส่วนนี้มาอ่ะนะ) นอกจากจะมองเห็นพูดคุยกับสปีชี่ย์ต่างมิติ (ก็คุณผีนั่นแหล่ะ) ได้แล้ว ท่านยังรักษาโรคให้ป่วยได้ด้วย  เก่งแค่ไหนนั้นก็ขนาดรักษาคนเป็นมะเร็งหายได้นั่นแหล่ะ

วิธีการรักษาของหลวงลุงท่านจะใช้วิธีคุยกับเจ้ากรรมนายเวร ขอนุญาตกันก่อนว่าเขาจะยอมให้รักษาหรือไม่ จะยอมอโหสิกรรมให้คนป่วยได้ไหม ถ้ายอมเขาจะเอาอะไรบ้าง บางทีก็ต้องทำพิธีแก้กรรมกันก่อนถึงจะรักษาได้ ก็แล้วแต่ไปเคสไป<<<เก่งกว่าเรามากๆ เพราะข้าพเจ้ามีปัญญาแค่คุยกับเจ้ากรรมนายเวรเฉยๆ

ว่าแล้วก็นึกถึงได้อีกเรื่่องของหลวงลุง เป็นเรื่องก่อนที่เราจะเกิด (สมัยคุณป๋ายังหนุ่ม) คุณป๋าเล่าให้ฟังว่าไอ้คนบ้านข้างๆ มันลื่นล้มหรืออะไรยังไงเนี่ยแหล่ะ  ก็ไปนอนรพ.  หมอบอกว่าป่วยชิวๆ รักษาได้ ไม่ตายยาก  ตอนนั้นหลวงลุงยังไม่ได้บวช ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเลยนะ ท่านนั่งเล่นอยู่ตรงท่าน้ำ คุณป๋าไปเรียก อยู่ดีๆ หลวงลุงก็บอกว่า

“ไอ้…(ชื่อคนข้างบ้าน)… มันตายคืนนี้แหล่ะ” เสร็จแล้วก็เดินกลับบ้าน คุณป๋าอย่างงงๆ เหวอๆ เลยว่าหลวงลุงรู้ได้ยังไงหว่าว่าเจานั้นอยู่ รพ. <<< แล้วก็นั่นแหล่ะ ไปแช่งเค้า คนนั้นเลยตายเลยในคืนนั้นนั่นแหล่ะ

ทีนี้ตอนที่หลวงลุงท่านมาอยู่บ้านเรา เป็นประมาณช่วงที่เรนอยู่ ป.3 หรือ ป.5 ได้ ความทรงจำไม่ค่อยเที่ยงตรงเท่าไหร่(<<ออกแนวเที่ยงบ่ายเป็นส่วนใหญ่) แต่คิดว่าน่าจะ ป.3 มากกว่า (ถ้าจำไม่ผิดนะ) คือช่วงนั้นหลวงลุงท่านอาพาธ ต้องเข้ามารักษาตัวในกรุงเทพฯ คุณป้าท่านก็เลยรับหลวงลุงเข้ามาให้มาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน แล้วก็เลยสร้างบ้านหลักเล็กๆ อีกหลังให้หลวงลุงท่านอยู่โดยเฉพาะ

บ้านหลังนั้นตอนที่สร้างจะไปติดกับต้นมะม่วงต้นใหญ่อยู่หนึ่งต้น (ที่บ้านโรงเรียนตอนนั้นมีต้นมะม่วงเยอะมาก  คุณปู่ปลูกเอาไว้เกือบครบทุกสายพันธุ์มะม่วงเลย<<ปัจจุบันโดนคุณป้าตัดออกไปเกือบหมด วันที่ตัดตรงมะม่วง<<ทั้งที่เราห้ามแล้วนะ เพราะแต่ละต้นมีคนคุ้มครองอยู่ แล้ววันที่ตัดนั่นแหล่ะ หลังคาห้องน้ำำถล่ม แถมคุณป้ายังลื่นล้ม เจ็บรอบเอวผ่ากลางลำตัวเลย<<กรรมดีแท้ ห้ามแล้วแต้ๆ เลย เฮ้อ—) ตอนสร้างบ้านตอนนั้นคุณป้าก็จะตัดต้นมะม่วงต้นนี้ออกไปทีแล้ว แต่หลวงลุงท่านไม่ยอม บอกให้สร้างเว้นๆ ไปเพราะต้นมะม่วงมีเทวดาคุ้มครองอยู่ ดังนั้นบ้านเล็กๆ ที่สร้างขึ้นมาก็เลยมีรูให้ต้นมะม่วงอยู่ด้วย 1 รู

