๑๘ ก.ย. ๖๒, ๑๔:๓๒:๐๒ *

ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  ค้นหาขั้นสูง
  หน้าแรก   กระดานสนทนา   ช่วยเหลือ กฎ กติกา มารยาท เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: []   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขันธ์5  (อ่าน ๑๒๐๙ ครั้ง)
๐ สมาชิก และ ๑ ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
cartoon_2
ปัญจมะ
ลำดับสมาชิก: ๑๕๑๐๓

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑ วัน, ๕ ชั่วโมง ๓๙ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๑๔๔

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๒๑
  รับขอบคุณ: ๓๕๑



ระดับความสามารถ: ๙
ประสบการณ์: ๖๙%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: ๒๕ พ.ย. ๕๕, ๐๙:๓๒:๒๔ »

ในอดีตเวลาอ่านหนังสือธรรมะ เราจะพบเห็นมากมาย หลายพระอาจารย์ที่กล่าวถึงขันธ์ 5 อ่านเท่าไร ฟังเท่าไรก็ไม่เข้าใจ หลังจากเริ่มเห็นทางสว่าง การยกจิตขึ้นพิจารณา ถึงเกิดความเข้าใจ ปัญญาที่เกิดจากการศึกษาภายในตัวเราเอง ความสงสัยว่า ทำไมพระพุทธองค์ถึงแบ่ง รูปเพียง 1 แบ่งนามถึง 4 ความรู้เข้าใจในจิตนั้นมันละเอียดมาก พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาอย่างละเอียด เราจะเห็นข้อเท็จจริงที่ว่า การเห็นรูปนั้นดูได้ง่าย เข้าใจธรรมชาติได้ง่าย เห็นเกิด เห็นตั้งอยู่ และดับไปได้ง่าย เช้น เห็นผิวหนัง ที่เกิดมาแทนที่ และคงอยู่ สุดท้ายก็หลุดออกเป็นขี้ไคลไป ส่วยจินนั้นมันละเอียด ท่านจึงแบ่งให้พิจารณาถึง 4

เวทนา อันเป็นความรู้สึกในจิตใจ เกิดความรู้สึก ร้อน หนาว เย็น สุข ทุกข์ มันเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้น
สัญญา ความระลึกได้ จำได้ บางครั้งการจำได้ว่า ถ้าเป็นแบบนี้เราจะไม่พอใจ ถ้ามีคนพูดแบบนี้เราจะพอใจ การระลึกจำได้ถึงรสชาติต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เราเกิดเวทนา ความรู้สึกต่างๆที่เกิดขึ้น
สังขาร เป็นตัวปรุงแต่ง ปรุงแต่งอารมณ์ของเราไปตามสิ่งที่เราพอใจ ต้องการนึกคิด ปรุงแต่งไปตามอารมณ์ ความอยาก ปรุงไปเรื่อยๆจนเกิดเวทนามากมาย
วิญญาน คือตัวเรา ตัวรับรู้ ว่าสิ่งที่คิดสิ่งที่ทำนั้นถูก เรารับรู้สิ่งที่คิด ตัวกูของกูเกิดตรงนี้

หากเราเข้าใจขันธ์ 5 เราจะเห็นว่าขบวนการที่มนุษย์เกิดทุกข์มาจากอะไร ความรู้สึกไม่พอใจเกิดจากอะไร เกิดสัญญาที่ว่าถ้านาย ก. มาลูบหัวเราไม่เป็นไร เพราะเรานับถือ แต่ถ้าคนอื่นไม่ได้ โกรธ สัญญามันจะจำ ระลึก ส่งอารมณ์ไปที่เวทนา ความไม่พอใจเกิด สังขารก็ช่วยปรุงแต่งอารมณ์

หากเราพิจารณาแล้ว เข้าใจแล้ว เรานั่งดูจิตเราแล้ว เข้าใจขั้นตอนต่างๆแล้ว เราจะเห็นธรรมชาติของจิต เป็นไปตามหลัก มีเกิด มีตั้งอยู่ ดับไป เป็นธรรมชาติ หากเราเข้าใจไปถึงขันธ์ 5 เรายิ่งรู้เท่าทันจิต จิตไม่สามารถปรุงแต่งอีกต่อไปได้ จิตจะปล่อยวางทันที เวทนาก็จะไม่เกิด

ปัญญาที่เกิดจากธรรมะของพระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่นัก มันอยู่ใกล้ตัวเรา ภายในตัวเรา จิตที่ดีคือการรู้เท่าทันจิต การปล่อยวางทั้งสุขและทุกข์ จิตที่ไม่ติดกิเลสย่อมสามารถพิจารณาข้อเท็จจริง โดยไม่เข้าข้างความคิด วันนี้เข้าใจแล้ว สมาธิทำให้เกิดปัญญา ปัญญาที่เกิดขึ้นต้องทำให้เกิดผู้รู้ ปัญญาที่เกิดจากการศึกษาตัวเราเอง ไม่ใช่ปัญญาที่เกิดจากสมการคณิตศาสตร์ ไม่ใช่เกิดจากการเคาะระฆังแล้วไปนั่งจำเอา มันเกิดจากความเข้าใจในขันธ์ 5 มากกว่า

การปล่อยวางทั้งสุขและทุกข์ย่อมเป็นหนทางแห่งความสงบที่แท้จริง  เมื่อมีสุขจิตติดในสุขเมื่อสุขดับไป ก็อยากแสวงหามัน ล้วนแต่เกิดเป็นทุกข์
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ice.bangyai, nutpunpr, baramee, เสือเดือนแปด, Jesus, banmung

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Keelerware
ปฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๒๑๓๔๕

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๕ นาที

*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๒

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว:
  รับขอบคุณ:



ระดับความสามารถ: ๑
ประสบการณ์: ๔๐%
พลังชีวิต: ๐.๕%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ๑๘ ก.พ. ๖๒, ๑๓:๔๐:๕๙ »

สาธุ บางครั้งก็อยากให้คนอื่นๆ ได้คิดแบบนี้บ้าง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: []   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

MySQL | XHTML | PHP | CSS! | Bp.Or.Th

SMF 1.1.21.|Simple Machines.|SiamNakhon.com.