๑๘ ต.ค. ๖๒, ๒๐:๕๓:๒๗ *

ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  ค้นหาขั้นสูง
  หน้าแรก   กระดานสนทนา   ช่วยเหลือ กฎ กติกา มารยาท เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: []   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แท็กซี่ผีสิง  (อ่าน ๔๖๖๕ ครั้ง)
๐ สมาชิก และ ๑ ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ๒๔ ธ.ค. ๕๔, ๒๒:๔๘:๒๓ »

แท็กซี่ผีสิง (1/2)


จนบัดนี้  ผมยังไม่เคยลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผมในครั้งนั้นเลย แม้มันจะผ่านมานานหลายปี แต่เหตุการณ์เหล่านั้น  ก็ยังตามมาหลอกหลอนผมมาจนกระทั่งทุกวันนี้  ผมยังจำได้ในปีที่ถือว่า ชีวิตของผมตกต่ำสุดขีด  ในช่วงที่ประเทศไทยประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจอย่างหนัก  ต้องกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ  หลายบริษัทประสบภาวะขาดทุน จนต้องปิดกิจการลง  สถาบันการเงินที่ผมทำงานอยู่ ก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย  ผมและเพื่อนๆอีกหลายร้อยคน  ต้องกลายเป็นคนตกงาน โดยที่ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลย


 เพื่อนๆของผมบางคนทำใจไม่ได้กับชีวิตที่พลิกผันอย่างหนักขนาดนี้  และที่แย่ไปกว่านั้น  พวกเขายังมีครอบครัวที่ต้องดูแล ส่งเสียเงินทอง  พอไม่มีรายได้ขึ้นมา  ก็เลยไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร   ซึ่งผมเองก็ยังต้องรับผิดชอบชีวิตเมียและลูกอีกสองคน  จึงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มากมาย


ผมยังโชคดีที่มีเงินเก็บอยู่บ้าง  แต่มันคงช่วยประทังชีวิตครอบครัวของผมไปได้อีกไม่นาน  เพราะลูกสองคนของผมก็ยังต้องเรียนหนังสือ  ไหนจะค่าเทอม  ค่าหนังสือหนังหา  อุปกรณ์การเรียนอีกตั้งมากมาย  ยังไม่รวมค่าเช่าบ้าน  ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่ผมเป็นผู้รับภาระอยู่เพียงคนเดียว  เนื่องจากภรรยาของผมสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง  ผมจึงไม่อยากให้เธอออกไปทำงานหนัก   แค่คิดขึ้นมาผมก็เริ่มปวดหัวแล้วหล่ะ  เพราะไม่รู้ว่าถ้าเงินเก็บหมด  ผมจะหาเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้านต่อไป  แถมตอนนั้นผมก็ยังหางานทำไม่ได้  แม้จะออกเดินสมัครงานเกือบทุกวัน  แต่ก็ไม่มีบริษัทไหนยอมรับผมเข้าทำงานเลย


จนวันหนึ่ง   ผมเดินผ่านหน้าอู่ซ่อมรถแท็กซี่ ก็เลยเกิดความคิดขึ้นมาว่า  ผมน่าจะลองมาขับรถแท็กซี่ดู  เผื่อจะหาเงินเข้าบ้านได้บ้าง  เพราะความรู้อย่างอื่นผมก็ไม่มี นอกจากวิชาการบัญชีที่ร่ำเรียนมา  นอกนั้นที่ผมพอจะทำได้ก็คือการขับรถนี่แหละ  เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมก็เลยไปปรึกษาภรรยา  ซึ่งผมรู้ว่าเธอจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน  เพราะเราคงไม่มีทางเลือกอย่างอื่น


หลังจากบอกกล่าวภรรยาเรียบร้อยแล้ว  ผมจึงออกไปหาเช่ารถแท็กซี่มาขับ  พอดีมีคนข้างบ้านเขาเคยขับแท็กซี่มาก่อน  เขาจึงแนะนำให้ผมไปเช่ารถที่อู่เสี่ยโชค  โดยให้บอกว่าเขาแนะนำมา  ผมจึงทำตามที่เขาบอก  ซึ่งพอเสี่ยโชค รู้ว่าใครแนะนำผมมา  แกก็เลยเริ่มไว้ใจผมมากขึ้นและตกลงให้ผมเช่ารถมาขับ  โดยผมต้องเสียเงินประกันให้แกจำนวนหนึ่ง


