ลองของกับคนเล่นของ

(1/3) > >>

ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์):
ลองของกับคนเล่นของ

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 8 กรกฎาคม 2551





"ของดีไม่ต้องลอง" หรือ "ของดีต้องลองได้" เป็นข้อถกเถียงของผู้นิยมพระเครื่องและเครื่องรางของขลังอย่างไม่มีวันจบสิ้น

ขณะเดียวกันก็มีภาพข่าวการลองของออกมาอย่าต่อเนื่อง เช่น ชาวบ้านแห่พิสูจน์ตะกรุดลูกปืนมหาอุตต์พระอาจารย์ตี๋เล็ก หรือพระพินิต ปัญญาสาโร เจ้าตำรับมหาอุตต์-ตะกรุดลูกปืนขนานแท้ แห่งสำนักสงฆ์เขาสุนะโม ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ แน่นวัด เนินพยอม ต.ดงเสือเหลือง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ลองของกันในวัด ปืนยิงไม่ออกลูกปืนติดคาลำกล้อง

ในขณะที่พระอาจารย์สมชาย ฐานวโร หรือหลวงพ่อเสือ เจ้าของฉายา "กระบี่บินโคตรหนังเหนียว" ใช้ดาบซามูไรยาวกว่า ๑ เมตร โดยมีการสวดคาถาอาคมอย่างตั้งอกตั้งใจ ทั้งนี้ได้แจกจ่ายเสื้อยันต์ ผ้ายันต์ ตะกรุด และจตุคามฯ ให้ชายที่ถอดเสื้อทุกคนถือเอาไว้โดยการชูมือขิ้นเหนือศีรษะ จากนั้นก็ลงมือฟันด้วยซามูไรเข้าที่บริเวณหน้าท้องและลำตัวหลายครั้งสร้างความฮือฮาให้แก่ประชาชนที่ยืนดูเป็นอย่างมาก



"เมื่อปี ๒๕๔๓ เคยลองรูปหล่อเนื้อนวโลหะหลวงพ่อเงิน รุ่นพระพิจิตร โดยลองที่หน้าพระอุโบสถหลวงพ่อเพชร ระหว่างพิธีปลุกเสกในพลัด (พลตรีเกริก กัลยาณมิตร) อดีตผู้บังคับ ตร.ภูธร จ.พิตร ปัจจุบันเป็น ส.ว.พิจิตร ในครั้งใช้ปืน .๓๕๗ ในครั้งนั้นมีคนมาดูการลองกว่า ๓๐๐ คน การลองเริ่มจากยิงขึ้นฟ้า ๑ นัดเพื่อลองปืนลองกระสุน เมื่อต้องลองวัตถุมงคลก็จะจุดธูปขอขมาเจ้าที่ และครูบาอาจารย์ โดยอธิษฐานจิตว่า ไม่ได้ลบหลู่แต่ต้องการลองเพื่อให้ประจักษ์ว่าพุทธคุณมีจริง แล้วใช้ปืนจอยิงไปที่วัตถุมงคลในระยะเผาขน ส่วนใหญ่จะเอาวัตถุมงคลใส่ถุงผ้าขาว ยิงแล้วจะด้าน แล้วหมุนโม่ยิงอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงถอดลูกกระสุนออกมาดู นัดแรกนกจะสับ ๑ รอย นัดที่ ๒ ยิงซ้ำนกจะสับ ๒ รอย แสดงว่าลูกปืนไม่ได้แช่น้ำมัน ก่อนจะลองต้องขอขมาลาโทษทุกครั้ง ลองเพื่อทดสอบพุทธคุณพระที่จัดสร้าง ยิงออกแต่ไม่ถูก ยิงถุงผ้าขาวแตกแต่ถุงพลาสติกไม่ขาด ระยะหลังไม่ปรากฏว่ามีการลองของเท่าใดนัก ส่วนใหญ่เป็นการลองด้วยการยิงครั้งเดี่ยวซึ่งไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าใดนัก" นี่คือประสบการณ์และวิธีการลองของ อ.ขวัญทอง สอนศิริ (โจ้) ศูนย์พิษณุโลกศึกษา โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ พิษณุโลก