ช่วงนั้นหลังจากที่หลวงลุงท่านมรณะภาพไปแล้วบ้านหลังเล็กนี้เลยเกิดอาการน้ำท่วมยามฝนตก ก็สืบเนื่องมาจากรูที่ต้นมะม่วงนี้แหล่ะ แต่น่าแปลก เพราะตอนที่หลวงลุงท่านยังมีชีวิตและพักอยู่ที่นี่กลับไม่มีฝนรั่วลงมาเลย

บ้านหลังเล็กพอสร้างเสร็จหลวงลุงท่านก็ทำพิธี ให้บ้านหลังนั้นเป็นเขตวัดเสีย พวกเรา (คือเรนและพวกญาติๆ) ก็เลยเรียกบ้านเล็กหลังนั้นว่า ‘ กุฏิ ’

หลังจากกุฏิสร้างเสร็จก็เป็นเรื่องของการย้ายศาลพระภูมิ  (จุดเริ่มของการย้่ายศาลแต่ดันลืมย้ายบริวารไปด้วยไง) ศาลพระภูมินี่ทีแรกอยู่ส่วนหน้าบ้านค่ะ แต่พอหลวงลุงท่านมาสงสัยพระภูมิท่านจะเฮฮา (พระภูมิบ้านโรงเรียนท่านเฮอาปาร์ตี้ดีมากเลย) อยากมีเพื่อนคุย ท่านก็เลยขอย้ายมาอยู่หน้ากุฏิหลวงลุง (ท่านบอกผ่านมากับหลวงลุง<<คนเอ๊ย! พระที่ฟังท่านพูดรู้เรื่องอ่ะ) พอย้ายศาลมาที่ดินตรงศาลเดิมก็ว่างเป็นหลุม เลยเอาต้นพลับพลึงมาปลูกไว้ (ก็คือเรื่องผีมันอยู่ในต้นพลับพลึงค่ะ)

ทีนี้ก็ช่วงนั้นนั่นแหล่ะ ช่วงที่หลวงลุงท่านมาพักรักษาตัวอยู่ที่กุฏิ ตอนนั้นที่บ้านมีคนขับรถมาอยู่ด้วยคนหนึ่ง เป็นคนขับรถโรงเรียน (เหตุที่เรื่องผีในบ้านเค้าโดนจัดอยู่ในหมวด เรื่องผีในโรงเรียน ก็เพราะว่าบ้านเค้าเป็นโรงเรียนนี่แหล่ะค่ะ) คนขับรถก็มีลูกด้วยอีกหนึ่งคน  ปกติแล้วเรื่องดูแลหลวงลุงท่านตอนกลางวันๆ คุณม่ามี๊เราท่านจะเป็นผู้ดูแลรับใช้ใกล้ชิด ขาดเหลืออะไรก็จะจัดหาให้ แต่ตอนกลางคืนไม่ได้ ก็หลวงลุงท่านเป็นพระอ่ะ จะให้ผู้หญิงไปค้างด้วยได้ยังไง ตอนกลางคืนท่านก็เลยต้องอยู่รูปเดียวไปตามระเบียบ

และแล้ว… (เออวุ้ย!… ร่ายมาตั้งยาวเพิ่งจะเริ่มเข้าเรื่อง) คืนวันหนึ่งที่ไม่มีพระอาทิตย์ขึ้น (ก็แน่ล่ะ ประเทศไทยนะ พระอาทิตย์จะขึ้นตอนกลางคืนได้ยังไง เดี๋ยวปั๊ด!!) สรุปคือในคืนหนึ่งอยู่ๆ ก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น…

 

ที่มา
http://ghost.renrengang.com/ghost76-
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: umpawan, berm, shagath, Jesus, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, ก้านยาว, Darkness

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว....ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา...สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา...กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ๐๕ ธ.ค. ๕๔, ๒๐:๓๗:๒๓ »

ขโมยของพระกับผู้หญิงหัวขาด(จบ)

ในคืนหนึ่งอยู่ๆ ก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น…

คืนนั้นไม่รู้เป็นอะไร หนูเรนนอนไม่ค่อยจะหลับทั้งคืน นอนไม่หลับเท่านั้นไม่พอ ไอ้คุณหมาที่บ้านก็ดันอนไม่หลับพอกัน เป็นอะไรก็ไม่รู้ หอนห๊อนหอนเสียงดังลั่นตลอดคืน  ทุกคนก็ได้ยินกันหมดเลยนะ เสียงหมาหอนอ่ะ แต่ไม่มีใครสนใจ คาดว่าคงชินกันเสียแล้วเพราะที่นี่มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นบ่อยดีเหลือนเกิน