ช่วงแรกผมต้องนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หลังพวงมาลัยทั้งวัน  กว่าจะได้เงินพอค่าเช่ารถและค่าน้ำมัน  ส่วนที่เหลือก็เป็นรายได้ ซึ่งก็ไม่มากเท่าไหร่  พอส่งรถตามกะแล้ว ผมก็กลับบ้านนอน  เป็นอย่างนี้ประจำทุกวัน ต่อมาผมเห็นว่าขับรถเพียงกะเดียว  รายได้ยังไม่เพียงพอ  จึงเพิ่มเป็นสองกะ ทั้งกลางวันและกลางคืน
เพียงแค่คืนแรก  ผมก็ถูกต้อนรับน้องใหม่ซะแล้ว  หรือเรียกง่ายๆ ก็เจอดีงัยล่ะ  ขณะที่ผมกำลังขับรถตระเวนหาผู้โดยสารอยู่นั้น ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกันดังแว่วมาจากเบาะหลัง  ผมเลยหันไปมอง  ก็ไม่เห็นใคร เจอแต่เบาะว่างเปล่า  ถ้าเห็นก็คงจะแปลกหล่ะ  ก็ผมยังไม่ได้รับผู้โดยสารขึ้นมาบนรถเลยแม้แต่คนเดียว  แล้วจะไปเห็นใครได้ยังงัยล่ะ

สักพักรถก็มาติดไฟแดงตรงสี่แยกอสมท.  เสียงนั้นก็เงียบไป แต่ทันทีที่ผมเร่งเครื่องเตรียมออกรถ เมื่อเห็นสัญญาณไฟเขียว   เสียงทะเลาะกันก็ดังแข่งกับ   เสียงเครื่องยนต์ขึ้นมาอีก     คราวนี้ผมชักใจไม่ดีแล้วหล่ะ  จึงค่อยๆชำเลืองมองทางกระจกส่องหลัง  ก็ยังไม่เห็นใครอยู่ดี  จะว่าเป็นเสียงจากวิทยุ ผมก็ไม่ได้เปิดนี่นา  แล้วเสียงนั้นมันดังมาจากไหนกันล่ะ


ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ เวลาผ่านมาจนจะเที่ยงคืนอยู่แล้ว  ผมยังไม่ได้ผู้โดยสารเลยซักคน ผมก็พยายามสอดส่ายสายตามองตลอดสองข้างทางแล้วนะ พอมองเห็นคนทำท่าเหมือนจะยืนรอรถแท็กซี่อยู่  ผมก็รีบโฉบเข้าไปใกล้ทันที แต่พอไปถึง ผู้โดยสารก็ไม่ยอมโบกมือเรียก  ตอนแรกผมก็นึกว่า เอ!! สัญญาณไฟว่างหน้ารถเราเสียรึเปล่า  แต่ลงไปดูแล้ว  มันก็ยังทำงานได้ปกติดีนี่นา

ที่มา
http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=ma_madee&jucId=2803&jnId=4105
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: somboon matkeaw, เจดต์, berm, ก้านยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว....ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา...สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา...กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ
ทรงกลด
ผู้อาวุโส
ลำดับสมาชิก: ๑๑๑๐๖

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๙ วัน, ๑๐ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๑๙๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๔๙๗
  รับขอบคุณ: ๑๓๑๘๗


ศิษย์หลวงโด่ง.....


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: Kazakhstan


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๑๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ๒๔ ธ.ค. ๕๔, ๒๒:๕๐:๒๖ »

แท็กซี่ผีสิง (2/2)

แต่ยังงัยผมก็ยังไม่ละความพยายามหรอกนะ  นึกในใจว่าเราคงไม่โชคร้ายซะทีเดียวหรอก ว่าแล้วผมก็ลองขับไปแถวถนนพระราม 9 ดู เพราะแถวนั้นมีสถานบริการที่เปิดตอนกลางคืนอยู่มากมาย  เผื่อจะได้ผู้โดยสารบ้าง แล้วก็เป็นจริงดังคาด   มีผู้โดยสารวัยรุ่นชายหญิง 3 คน  เรียกให้ผมไปส่งแถวถนนสุขาภิบาล  ซึ่งในซอยนั้นมันก็ค่อนข้างเปลี่ยวแหละนะ  แต่คงเพราะผมเห็นแก่เงินมั๊ง ก็เลยยอม ส่วนอีกใจหนึ่ง ก็คิดว่าคงไม่มีอะไรหรอก
หลังจากส่งผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว  ขณะที่ผมกำลังจะวนรถกลับ ทันใดนั้น ผมก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันดังขึ้นมาอีก  แต่คราวนี้มีนมีเสียงคนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังแทรกขึ้นมาด้วย