อ.โจ้ ยังบอกด้วยว่า เคยลองด้วยตนเอง ๒ ครั้ง คือ หลวงปู่บุญมี ฐิตาจาโร วัดเกาะ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเอม วัดคลองโป่ง อ.ศรีสำโรง โดยลองตะกรุดโทน (ยันต์แม่เหล็ก) โดยกำตะกรุดแล้วใช้คัตเตอร์กรีดที่มือ เริ่มจากค่อยๆ กดก่อนแล้วเริ่มกดแรงขึ้นเมื่อรู้ว่าไม่เข้าก็กดเต็มที่โดยลองถึง ๒ ครั้ง มีเพียงแค่แมวข่วนเท่านั้น (ยางบอน) ส่วนอีกครั้งหนึ่งลองตะกรุดคู่ชีวิตหลวงพ่อทาน (หลานหลวงพ่อพิธ ตาไฟ) วัดฆะมัง อ.เมือง จ.พิจิตร โดยใช้วิธีการลองแบบเดียวกัน นอกจากนี้ยังเคยลองตะกรุดเทพรัญจวนหลวงปู่ และเหรียญสองกษัตริย์ (พระนเรศวร-พระเอกา) สร้างโดยเจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตร และปลุกเสกหลวงปู่ตี๋ วัดหลวงราชาวาส จ.อุทัยธานี และ อ.จั่ว ตรอกจั่น (ฆราวาสลูกศิษญ์ อ.เทพ) รวมทั้งเหรียญชินราชเจ้าพระยาจักรกรี (ตชด.๓๑ พิษณุโลกสร้าง) โดยใช้ปืน .๓๘ ยิง ปี ๒๕๔๒ และ ๒๕๔๓ เคยลองพระกริ่งนเรศวรพระองค์ดำ ๑๐๐ ปี โรงเรียนพิษณุโลกวิทยาคม โดยลองบริเวณหอกลองหน้าวิหารพระพุทธชินราช ในครั้งนั้นมีตำรวจและประชาชนร่วมพิสูจน์กว่า ๑๐๐ คน

อย่างไรก็ตาม "คม ชัด ลึก" ไปสังเกตการณ์วิธีการทดสอบความขลังของพระเครื่องและวัตถุมงคล ของนายอภิชัย อิ่มอารมรณ์ และนายอำนาจ ทรัพย์สิน คู่หูนักลองของ บริเวณวัดแห่งหนึ่งใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยนำวัตถุมงคลหลายชนิดมาลองยิงด้วยปืนลูกโม่



นายอภิชัยบอกว่า จากการลองของที่ผ่านมาของดีมีไม่ถึง ๕% ไม่ว่าจะเป็นเหรียญดังของเกจิย่านบางกระดี่ จ.ปทุมธานี รวมทั้งตะกรุดลูกปืน ตะกรุดลูกระเบิดที่ขึ้นชื่อของเกจิยุคปัจจุบันถูกปืนยิงกระจายทุกราย ส่วนเหตุผลที่ลองนั้นไม่ใช่ลบหลู่เพียงแต่ต้องการพิสูจน์พุทธคุณเท่านั้น อย่างไรเสียก็ขอยืนยันว่าของดีต้องลองได้ พระเครื่องและวัตถุมงคลที่แขวนติดตัวทุกชนิดแม้จะราคาไม่แพงแต่ทุกอย่างผ่านการทดสอบด้วยการยิงมาทั้งสิ้น

"ของไม่ดีแขวนไปก็หนักคอหนักเอวเปล่าๆ ผมเชื่อว่าทุกคนล้วนอยากมีของดีมาใช้ป้องกันตัว ใครจะคุยอวดสรรพคุณว่าวัตถุมงคลสุดยอดอย่างไร สู้ลองทดสอบด้วยตัวเองไม่ได้ ทุกวันนี้ผมแขวนวัตถุมงคลของเกจิแห่งยุคที่ยังมีชีวิตอยู่ ๓ รูป คือ ตะกรุดหลวงปู่แย้ม หนังเสือและเสือเนื้อตะกั่ว วัดตะเคียน จ.นนทบุรี หลวงพ่อสุวรรณ วัดยาง ต.ห้วยไผ่ อ.แสวงหา จ.อ่างทอง และหลวงปู่ตี๋ ฉันทธัมโม วัดเขาเขียวพนาราม อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ศิษย์สืบสายธรรมหลวงปู่อิ่ม วัดหัวเขา" นี่คือเหตุของนายอำนาจ