ทีนี้ก็อย่างที่ว่า เรานอนไม่หลับง่ะ พอไม่หลับแล้วก็เลยลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก หันไปดูนาฬิกาก็ตีสามพอดิบพอดี คือทางไปห้องน้ำมันจะผ่านระเบียงด้านทิศตะวันออกของตัวตึกด้วย… คือจริงๆ แล้วห้องน้ำก็อยู่ตรงระเบียงทิศตะวันออกนั่นแหล่ะ (ทำไมไปสร้างห้องน้ำไว้ที่ทิศตะวันออกทางนี้ก็ไม่เข้าใจคนสร้างเหมือนกัน) จากระเบียงตรงนั้นมองลงไปที่ชั้นล่างจะเป็นสนามเด็กเล่นอนุบาล และส่วนหนึ่งของสนามก็คือกุฏิของหลวงลุงท่านนั่นล่ะ

ที่สนามเด็กเล่นก็จะมีเครื่องเล่นเด็กอนุบาลอยู่เต็มไปหมด เครื่องเล่นบ้านเราซึ่งก็สงสัยมานานว่ามันอาจจะมีระบบออโตเมติกบ้างอ่ะนะ เพราะวันดีคืนดีบางทีเครื่องเล่นมันก็สามารถเล่นได้ด้วยตัวเอง อย่างชิงช้านี่ไม่ต้องมีคนไปนั่ง ลมก็ไม่ต้องพัด อยู่ๆ ก็แกว่งไกวได้เอง หรือบางทีไม่แกว่งเองก็มีเสียงเอี๊ยดๆ ที่เหมือนกับว่ากำลังคนแกว่งชิงช้าดังขึ้นเอง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หาสาเหตุทางวิทยาศาสตร์ไม่เจอเหมือนกัน

อ้าวเฮ้ย! นอกเรื่องซะงั้น มาเข้าเรื่องต่อก่อน…!!
ก็คือกลางดึกระหว่างที่เราเดินไปที่ห้องน้ำนั่นแหล่ะ  อยู่ๆ ให้มีเหตุจูงใจ (เหตุอะไรไม่รู้อาจเป็นแค่แรงบรรดาลใจก็ได้) ให้ชะโงกหน้าลงไปดูที่สนาม
บอกก่อนว่าถ้าเป็นปกตินี่ไม่กล้ามองลงไปนะคะ  เห็นอย่างนี้ตอนเด็กๆ ก็ผ่านช่วงเวลาที่เคยกลัวผีมาแล้วเหมือนกัน (ก่อนจะเห็นผีเป็นตัวเป็นตนได้อย่างทุกวันนี้อ่ะนะ) ยังรู้จักกลัวอยู่ เพราะสนามบ้านเรา… ตอนนั้นนะ  เวลามองลงไปที่สนามตอนดึกๆ ทีไรก็จะเห็นมีผู้หญิงชุดดำ ไม่มีหัว มานั่งอยู่ที่ชิงช้าเรื่อยเลย   <<< ไม่ได้ล้อเล่น  เธอมาจริงๆ เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไม่ได้มีแค่เราคนเดียวที่เห็น คนอืนๆ (อาทิเช่น ท่านพี่) ที่บางทีตื่นมาเข้าห้องน้ำ มองลงไปก็เห็นเหมือนกัน (ไอ้พี่เรามันไม่เชื่อเรื่องผีทั้งๆ ที่เคยเจอผี สาเหตุเพราะมันกลัวผีเลยไม่เชื่อเรื่องผีไปซะงั้น)
อยากจะบอกว่าเรื่องคุณหัวขาดเนี่ย… ความจริงแล้วไม่กลัวหรอก ที่กลัวคือเดี๋ยวพอรู้ว่าเราดูอยู่ ศีรษะที่ขาดหายไปของคุณเธอจะโผล่มายิ้มให้ก็เท่านั้นเอง มานนนนหลอนนนน!!

แต่คืนนั้นก็ไม่รู้ว่าเพราะผู้หญิงศีรษะหายคนนี้เธอเรียกเรารึเปล่าอ่ะนะ เพราะจากหลอนๆ อยู่ดีๆ ก็อยากชะโงกหน้าลงไปมองซะงั้น  ซึ่งพอชะโงกหน้าลงไปดูก็ปรากฏว่าเห็นที่กุฏิหลวงลุงท่านมีไฟเปิดสว่างอยู่ จ้าเลยอ่ะ
ก็ว่าเอ๊ะ… แปลกๆ แฮะ เพราะปกติตอนกลางคืนหลวงลุงท่านจะนอนปิดไฟตลอด นอกจากจะมีเหตุฉุกเฉินอะไรเท่านั้นท่าถึงจะเปิดไฟแล้วกดออดเรียกคนให้ไปหาท่าน

และแล้ว… สายตาเจ้ากรรมนั่นมันดันไม่อยู่สุข กะว่าจะชะโงกไปมองกุฏิหลวงลุง แต่หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่เหลือบไปยังชิงช้าอันเจ้ามีที่อยู่แน่นอน  แต่ก็นั่นล่ะ โลกนี้เขาว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ไอ้ลูกกะตาอยู่ไม่สุขดันเหลือบไปมองตรงชิงช้าอีกล่ะ แล้วก็ฟอร์มเดิม…. จ๊ะเอ๋คุณผีคุงพอดิบพอดี

ณ. ชิงช้าในสนามบ้านเรา… หึ หึ หึ หึ หึ ยังมีพี่สาวหัวขาดเจ้าเดิมนั่งประจำอยู่ที่เดิมเลยขอรับ แต่คราวนี้มีเพิ่มอ็อปชั่น ชิงช้าแกว่งไกวเล็กน้อย

มันฮะแหม… เห็นอย่างนั้นแล้วเด็กที่ไหนจะมามีเวลาไปสนใจเรื่องไฟสว่างที่กุฏิหลวงลุงกันเล่า!  ถึงเป็นเราก็เผ่นเป็นเหมือนกันนะเฟ้ย!!  แล้วก็นั่นแหล่ะ รีบเผ่นก่อนแหงอยู่แล้น!!  รีบดิ่งตรงเข้าห้องนอนเลย  แต่ที่ไหนได้พอตื่นเช้ามา…

 

พอตื่นมาก็ได้เรื่องเลยคับทั่น คุณม่ามี๊รีบเล่าให้ฟังก่อนเลย (มารดาของเราเป็นเจ้ากรมข่าวลือ ผู้สื่อข่าวประจำครอบครัว) ว่าเงินของหลวงลุงที่ท่านใส่ไว้ในอังสะหายไป รู้สึกว่าน่าจะประมาณ 300 กว่าบาทได้ <<< สรุป!! เมื่อคืนมีโจรขึ้นกุฏิหลวงลุง กริ๊ดดดดด!!!

พอเป็นอย่างนั้นก็เลยเล่าให้คุณม่ามี๊ฟังเรื่องที่เราตื่นขึ้นมากลางดึก ก็เดาๆ เอาอ่ะนะตอนที่โจรขึ้นกุฏิคงจะเป็นตอนที่เราเห็นไฟเปิดสว่างอยู่แน่ๆ เลย <<แล้วเลยสงสัยว่าสงสัยพี่สาวหัวขาดเขาจะฟ้องเราให้รู้นั่นแหล่ะว่ามีโจรขึ้นกุฏิพระ (ก็ดันฟ้องผิดคน ตูซื่อบื้อจะตาย จะไปรู้อะไรกับเค้าเล่า!)

ซึ่งก็ไม่รู้เป็นไงมาไงล่ะนะ สืบไปสืบมาเขามารู้กันที่หลังว่าคนขับรถนั่นแหล่ะเป็นคนขโมยไป แต่หลวงลุงท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ ก็เป็นพระนี่น่า ก็เลยใจดี กรวดน้ำให้ไป
แต่อีกนั่นแหล่ะ… ไม่รู้ว่าทำไม ต่อมาเพราะว่าคนขับรถคนนี้สุดท้ายก็ต้องลาออกไปซะงั้นเลย  ไม่ได้มีใครเชิญออกนะคะ ออกไปเองจริงๆ บอกว่าอยู่ที่นี่ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรสิ (เพราะมันขโมยของไง นิสัยไม่ดีอ่ะ) แต่เบื้องลึกเบื้องหลังจะไปถามพี่สาวหัวขาดเอาตอนนี้… ก็ไม่รู้ว่าเธอหายไปไหนแล้วล่ะ เพราะว่าไม่เจอเธอเลย รู้สึกตั้งแต่ช่วงที่เราขึ้นชั้น ม.ปลาย อยู่ดีๆ พี่สาวคนนี้เธอก็หายไปเฉยเลย (หายไปล่ะดีแล้ว ไม่งั้นบ้านตูมานนนจาหลอนนนน!!) สงสัยคงจะไปเกิดแล้วล่ะมั้ง (เดาเอานะ) ก็อนุโมทนากับพี่สาวหัวขาดด้วยก็แล้วกันนะคับพ้ม!!


ที่มา
http://ghost.renrengang.com/ghost76-
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: umpawan, berm, Jesus, ก้านยาว, Darkness

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: []   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

MySQL | XHTML | PHP | CSS! | Bp.Or.Th

SMF 1.1.21.|Simple Machines.|SiamNakhon.com.