 เล่นเอาผมขวัญผวาไปเลย แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสืออยู่ ผมค่อยๆชำเลืองมองขึ้นไปทางกระจกส่องหลัง  คุณรู้มั๊ย ผมเห็นอะไร ผมเห็นผู้ชายสามคน นั่งอยู่ที่เบาะหลังรถ  คนที่นั่งกลางนั่งแน่นิ่งไม่ไหวติง มีเลือดเปรอะเปื้อนเต็มตัวไปหมด  โดยมีผู้ชายอีกสองคนนั่งขนาบข้างและช่วยกันจับตัวเขาไว้   โดยคนทางขวา ในมือเขาถือมีดอยู่ด้วย  ก่อนที่เขาจะค่อยๆหันหน้ามายิ้มให้ผมอย่างช้าๆส่วนผมน่ะเหรอ นั่งตาค้าง ตัวสั่นด้วยความตกใจกลัว  แต่ผมก็ยังพอมีสติอยู่นิดหน่อย

 จึงก้มลงไปหยิบสร้อยพระของหลวงปู่ทวดที่ผมนับถืออยู่ขึ้นมาคล้องคอ  จากนั้นก็เริ่มต้นสวดมนต์ ท่องนะโมอยู่หลายจบ  ก็ยอมรับแหละครับว่า  ตอนนั้นท่องไม่ได้รู้เรื่องเลย  ปากคอสั่นไปหมด  แต่ก็ดูเหมือนจะได้ผลนะครับ เพราะพอผมเงยหน้าขึ้นมาอีกที ชายหนุ่มทั้งสามคน ก็หายไปแล้ว  แต่เพื่อความแน่ใจ ผมก็เลยหันไปดูอีกที และก็สำรวจอย่างถ้วนถี่ ทั้งบริเวณบนเบาะและใต้เบาะว่าไม่มีใครซ่อนตัวอยู่แน่ๆ  นึกแล้วก็ยังขำนะครับ  ทั้งที่ผมรู้อยู่แก่ใจว่า  สิ่งที่ผมเห็นเมื่อสักครู่  มันไม่ใช่คนอย่างแน่นอน  แต่มันเป็นผี  แล้วผีที่ไหนจะไปซ่อนอยู่ใต้เบาะรถกันเล่า

พอเริ่มหายกลัวลงไปบ้าง  ผมก็รีบนำรถไปคืนที่อู่ทันทีทั้งที่ยังไม่หมดกะ เสี่ยโชคแกคง(งง)เลยถามว่า ทำไมผมถึงรีบเอารถมาส่ง  ผมก็เลยเล่าเหตุการณ์ที่ผมเพิ่งเจอมาสดๆร้อนๆให้แกฟัง  แล้วก็อดถามแกต่อไม่ได้ว่า  รถคันนี้มีประวัติอะไรไม่ดีรึเปล่า  ก็ดูเหมือนเสี่ยโชคแกจะอ้ำอึ้งไม่ยอมบอกอะไร  แถมยังไล่ให้ผมรีบกลับบ้านอีกด้วย

พอเช้า ผมก็ไม่ได้ไปขับรถหรอก แต่รีบไปหาคนขับแท็กซี่ที่อยู่ข้างบ้าน และก็เล่าเรื่องสยองขวัญที่ผมเพิ่งเจอมาให้แกฟัง  แล้วก็ถามว่า  แกเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้หรือเปล่า   ตอนแรกแกก็บอกว่าไม่เคย แต่สักพัก แกคงนึกอะไรขึ้นมาได้  จึงเล่าให้ผมฟังว่า  ตอนที่แกยังขับแท็กซี่อยู่นั้น  ก็มีข่าวออกมาว่า เคยมีคนเช่ารถแท็กซี่ของอู่เสี่ยโชคไปขับ  โดยรับผู้โดยสารวัยรุ่นสามคน จากแถวถนนรัชดาไปส่งแถวถนนสุขาภิบาล บริเวณเดียวกับที่ผมเจอดีเข้านั่นแหละ