ทั้งนี้ นายอำนาจยังบอกด้วยว่า เมื่อได้วัตถุมงคลมาโดยเฉพาะประเภทตะกรุดจากวัดต่างๆ ประมาณ ๒๐ ดอก ก็จะนัดเพื่อนๆ ในกลุ่มมาลองของโดยใช้ปืน ๓ ขนาดยิงคือ ปืนแม็กนั่ม ปืนขนาด ๑๑ มม. และปืนซูเปอร์ เมื่อลองไปแล้วหากตะกรุดดอกใดปืนยิงไม่ออก หรือยิงไม่ถูกจะใช้ปืนลูกกรดยาวซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นปืนที่ยิงและมีความแม่นยำมากมายิงซ้ำอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามในระยะหลังไม่ค่อยได้ลองด้วยเหตุที่ว่าขับรถไปประสบอุบัติเหตุเกือบเอาชีวิตไม่รอด ตามความเข้าใจของตนเองเชื่อว่าเป็นผลพวงมาจากการลองของลบหลู่ครูบาอาจารย์



ข้อคิดคนลองของ

นายพิศาล เตชะวิภาค อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย หรือ ต้อย เมืองนนท์ บอกว่า เคยมีลูกค้าคนหนึ่งเมื่อเช่าพระเครื่องทั้งพระกรุ พระเกจิ รวมทั้งเครื่องราง แล้วอยากรู้ว่าของที่เช่าไปมีพุทธคุณจริงสมคำร่ำลือหรือไม่ แม้จะห้ามไม่ให้ลองแต่เขาบอว่า เงินของเขาและพระของเขาด้วย จึงขัดไม่ได้ โดยเอาพระและวัตถุมงคลไปผูกไว้กับคอไก่จากนั้นก็ใช้ปืนยิงไปที่ตัวไก่ ปรากฏว่าไก่ถูกยิงตายไปว่า ๒๐๐ ตัว ที่ไม่ตายก็มีเพียง ๒-๓ ตัวเท่านั้น ส่วนจะเป็นพระอะไรไม่ขอบอกเพราะจะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อหรือเชียร์พระรุ่นนั้น แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือนปรากฏว่าคนที่ลองนั้นเลือดไหลออกจากตาโดยไม่มีสาเหตุ โดยส่วนเชื่อว่าเป็นเพราะกรรมตามทันหรือไปลบหลู่พุทธคุณในองค์พระ

ทั้งนี้ ต้อย เมืองนนท์ พูดไว้อย่างน่าคิดว่า "การลองของเพื่อพิสูจน์พุทธคุณนั้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ไม่เป็นเครื่องพิสูจน์เรื่องพุทธคุณได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการลองด้วยการยิงไปที่องค์พระตามหลักวิทยาศาสตร์ถ้ามือปืนแม่นจริงร้อยทั้งร้อยแตกหักหมด โดยส่วนตัวเชื่อว่าพุทธคุณเกิดขึ้นเฉาะตัวเฉพาะตนเท่านั้น ที่สำคัญคือต้องอยู่บนพื้นฐานของความศรัทธาและปฏิบัติตัวที่ดีของผู้ครอบครองด้วย สรุปแล้วพระจะแสดงพุทธคุณคนแขวนต้องตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมด้วย"



ในขณะที่ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี บอกว่า เพิ่งเลิกลองของเมื่อกว่า ๑๐ ปี ที่ผ่านมานี้เอง โดยลองมาทุกวัด ทุกสำนัก เรียกว่าเกือบทุกอย่างก็ว่าได้ เหตุผลหนึ่งของการลองของเพราะอยากรู้ว่าพระที่ได้มาซึ่งเป็นสมบัติตกทอดมาจากพ่อเป็นพระเก๊หรือพระแท้กันแน่ เพราะเซียนหลายคนดูบอกว่าเป็นพระเก๊ แต่ตัวเองไม่เชื่อ ดังนั้นต้องยิงเพื่อพิสูจน์พุทธคุณ ครั้งนั้นหลังจากอาราธนาของพุทธคุณแล้วใช้ปืนขนาด ๒๑ มม. ยิงระยะเผาขน ซึ่งอย่างไรก็ต้องโดนองค์พระ ปรากฏว่าองค์พระไม่เป็นอะไรเลย ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อว่าเป็นพระแท้ นอกจากนี้ครั้งหนึ่งก็เคยลองยิงพระหลวงปู่ช่วง ปรากฏว่ายิงไม่ออก ขณะเดียวกันถึงกับไข้ขึ้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงเลิกลองของอย่างเด็ดขาดจนมาถึงทุกวันนี้

