หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

(1/1)

~@เสน่ห์เอ็ม@~:
โดย...รณธรรม ธาราพันธุ์

?คนสมัยนี้เป็นทุกข์เพราะความคิด? ธรรมะสั้นๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งทำนองเซ็น มักออกจากปากของหลวงปู่ดูลย์อยู่เสมอ โดยนิสัยท่าน ไม่ใช่คนพูดพร่ำเพรื่อแต่เดิม คำสอนแบบเซ็นจึงดูจะถูกใจท่านนัก
สมัยท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ยังทรงสังขารอยู่นั้น มือขวาก็เป็นท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม และมีมือซ้ายชื่อท่านอาจารย์พระมหาปิ่น ปัญญาพโล ทั้งสององค์นี้นับว่าแบ่งเบาภาระในการอบรมหมู่คณะแทนท่านได้มาก แต่ถึงกระนั้นท่านพระอาจารย์มั่นก็ยังมีศิษย์ที่เชี่ยวชาญกัมมัฎฐาน พอจะสั่งสอนหมู่เพื่อนแทนท่านได้อีกองค์หนึ่ง
พระดูลย์ อตุโล คือชื่อของท่านองค์นั้น
คนสนใจก็จะทราบ คนไม่สนใจก็จะไม่ทราบเลยว่า หลวงปู่สาม อกิญจโน วัดป่าไตรวิเวก จ.สุรินทร์ และหลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดถ้ำข้าม จ.สกลนคร ผู้ลือนาม แท้จริงต่างก็เป็นศิษย์ของหลวงปู่ดูลย์มาก่อนทั้งนั้น เมื่อฝึกฝนพื้นฐานจนชัดเจนลงตัว หลวงปู่ดูลย์จึงส่งไปถวายตัวกับทานพระอาจารย์มั่น เพื่ออบรมขั้นสูงต่อไป
นอกจากนั้นก็ยังมี หลวงปู่โชติ คุณสัมปันโน วัดวชิราลงกรณ์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ผู้ทรงอภิญญาเป็นอัศจรรย์ กับ พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ ฆราวาสผู้เคร่งธรรม อีกสองท่านที่เป็นศิษย์ของหลวงป่ดูลย์เช่นกัน ท่านเป็นเบื้องหลังความสำเร็จของวงศ์กัมมัฎฐานจริงๆ
วัตถุมงคลที่ออกในสมัยหลวงปู่ดูลย์ยังมีชีวิตอยู่นั้น ค่อนข้างหลากหลาย ทั้งที่ท่านก็ปรารภอยู่เสมอว่าไม่ใช่นิสัยท่านเลย ก็ความเมตตาเต็มออกหรอกที่ทำให้ท่านต้องทำ
เมื่อมีคนถามท่านว่า ?พระรุ่นไหนของหลวงปู่ที่ดังที่สุด?
ท่านตอบทันทีว่า ?ไม่มีดัง?
ผมคิดแง่ดีไปว่า ถ้าถูกส่องด้วยลูกโม่ หรือแม็กนั่มจุมีจุดเท่าไรก็ตาม
คง ?ไม่ดัง?
สมัยผมเรียนอยู่โรงเรียนประจำจังหวัดชลบุรี ผมรู้จักกับอาจารย์สอนภาษาอังกฤษท่านหนึ่ง คุยกันไปคุยกันมาก็มาลงที่เรื่องพระ เมื่อผมขอดูสร้อย ก็เป็นพระปรกใบมะขามเนื้อทองคำ องค์น่ารักองค์หนึ่ง ด้านหลังมีตัวขอมว่า ?พุทโธ? แขวนรวมอยู่กับลูกอมชานหมากหนึ่งลูก
อาจารย์ท่านว่า พระปรกนั้นเป็นของหลวงปู่ดูลย์ แต่ลูกอมนั้นเป็นของหลวงปู่สาม
?อื้อฮือ! ทำไมได้ของดีขนาดนี้ละครับ? ผมถาม
ท่านตอบว่า ?เพราะพ่อครูสร้างเอง และท่านทั้งสององค์ก็มาบ้านบ่อยๆ? ผมก็ตาโตไปเท่านั้น
นั่นเป็นเหตุให้ผมได้ไปนั่งตรงหน้าคุณพ่อของอาจารย์ เพื่อจะถามถึงกระบวนการสร้างพระปรกใบมะขาม แต่กลับได้ของแถมคือ เรื่องเหรียญ 8 รอบ เพราะ ?ป๊า? เป็นคนสร้างอีกเหมือนกัน




?ป๊า? เล่าว่า สนิทกับหลวงปู่ดูลย์มากเคารพท่านที่สุด เมื่อป๊าเห็นว่าหลวงปู่จะมีอายุครบ 8 รอบ ในปี พ.ศ. 2526 จึงของอนุญาตสร้างเหรียญกับเขาบ้าง ซึ่งหลวงปู่ก็อนุญาตให้ทำ
ป๊าจึงกลับมาติดต่อกับช่างมือ 1 ของไทยคือ นายช่างเกษม มงคลเจริญ ถึงราคาจะสูงแต่ก็ยอม เพราะเป็นผลงานเหรียญรูปเหมือนครั้งแรกที่ป๊าทำเลยอยากให้งานออกมาดีที่สุด
เมื่อช่างเกษมออกแบบเหรียญหลวงปู่ดูลย์เสร็จ ก็โทรตามป๊าให้ไปดูว่าเป็นไปตามความต้องการหรือยัง ป๊าเห็นแบบแล้วก็ตกลง ช่างเกษมจึงแกะบล็อกทันที ครั้นบล็อกเสร็จ ป๊าก็ไปดูอีก และบอกให้ช่างเกษมทดลองปั๊มเหรียญตัวอย่างออกมาดู ปกติการปั๊มเหรียญตัวอย่างเขาก็จะใช้ตะกั่วเป็นตัวลองพิมพ์ เพราะราคาถูก และเนื้อนิ่ม ย่อมจะติดรายละเอียดในพิมพ์ได้คมชัดที่สุด



เหรียญ 8 รอบ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล (ด้านหลัง)

แต่ป๊ากลับให้ช่างเกษมลองพิมพ์ด้วย ?ทองคำ? เพราะทองก็นิ่มเหมือนกัน เมื่อเหรียญตัวอย่างมาแล้ว ป๊าก็รีบเดินทางขึ้นวัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ เพื่อเอาเหรียญไปถวายให้หลวงปู่ได้พิจารณา
ในกุฎิหลวงปู่ ป่าเอาเหรียญในกล่องถวายให้หลวงปู่ดู ท่านเอื้อมมือมาหยิบเหรียญทองคำตัวอย่างโดยลักษณะการเอานิ้วชี้กับนิ้วโป้งมือขวาคีบเหรียญด้านบนและด้านล่างขึ้นมาดู ท่านมองอยู่ไม่กี่กะพริบตาก็ส่งคืน ป๊าเรียนถามท่านว่า
?มีอะไรต้องแก้ไขไหมครับหลวงปู่?
ท่านตอบเนิบๆ
?ไม่ต้องแก้ไขอะไรแล้ว ทำมาเลย?
ป๊าก็เลยเดินทางกับมายังโรงงานของนานช่างเกษม พลางนำเหรียญ 8 รอบตัวอย่างซึ่งหลวงปู่ดูแล้วให้ช่างเกษมทำการยุบใหม่ เพราะเหรียญตัวอย่างนั้นหนาเกินไป หากว่าปั๊มเหรียญทองคำตัวจริงออกมาด้วยความหนาเท่านั้นจะเปลืองมาก
ช่างเกษมเอาเหรียญทองคำใส่เบ้าหลอมรวมกับทองคำอื่นๆ และแล้วเหตุอัศจรรย์ก็พลันเกิด... เมื่อเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงก็แล้ว 2 ชั่วโมงก็แล้ว เหรียญหลวงปู่ดูลย์เหรียญนั้นยังไม่ยอมละลาย ไม่...แม้แต่จะบิดงอด้วยความร้อนอันสูงลิบ ในขณะที่ทองอื่นกลายเป็นน้ำไปหมดแล้ว
ทั้งป๊า ทั้งช่างต่างตะลึงงันดูปรากฏการณ์พิศวงนี้อยู่จนขึ้นชั่วโมงที่ 3 ป๊าจึงตัดสินใจขอธูปช่างมา 3 ดอก จัดแจงจุดแล้วหันไปยังทิศที่ตั้งของวัดบูรพาราม เอ่ยปากขอขมาว่า ที่ต้องหลอมเหรียญหลวงปู่ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะจะอวดดีฝืนคำหลวงปู่ที่ว่า ?ไม่ต้องแก้ไข? แต่อย่างใด แต่มันเป็นความจำเป็นเพราะเหรียญหนาเกินไป ค่าใช้จ่ายจะสูงมาก ขอหลวงปู่โปรดเมตตา พอปักธูปแล้ว ป๊าก็ไปดูที่เบ้าหลอม ไม่เล่าก็เดาถูกนะว่า...
เหรียญละลายไปในพริบตา
มันน่าอัศจรรย์ใจไหมล่ะ หลวงปู่ยังไม่ได้เสกได้เป่าอะไรเลย เพียงหยิบขึ้นมาพิจารณาแล้วบอกว่า ?ไม่ต้องแก้ไข? มันก็เป็นประกาศิตขนาดหลอมไม่ละลาย แล้วถ้าท่านตั้งใจแผ่เมตตาอธิษฐานจิตให้เล่า จะสักแค่ไหน !!
ผมเลยไล่เก็บเหรียญนี้สนุกไป เพราะในเมืองชลมีเหรียญ 8 รอบ เพ่นพ่านให้พบบ่อยๆ เนื่องจาก ?คลัง? อยู่ไม่ไกล แค่ร้านข้าวเป็ดท่าเกวียนเท่านั้นเอง
ป๊าสร้าง เหรียญทองคำทั้งหมด 31 เหรียญ, เหรียญเงินลงยา 14 เหรียญ,เหรียญเงินบริสุทธิ์ 2,000 เหรียญ และเนื้อทองแดง 20,000 เหรียญ
ประสบการณ์ของเหรียญนี้มีอยู่ไม่น้อย ผมไม่เล่าไม่บอกหรอกนะ ลองหาแขวนดูเองเถิด เผื่อจะมีประสบการณ์เอง แล้วจะได้มาเล่าให้ผมฟัง ใครที่อยากได้ มาเที่ยวเมืองชลสิครับ มองหาในสนามพระตัวเมืองชลก็คงจะพบหรอก
ขออวยพรให้คนมีศรัทธาครับ...

~@เสน่ห์เอ็ม@~:
อีก 1 เหรียญ ที่น่าสนใจมากๆครับ
ข้อมูลจากเวป
http://board.palungjit.com/showthread.php?p=965600

~เสน่ห์โจรสลัด~:
ข้อความดีดีที่น่าสนใจมากๆ อีกแล้วครับท่าน ขอบคุณครับ  ;D

ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์):
ขอบคุณครับท่าน :-*

underground:
น่าสนใจมากครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