ตอนแรก คนขับก็ไม่คอยอยากไปหรอก เพราะรู้สึกกลัวๆขึ้นมายังงัยไม่รู้  ยิ่งผู้โดยสารมากันสามคน  หน้าตาก็ไม่น่าไว้ใจ  แต่เพราะแกวิ่งรถมานานยังไม่มีผู้โดยสารก็เลยยอม   พอเริ่มออกรถไปได้ไม่เท่าไหร่  วัยรุ่นทั้งสามคนก็เริ่มทะเลาะกันเสียงดัง คนขับแกได้ยินว่าเกี่ยวกับเงินๆทองๆนี่แหละ แต่แกทำเป็นไม่สนใจ  สักพัก ก็เริ่มมีเสียงทุบต่อยกัน  ไม่ทันไรแกก็ได้ยินเสียงร้องโอ๊ยดังขึ้นมา  ซึ่งแกก็ระวังตัวอยู่แล้ว  จึงเหยียบเบรกจอดรถทันที  แต่ยังไม่วายหันไปมอง  ก็เห็นชายหนุ่มคนที่นั่งกลาง  ถูกเพื่อนอีกสองคนใช้มีดแทงเข้าที่ลำตัว  เลือดสาดเต็มเบาะ

คราวนี้คนขับแกรีบเปิดประตูเผ่นแน่บออกจากรถทันที โชคดีที่มีรถสายตรวจผ่านมา แกก็เลยโบกมือเรียกและเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง พร้อมพาไปดูที่เกิดเหตุ แต่ก็พบแค่ร่างไร้วิญญาณของเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้าย นอนตายจมกองเลือดอยู่  ส่วนเพื่อนอีกสองคนหลบหนีไปได้รถแท็กซี่คันนั้นก็เลยถูกยึดไปเป็นหลักฐานประกอบคดีอยู่นานเป็นเดือน  พอหมดคดี เสี่ยโชคแกก็เลยไปรับรถคืน  และเอามาทำความสะอาดซะหมดจด นำกลับมาให้เช่าตามเดิม

 แต่คนที่รู้ประวัติของรถคันนี้ดี  ก็ไม่มีใครยอมเช่าไปขับ  มีอยู่คนหนึ่งคงไม่รู้เรื่องอะไร มาขอเช่าไปขับแค่คืนเดียวก็เอามาคืน เขาบอกว่าขับไปขับมา  ก็ได้ยินเสียงประหลาดดังแว่วมาจากเบาะหลัง  เขาก็เลยไปเช่ารถจากอู่อื่นแทน
รถแท็กซี่คันนั้นก็เลยจอดอยู่เฉยๆ  กลายเป็นแท็กซี่ผีสิงที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้  ซึ่งเพื่อนบ้านของผมก็ไม่แน่ใจว่า   จะใช่รถคันเดียวกับที่ผมเช่าไปขับหรือเปล่า   แต่ผมมั่นใจว่า ต้องใช่รถคันนั้นอย่างแน่นอน พอผมรู้อย่างนี้ ก็เลยไปขอเงินประกันจากเสี่ยโชคคืน  แล้วก็สัญญากับตัวเองว่า  จะบอกลาอาชีพคนขับแท็กซี่ไปจนวันตายเลย……

ใครที่คิดที่จาซื้อรถมือสองมาขับ เพราะว่าประหยัดเงิน ก็ต้องลองคิดดูให้ดีนะ ไม่แน่คุณอาจจะมีของแถมติดมาด้วย!!!!

ที่มา
http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=ma_madee&jucId=2803&jnId=4105
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: somboon matkeaw, เจดต์, berm, ก้านยาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Sylviane
ปฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๒๑๒๓๐

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๑ นาที

*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๒

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว:
  รับขอบคุณ:



ระดับความสามารถ: ๑
ประสบการณ์: ๔๐%
พลังชีวิต: ๐.๒%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ๒๕ เม.ย. ๖๑, ๑๗:๐๐:๐๘ »

อ่านตอนกลางคืนนี้ผมผวาตลอดเลยอ่ะครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: []   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

MySQL | XHTML | PHP | CSS! | Bp.Or.Th

SMF 1.1.21.|Simple Machines.|SiamNakhon.com.