สำหรับวิธีการลองของ นายฉลองเล่าให้ฟังว่า ในช่วงเด็กๆ เคยไปดูการลองของ ในครั้งนั้นผู้ลองเชิญมือปืนระดับทีมชาติมาทดลองยิง มีทั้งการลองยิงพระเครื่องและเครื่องราง เท่าที่จำได้มีเพียงตะกรุดหลวงพ่อทบวัดชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ยิงไม่โดน จากนั้นก็ลองของด้วยตัวเองซึ่งมีอยู่ ๓ อย่าง คือ ๑.ใช้ปืนยิงไปที่องค์พระ ๒.ใส่ปากปลาดุกแล้วใช้มีดกรีดหรือฟันไปที่ตัวปลา ถ้าฟันไม่เข้าแสดงว่ามีพุทธคุณ และ ๓.ให้งูเห่าฉก โดยเอางูเห่าใส่อ่างจากนั้นนำของที่อยากลองไปล่องูเห่า ถ้าฉกแสดงว่าไม่มีพุทธคุณ ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือ เอาพระหรือเครื่องรางผูกกับคอไก่จากนั้นใช้ปืนยิงไก่ แม้วิธีนี้ได้ยินมามากที่สุดแต่ก็ไม่กล้าลอง



"เรื่อง ไตรเทพ ไกรงู"

peachsama:
"กรณีที่ลองหลังสักเสร็จหรือรับแจกไม่ถือว่าลบหลู่ครับ แต่ถ้าไปลองกันเองไม่มีอาจารย์ถือว่าอยากลองไม่ควรทำครับ"

ขอฝากพี่น้องด้วยเรื่องการลองของนะครับ ว่าอย่าทดลองนะ หรือ "อย่าริ"กับสิ่งที่มองไม่เห็น สมัยก่อนเรานึกว่าพม่าหรือเขมรเขายิงปืนไม่เก่ง เพราะเขาเล่าว่ายิงมาไม่โดนทหารไทยเลย แต่เหตุผลทางไศยศาสตร์ ระบุชัดว่า
แคล้วคลาด หาไม่มีวัตถุมงคล เราคงไม่มีแผ่นดิน ไม่มีนายพลที่รอดจากสนามรบมาทุกวันนี้ เอาเถอะ ต้องมีบางท่านที่หลุดปากมาว่าเพราะสมเด็จที่ได้รับมาติดตัวไว้เสมอจึงรอดปาฏิหารย์ หรือรอยสักจาก...ทั้งตัวทำให้ยิงไม่เข้า แม้ลูกน้องตายหมดก็ตาม 

กระผมเองก็เคยตระเวนกับเจ้านาย ลองของไปทั่ว เพราะเรามีพื้นที่จำกัด1นายจะแขวนพระแค่ไม่เกิน3องค์ อะไรที่ขึ้นคอต้องชัวร์
ลองจนทุกวันนี้กระผมยังมีอาการเหม่อ หรือหลุดจิตในบางเวลาเสมอๆแต่ก่อน หัวจะก้องๆเหมือนมีคนมาทุบขันโลหะ ก๊องๆๆๆ บ่อยๆ
ส่วนเพื่อนกะผมป่วยตายคาอกเมียไร้สาเหตุ อีกคนรถคว่ำตาย แต่ตอนนั้นผมเริ่มถือศีลแล้ว ผมเสียรถคู่ใจไปกว่าจะดีขึ้นหลายปี
พระน่ะเขามีเทพประจำ เทพน่ะเขาดูแลพระเขา ถ้าเราดูแลพระเขาดีเขาก็ดูแลเราดี ถ้าเรา นึกถึงทำบุญถึงเขาก็ยิงดี แต่ถ้าเรา
ทำลายดูหมิ่นพระเขา เขาก็ไม่คุ้มครองเรา หรือไม่สรรเสริญเราเราก็ตกต่ำ พระบางองค์มีคำสาปสำหรับคนที่ถือครองแล้ว ชอบให้คนมาลองของมาด้วยเสร็จผลกรรมตกแก่เจ้าของพระโดยไม่รู้ตัวแรงไม่แรงแล้วแต่แรงครูที่สร้าง และสิ่งที่ทำรวมทั้งกรรมเก่าด้วย
 
ส่วนเหตุการณ์ลองด้วยดาบซามุไร กระผมเองเคยลองด้วยตนเองสมัยเด็กกระผมฟันคู่อริหน้าห้องด้วยมีดคว้านท้อง(wakizashi)  ด้วยท่าดาบแบบiaidoปกติจะชักฟาดแต่หลอกล่อแล้วฟาดลงแทนกันไม่ทันกะเอาเข้าแน่แต่ ปรากฏว่าประตูไม้เก่าทะลุอถึงอีกด้าน  แต่คอเขาไม่เข้าเป็นแค่รอยแดงๆ จำไม่ได้แขวนพระอะไรแต่รู้สึกว่าอาจารย์ปกครองขอเช่าต่อเพราะเหนียวจริง พระแค่1องค์กับสร้อยสเตนเลส กันดาบญี่ปุ่นได้ (อ.ไปลองคมก่อนแล้วจึงขอยึดไว้เป็นสมบัติของโรงเรียนให้เซ็นบริจาคไว้ด้วย- -)

กับอีกทีคือ กินเหล้าเมา วิ่งเข้าป่าหนาม ออกมา มีแต่รอยแมวข่วน ทั้งตัว แต่ไม่มีแผล แต่เพื่อน เลือดซกเลย-- --
จากในภาพ ท่านน่าจะเป็นสายหลวงพ่อทบ ฟันเข้าก็แปลกแล้วครับ เพราะสายเหนียว
ดาบในภาพเป็นดาบซามุไรไม่ไช่ดาบซามุไรทหารญี่ปุ่นครับ
ดาบญี่ปุ่นคล้ายดาบเกาหลี คล้ายดาบจีนบางยุคครับ และดาบไทยสมัยอยุธยาบางเล่มก็คือดาบซามุไรนั้นแหละให้ดูใบกับกันมือ(tsuba) ^^
ขยายความ ดาบซามุไร มันมีคาตานะ โอคาตานะ โนดาจิ วากิซาชิที่ใช้เซ็ปปุกุ กับ โบะเก็งหรือไม้ตี ดาบไม้น่ะแหละ
ดาบซามุไรทหาร หรือกระบี่ซามุไรเรียกว่ากุนโตะ มาจากกุนจิน หรือทหาน+โตะ คือมีด แปลคือมีดทหาร
ชินกุนโตะ คือมีดที่ทำแบบเหมือนมีดทหารสมัยww2

มี2แบบ แบบแมสโพรดักคือ ผลbตจาโรงงาน ตอกโค๊ดเหล่า ตอกโรงงาน ตอกหมายเลขสรรพาวุธ 
ถ้าของนายหทาร จะมีไม้เป็นส่วนประกอบ แต่ชั้นประทวนหล่อโลหะหมด มีหลายสี บกเขียว หรือน้ำตาล เรือฟ้า คือพวกรบพิเศษ หรือนาวิกโยธินจะแตกต่าง ตำรวจ สารวัตรทหารจะแตกต่าง ดูจากแฉกดอกเบญจมาศนะ
เหล็ก กล้าจากโรงงาน หรือจากเยอรมัน ฟันหัวตะปูเข้าถ้าไม่เป็นฟันบิ่นแน่ คมพอสมควรหักแต่ไม่งอ
ยศยิ่งสูงยิ่งใกล้เคียงดาบซามุไรโบราณ มีการสลักชื่อช่างทีทำที่โคนใบดาบ หรือชื่อเจ้าของไว้ บางเล่มมีตราประจำตระกูล
การดูดาบ
ให้ดูชัดลึก ให้ดูเหล็ก ให้ดู งานให้ดูรายละเอียด ญี่ปุ่นไม่ทำงานชุ่ยครับ

~@เสน่ห์เอ็ม@~:
ขอบคุณข้อมูล ขากพี่สิบทัศมากครับ
ยุคสมัยเปลี่ยนอะไร ก็เปลี่ยนครับ
ระวังนะครับเวลาลองไม่เป็นไร แต่พอเจอจริงๆเข้า ไม่มีเหลือ หุหุ

ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ใจศรัทธา ครับ

แต่ผมว่าลองให้งูเห่าฉกนี่น่ากลัวนะครับ 55555

tigerjumper:
ข้อมูลดี ๆ ทั้งนั้นครับสุดยอด

อชิตะ:
นับถือ ครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป