๓๑ ต.ค. ๕๗, ๑๖:๐๐:๕๒ *

ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  ค้นหาขั้นสูง
  หน้าแรก   กระดานสนทนา   ช่วยเหลือ กฎ กติกา มารยาท เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: []   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ต้นกำเนิด "พญานาค"  (อ่าน ๒๑๕๐๔ ครั้ง)
๐ สมาชิก และ ๑ ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
ฉัพพัณรังษี
สัตตมะ
ลำดับสมาชิก: ๔๒๒๒

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๒ วัน, ๘ ชั่วโมง ๒๕ นาที

สวัสดีครับทุกท่าน

***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๗๖๗

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๐๗๓
  รับขอบคุณ: ๒๙๕๖


ผมแบ่งใจ ผมแบ่งความรู้สึก ให้กับสาวหนึ่งก็พอแล้ว


จังหวัด: เชียงราย
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๒
ประสบการณ์: ๔๗%
พลังชีวิต: ๐.๓%

killertump@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๐:๕๓:๐๑ »



พญานาค เป็นราชาแห่งงู จัดเป็นเดรัจฉานด้วย เพราะมีลำตัวไปทางขวางและไม่สามารถบรรลุธรรมได้ แต่ก็จัดอยู่ฝ่ายสุคติภูมิ อยู่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา นาคแบ่ง ออกเป็น 4 ตระกูลใหญ่ คือ

ตระกูลวิรูปักษ์ พญานาคตระกูลสีทอง
ตระกูลเอราปถ พญานาคตระกูลสีเขียว
ตระกูลฉัพพยาปุตตะ พญานาคตระกูลสีรุ้ง
และตระกูลกัณหาโคตมะ พญานาคตระกูลสีดำ
**พญานาคเกิดได้ทั้ง 4 แบบ คือ แบบโอปปาติกะเกิดแล้วโตทันที แบบสังเสทชะ เกิดจากเหงื่อไคล สิ่งหมักหมม แบบชลาพุชะเกิดจากครรภ์ แบบอัณฑชะเกิดจากฟองไข่ พญานาคชั้นสูงเกิดแบบโอปปาติกะ เป็นชนชั้นปกครอง ที่อยู่ของพญานาคมีตั้งแต่ในแม่น้ำ หนอง คลอง บึงต่างๆ ในอากาศ จนไปถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พวกพญานาคอยู่ ในการปกครองของท้าววิรูปักษ์ ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้านทิศตะวันตก เหตุที่มาเกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ

คำอธิบายศัพท์

องค์นาคาธิบดดีทั้ง 9 พระองค์ (แต่ละเศียร) นั้นคือกษัตริย์แห่งเมืองบาดาลที่ปกครองวังนาคินทร์ต่างๆ ซึ่งแต่ละพระองค์เป็นพญานาคที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อยู่ในศีลในธรรมแล้วทั้งสิ้น

            องค์นาคาธิบดีทั้ง 9 พระองค์ (แต่ละเศียร) มีพระนามดังต่อไปนี้

                        1.พญาอนันตนาคราช

                        2.พญามุจลินท์นาคราช

                        3.พญาภุชงค์นาคราช

                        4.พญาศรีสุทโธนาคราช

                        5.พญาศรีสัตตนาคราช

                        6.พญาเพชรภัทรนาคราชหรือพญาเกล็ดแก้วนาคราช

                        7.พญานาคดำแสนศิริจันทรานาคราช

                        8.พญายัสมันนาคราช

                        9.พญาครรตระศรีเทวานาคราช

  

องค์นาคาธิบดี                      เทียบเท่า     พระเจ้าแผ่นดิน, กษัตริย์

พญานาคราช ? พญานาคิณี  เทียบเท่า     นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี

นาค- นาคี                            เทียบเท่า  ผู้ว่าราชการจังหวัด,ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

นาคผู้-นาคเมีย                      เทียบเท่า     ประชาชนทั่วไปที่ถือว่าเป็นคนมีศีล

เงือกผู้-เงือกเมีย                    เทียบเท่า     ประชาชนทั่วไปแต่ไม่ถือศีลใดๆ

งูตัวผู้-งูตัวเมีย                       เทียบเท่า    ประชาชนทั่วไปที่ทำดีได้-ทำชั่วได้

ปกติเหล่าพญานาคเป็นผู้ที่ถือศีลแปดเคร่งครัดมาก พญานาคจะไม่ทำร้ายใคร แต่ก็มีพญานาคชั้นเลว ชอบทำร้ายมนุษย์ตามแม่น้ำ

๑๕ สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, ชลาพุชะ, swat@pvc, tum72, gottkung, N!c, ~เสน่ห์ack01~, Chotipat, PeAwPeed, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), Kitisin, น้องลิงน้อย, hangman69, ณ.อยุธยา

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ชีวิตคนเราก็อย่างนี้เละ มีขึ้น ก็มีลง มีเกิด ก็มีดับ
<<<คำอาราธนาพระสีวะสี>>>
สีวะลี จะ มหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยา ทิมหิ
สีวะลี จะ มหาเถโร ยักขา เทวาภิปูชิโต โสระโ
~เสน่ห์ต้นน้ำ~
ผู้คุมกฎ
ลำดับสมาชิก: ๘๗๘

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๔๐ วัน, ๒ ชั่วโมง ๕๗ นาที

ลูกบางพระ

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๓๒๓๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๗๒๘๒
  รับขอบคุณ: ๑๖๗๗๐


แก้งค์ ศาลา ชาติ ศาสน์ กษัตริย์


จังหวัด: นครปฐม
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๔๖
ประสบการณ์: ๓๑%
พลังชีวิต: ๒%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๑:๐๓:๑๓ »

ขอบคุณครับท่าน
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
۞เณรน้อยเส้าหลิน۞
อัฏฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๒๔๐๗

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๖ วัน, ๑๕ ชั่วโมง ๔๕ นาที

****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๑๕๖๒

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๔๐๔๖
  รับขอบคุณ: ๖๖๙๒


ไม่สู้ ไม่หนี ทําดีเรื่อยไป


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๓๒
ประสบการณ์: ๑๒%
พลังชีวิต: ๐.๒%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๑:๕๘:๕๗ »

ขอบคุณครับ

ภาพด้านบนและข้อมูลน่าจะได้มาจากต้นฉบับเวป www.dmc.tv/index.php นะครับ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: swat@pvc, ฉัพพัณรังษี, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ครูผู้บริสุทธิ์ ครูผู้หมดกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
ครูผู้มี"พระปัญญาธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ" อย่างประมาณมิได้
บรมครูผู้นั้นคือ "สมเด็จพระพุทธเจ้า"
ขอนอบน้อมกราบกรานพระบรมศาสดา
ชลาพุชะ
อัฏฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๓๑๘๔

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒๓ วัน, ๖ ชั่วโมง ๕๓ นาที

เราอาจไม่รู้มากนัก แต่เรารู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร

****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๑๕๒๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๖๘๗
  รับขอบคุณ: ๕๘๒๕


ที่นี่คือเว็บวัดบางพระ เราก็ศิษย์วัดบางพระ


จังหวัด: แพร่
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๓๑
ประสบการณ์: ๗๘%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๒:๐๕:๓๕ »

ขอบคุณมากครับ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
swat@pvc
ฉัฏฐะ
ลำดับสมาชิก: ๓๘๗๒

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๗ วัน, ๒๐ ชั่วโมง ๓๑ นาที

**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๗๒๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๗๖๐
  รับขอบคุณ: ๓๘๖๗



จังหวัด: เชียงใหม่
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๑
ประสบการณ์: ๘๒%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๒:๒๑:๔๖ »

ขอบคุณมากค่ะ ชอบมากๆเลยคะ เรื่องของพญานาคราช 
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, ฉัพพัณรังษี, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

พอเพียง
gottkung
เด็กวัด
ลำดับสมาชิก: ๑๑๙๔

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๓๓ วัน, ๘ ชั่วโมง ๒๕ นาที

จะหมึกหรือน้ำมันไม่สำคัญ จงตั้งมั่นให้อยู่ในความดี

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๔๐๘๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๘๘๔๕
  รับขอบคุณ: ๑๗๐๐๖


"จะลูกใครนั้นไม่สำคัญ เป็นศิษย์ฉันเท่ากันทุกคนไป "


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๕๒
ประสบการณ์: ๖%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๓:๑๓:๕๒ »

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ อัดแน่นด้วยสาระครับ
ผมเคยอ่านมาผ่านตาว่า พญานาคก็แบ่งชนิดตามลักษณะของ
พิษด้วยครับ บางชนิดกัดแล้วเป็นอัมพาต บางชนิดกัดแล้วร้อนเหมือนไฟไหม้
บางชนิดกัดแล้วตัวแข็งเป็นหิน บางชนิดกัดแล้วแผลเน่าไม่หาย หุๆๆ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


 เราเป็นศิษย์คิดมีครูดูก่อนเถิด อย่าละเมิดคำครูที่พร่ำสอน
ปุถุชนคนธรรมดาพึงสังวรณ์ ครูท่านสอนมอบสิ่งดีแก่เราๆ
CaSaNoVa
ปัญจมะ
ลำดับสมาชิก: ๓๕๓๐

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒ วัน, ๑๒ ชั่วโมง ๓๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๘๘

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว:
  รับขอบคุณ: ๑๐๕



ระดับความสามารถ: ๗
ประสบการณ์: ๕๗%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๓:๓๔:๕๒ »

หิหิ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ฉัพพัณรังษี
สัตตมะ
ลำดับสมาชิก: ๔๒๒๒

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๒ วัน, ๘ ชั่วโมง ๒๕ นาที

สวัสดีครับทุกท่าน

***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๗๖๗

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๐๗๓
  รับขอบคุณ: ๒๙๕๖


ผมแบ่งใจ ผมแบ่งความรู้สึก ให้กับสาวหนึ่งก็พอแล้ว


จังหวัด: เชียงราย
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๒
ประสบการณ์: ๔๗%
พลังชีวิต: ๐.๓%

killertump@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๔:๐๙:๔๐ »

ตำนานพญานาค

นาค หรือ พญานาค งูใหญ่มีหงอน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และนาคยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล

นาคเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ บางแห่งก็ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า

ตำนานความเชื่อเรืองพญานาคมีความเก่าแก่มาก ดูท่าว่าจะเก่ากว่าพุทธศาสนาอีกด้วย สืบค้นได้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากอินเดียใต้ ด้วยเหตุจากภูมิประเทศทางอินเดียใต้เป็นป่าเขาจึงทำให้มีงูอยู่ชุกชุม และด้วยเหตุที่งูนั้นลักษณะทางกายภาพคือมีพิษร้ายแรง งูจึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ให้การนับถือว่ามีอำนาจ ชาวอินเดียใต้จึงนับถืองู

เป็นสัตว์เทวะชนิดหนึ่งในเทพนิยายและตำนานพื้นบ้าน บ้างก็ว่าเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ มีความเชื่อเรื่องพญานาคแพร่หลายในภูมิภาคต่างๆ ทั่วทวีปเอเชีย โดยเรียกชื่อต่างๆ กัน

ต้นกำเนิดความเชื่อเรื่องพญานาคน่าจะอยู่ที่อินเดีย ด้วยมีนิยายหลายเรื่องเล่าถึงพญานาค โดยเฉพาะในมหากาพย์มหาภารตะ ซึ่งถือเป็นปรปักษ์ของพญาครุฑ ส่วนในตำนานพุทธประวัติ ก็เล่าถึงพญานาคไว้หลายครั้งด้วยกัน

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีตำนานเรื่องพญานาคอย่างแพร่หลาย ชาวบ้านในภูมิภาคนี้มักเชื่อกันว่าพญานาคอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง หรือเมืองบาดาล และเชื่อกันว่าเคยมีคนเคยพบรอยพญานาคขึ้นมาในวันออกพรรษาโดยจะมีลักษณะคล้ายรอยของงูขนาดใหญ่ และเมื่อไปเล่นน้ำในแม่น้ำโขงควรยกมือไหว้เพื่อเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ลักษณะของพญานาคตามความเชื่อในแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันไป แต่พื้นฐานคือพญานาคนั้นมีลักษณะตัวเป็นงูตัวใหญ่มีหงอนสีทองและตาสีแดง เกล็ดเหมือนปลามีหลายสีแตกต่างกันไปตามบารมี บ้างก็มีสีเขียว บ้างก็มีสีดำ หรือบ้างก็มี7สี และที่สำคัญคือนาคตระกูลธรรมดาจะมีเศียรเดียว แต่ตระกูลที่สูงขึ้นไปนั้นจะมีสามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียรและเก้าเศียร นาคจำพวกนี้จะสืบเชื้อสายมาจาก พญาเศษนาคราช(อนันตนาคราช) ผู้เป็นบัลลังก์ของพระวิษณุนารายณ์ปรมนาท ณ เกษียณสมุทร อนันตนาคราชนั้นเล่ากันว่ามีกายใหญ่โตมหึมามีความยาวไม่สิ้นสุด มีพันศีรษะ พญานาคนั้นมีทั้งเกิดในนำและบนบก เกิดจากครรภ์และจากไข่ มีอิทฤทธิ์สามารถบันดาลให้เกิดคุณและโทษได้ นาคนั้นมักจะแปลงร่างเป็นมนุษย์รูปร่างสวยงาม

ความเชื่อเกี่ยวกับคุณลักษณะและคุณสมบัติ

พญานาค หรือ งูใหญ่มีหงอน ในตำนานของฝรั่ง หรือชาวตะวันตก ถือว่าเป็นตัวแทนของกิเลส ความชั่วร้าย ตรงข้ามกับชาวตะวันออก ที่ถือว่า งูใหญ่ พญานาค มังกร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลังอำนาจ ชาวฮินดูถือว่า พญานาคเป็นผู้ใกล้ชิดกับเทพองค์ต่างๆ เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ เช่น อนันตนาคราช ที่เป็นบัลลังก์ของพระนารายณ์ตรงกับความเชื่อของลัทธิพราหมณ์ ที่เชื่อว่า นาค เป็นเทพแห่งน้ำ เช่นปีนี้ นาค ให้น้ำ 1 ตัว แปลว่า น้ำจะมาก จะท่วมที่ทำการเกษตร ไร่นา ถ้าปีไหน นาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อย ตัวเลขนาคให้น้ำจะกลับกันกับเหตุการณ์ เนื่องจาก ถ้านาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อยเพราะนาคกลืนน้ำไว้

พญานาค งูใหญ่ มีหงอน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และ บันไดสายรุ้งสู่จักรวาล เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ จากการจำศีล บำเพ็ญภาวนา ศรัทธาในพุทธศาสนา ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เราจะพบเห็น เป็นรูปปั้นหน้าโบสถ์ ตามวัดต่างๆบันไดขึ้นสู่วัดในพุทธศาสนา ภาพเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง กับศาสนาพุทธอีกมากมาย

พญานาค เป็นสัตว์มหัศจรรย์ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถแปลงกายได้ พญานาค มีอิทธิฤทธิ์ และมีชีวิตใกล้กับคน พญานาค สามารถแปลงเป็นคนได้ เช่นคราวที่แปลงเป็นคนมาขอบวชกับพระพุทธเจ้า ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวถึงนาคที่ชื่อ ถลชะ ที่แปลว่า เกิดบนบก จะเนรมิตกายได้เฉพาะบนบก และนาคชื่อ ชลซะ แปลว่า เกิดจากน้ำ จะเนรมิตกายได้เฉพาะในน้ำเท่านั้น

พญานาค ถึงแม้จะเนรมิตกายเป็นอะไร แต่ในสภาวะ 5 อย่างนี้ จะต้องปรากฏเป็นงูใหญ่เช่นเดิม คือ ขณะเกิด ขณะลอกคราบ ขณะสมสู่กันระหว่างนาคกับนาค ขณะนอนหลับ โดยไม่มีสติ และที่สำคัญ ตอนตาย ก็กลับเป็นงูใหญ่เหมือนเดิม

พญานาค มีพิษร้าย สามารถทำอันตรายผู้อื่นได้ด้วยพิษ ถึง 64 ชนิด ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า สัตว์จำพวกงู แมงป่อง ตะขาบ คางคก มด ฯลฯ มีพิษได้ ซึ่งก็ด้วยเหตุที่ นาคคายพิษทิ้งไว้ แล้วพวกงูไปเลีย พวกที่มาถึงก่อนก็เอาไปมาก พวกมาทีหลัง เช่น แมงป่อง กับ มด ได้พิษน้อย แค่เอาหาง เอากันไปป้ายเศษพิษ จำพวกนี้จึงมีพิษน้อย และพญานาคต้องคายพิษทุก 15 วัน

พญานาค อาศัยอยู่ใต้ดิน หรือบาดาล คนโบราณเชื่อว่าเมื่อบนสวรรค์มีเทพอาศัยอยู่ลึกลงไปใต้พื้นโลก ก็น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวว่า ที่ที่นาคอยู่นั้นลึกลงไปใต้ดิน 1 โยชน์ หรือ 16 กิโลเมตร มีปราสาทราชวังที่วิจิตรพิสดารไม่แพ้สวรรค์ ที่มีอยู่ถึง 7 ชั้น เรียงซ้อนๆ กัน ชั้นสูงๆ ก็จะมีความสุขเหมือนสวรรค์

พญานาค สามารถผสมพันธุ์กับสัตว์ชนิดอื่นได้ แปลงกายแล้วผสมพันธุ์กับมนุษย์ได้ เมื่อนาคตั้งท้องจะออกลูกเป็นไข่เหมือนงู มีทั้งพันธุ์เศียรเดียว 3, 5 และ 7 เศียร สามารถขึ้นลง ตั้งแต่ใต้บาดาลพื้นโลก จนถึงสวรรค์ ในทุกตำนานมักจะกล่าวถึงนาคที่ขั้น-ลง ระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองสวรรค์ ที่จะแปลงกายเป็นอะไรตามที่คิด ตามสภาวะเหตุการณ์นั้นๆ

จะเห็นว่า พญานาค หรือ งูใหญ่ นั้นมีความเป็นมาและถิ่นที่อยู่เป็นสัดส่วนในภพหนึ่งต่างหาก จะมีเป็นบางครั้งที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ พญานาค เป็นทั้งเอกลักษณ์ของความดี และความไม่ดี

เรื่อง: ความเชื่อเกี่ยวพันกับชีวิต น้ำ ธรรมชาติ 

ความเชื่อเกี่ยวพันกับชีวิต น้ำ ธรรมชาติ

จะได้ยินอยู่เสมอว่า ปีนี้นาคให้น้ำเท่าไร กี่ตัว ฝนฟ้าดี หรือไม่ดี นาคให้น้ำสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่สรรพชีวิต ทั้งปวง พญานาค ที่อาศัยอยู่ในสวรรค์ใต้น้ำ ตามคติฮินดู พญาอนันตนาคราช แท่นบรรทมของพระนารายณ์ ที่นับถือเป็นเทพเจ้า พญานาค เปรียบได้กับท้องน้ำทั้งหลายในจักรวาล นาคมีอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกหรือไม่ตกก็ได้ ตลอดจนสามารถแปลงกายเป็นเมฆฝนได้ พญานาค...เป็นที่มาของแม่น้ำต่างๆ อันหมายถึงผู้รักษาพลังแห่งชีวิตทั้งหลาย

ตามความเชื่อของชาวพุทธ เทวดาแห่งน้ำ คือ วรุณและสาคร ที่ต่างก็เป็นจอมแห่งนาคราช นอกจากที่เกี่ยวข้องกับน้ำบนโลกแล้ว นาคยังเกี่ยวข้องกับน้ำในสวรรค์อีกด้วย คนโบราณเชื่อว่า สายรุ้ง กับ นาค เป็นอันเดียวกัน ที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ข้างหนึ่งของรุ้งจะดูดน้ำจากพื้นโลกขึ้นไปข้างบน เมื่อถึงจุดที่สูงสุดก็จะปล่อยน้ำลงมาเป็นฝนที่มีลำตัวของนาคเป็นท่อส่ง

ในตำนานสิงหนวัติ กล่าวว่า เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติอพยพคนมาจากทางเหนือ พญานาคแปลงกายมาช่วยชี้ที่ตั้งเมืองใหม่ และขอให้อยู่ในทศพิธราชธรรม พอตกกลางคืนก็ขึ้นมาสร้างคูเมือง 4 ด้าน เป็น เมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมาเมื่อยกทัพปราบเมืองอื่นได้ และรวมดินแดนเข้าด้วยกัน จึงเปลี่ยนชื่อเป็น แคว้นโยนกนาคราช

ที่เห็นได้ชัดก็คือ ที่ปราสาทพนมรุ้ง จะมีคูเมืองที่เป็นสระน้ำ 4 ด้าน รอบปราสาทและมี พญานาค อยู่ด้วย ตามความเชื่อของคนสมัยโบราณ นาคจะมีความหมายเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากน้ำ เช่น การสร้างศาสนสถานไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ นาคที่ราวบันได จึงมี พญานาค ซึ่งตามความเป็นจริง (ความเชื่อ) การสร้างต้องสร้างกลางน้ำ เพื่อให้ดูเหมือนว่าศาสนสถานนั้นลอยอยู่เหนือน้ำ แต่ก็ไม่ต้องสร้างจริงๆ เพียงแต่มีสัญลักษณ์ พญานาค ไว้ เช่น ที่ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น

แม้เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ก็จะมีอยู่ในราศีเกิด เช่นของคนนักษัตรปีมะโรง ที่มีความหมายถึง ความยิ่งใหญ่และพลังอำนาจ ที่มี พญานาค เป็นสัญลักษณ์

นาคให้น้ำ

พญานาค เป็นสัญลักษณ์แห่งธาตุน้ำ "นาคให้น้ำ" เป็นเกณฑ์ที่ชาวบ้านรู้และเข้าใจดี ที่ใช้วัดในแต่ละปี จำนวนนาคให้น้ำมีไม่เกิน 7 ตัว ถ้าปีไหนอุดมสมบูรณ์มีน้ำมากเรียกว่า "นาคให้น้ำ 1 ตัว" แต่หากปีไหนแห้งแล้งเรียกว่าปีนั้น "มีนาคให้น้ำ 7 ตัว" จะวัดกลับกันกับจำนวนนาค ก็คือที่น้ำหายไป เกิดความแห้งแล้งนั้นก็เพราะ พญานาคเกี่ยงกันให้น้ำ แต่ละตัวจึงกลืนน้ำไว้ในท้องไม่ยอมพ่นน้ำลงมา

เกี่ยวข้องกับคนไทย

เรามักจะเห็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับนาคได้เสมอ ในงาน จิตรกรรม ประติมากรรม และหัตถกรรม นาคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะตามอาคารวัดต่างๆ หลังคาอาคารที่สร้างขึ้นสำหรับสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถานบันศาสนสถาน ตามคตินิยมที่ว่า นาคยิ่งใหญ่คู่ควรกับสถาบันอันสูงส่ง เช่น นาคสะดุ้ง ที่ทอดลำตัวยาวตามบันได นาคลำยอง ที่ทำเป็นป้านลมหลังคาโบสถ์ ที่ต่อเชื่อมกับนาคสะดุ้ง นาคเบือน นาคจำลอง และนาคทันต์ คันทวยรูปพญานาค

พญานาคกับตำนานในพระพุทธศาสนา

ตามตำนาน พญานาค มีอยู่ก่อนสมัยพระพุทธเจ้าแล้ว ดังเช่น หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมพิเศษแล้ว ได้เสด็จไปตามเมืองต่างๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนา มีครั้งหนึ่งได้เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ "มุจลินท์" ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาคชื่อ "มุจลินท์" เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนตกและลมมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว คลายขนดออก แปลงเพศเป็นมานพมายืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า

ความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวพุทธสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่มักจะสร้างแบบพระนั่งบนตัวพญานาค ซึ่งดูเหมือนว่าเอาพญานาคเป็นบัลลังก์ เพื่อให้เกิดความสง่างาม และทำให้คิดว่า พญานาค คือผู้คุ้มครองพระศาสดา

พญานาค...สะพาน (สายรุ้ง) ที่เชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ โลกศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อที่ว่า พญานาค กับ รุ้ง เป็นอันเดียวกัน ก็คือสะพานเชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์นั่นเอง

เรื่อง: นาคสะดุ้ง... 
 
นาคสะดุ้ง...ที่ราวบันไดโบสถ์นั้นได้สร้างขึ้นตามความเชื่อถือ "บันไดนาค" ก็ด้วยความเชื่อดังกล่าว แม้ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ก็โดยบันไดแก้วมณีสีรุ้ง ที่เทวดาเนรมิตขึ้นและมีพญานาคจำนวน 2 ตน เอาหลังหนุนบันไดไว้

หรือแม้แต่ ตุง ของชาวล้านนา และพม่า ก็เชื่อกันว่าคลี่คลายมาจากพญานาค และหมายถึงบันไดสู่สวรรค์

ความเชื่อของชาวฮินดู ก็ถือว่า นาคเป็นสะพานเชื่อมภาวะปกติ กับที่สถิตของเทพ ทางเดินสู่วิษณุโลก เช่น ปราสาทนครวัด จึงทำเป็น พญานาคราช ที่ทอดยาวรับมนุษย์ตัวเล็กๆ สู่โลกแห่งความศักดิ์สิทธิ์ หรือก็บั้งไฟของชาวอีสานที่ทำกันในงานประเพณีเดือนหก ก็ยังทำเป็นลวดลาย และเป็นรูปพญานาค พญานาคนั้นจะถูกส่งไปบอกแถนบนฟ้าให้ปล่อยฝนลงมา

ในสมัยพระพุทธเจ้า มีพญานาคตนหนึ่งนั่งฟังธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้วได้เกิดศรัทธา จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ขอบวชเป็นพระภิกษุ แต่อยู่มาวันหนึ่งเข้านอนในตอนกลางวัน หลังจากหลับแล้วมนต์ได้เสื่อมกลายเป็นงูใหญ่ จนพระภิกษุรูปอื่นไปเห็นเข้า ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระภิกษุนาคนั้นสึกออกไป เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน นาคตนนั้นผิดหวังมาก จึงขอถวายคำว่า นาค ไว้ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในความศรัทธาของตน

ต่อจากนั้นมาพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไม่ให้สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าจะเป็นนาค ครุฑ หรือสัตว์อื่นๆ บวชอีกเป็นอันขาด เพราะก่อนที่อุปัชฌาย์จะอุปสมบทให้แก่ผู้ขอบวชจะต้องถาม อันตรายิกธรรม หรือข้อขัดข้องที่จะทำให้ผู้นั้นบวชเป็นพระภิกษุไม่ได้ รวม 8 ข้อเสียก่อน ในจำนวน 8 ข้อนั้น มีข้อหนึ่งถามว่า "ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า"

เรื่อง: ความเชื่อในดินแดนต่างๆ ของไทย 
 
 
ความเชื่อในดินแดนต่างๆ ของไทย
 
รูปพญานาคแกะสลัก ประดับราชรถพระโกศของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่โรงเมี้ยนโกศ วัดเชียงทอง หลวงพระบางในด้านของดินแดนสยามหรือประเทศไทยของเรานั้น ก็มีความเชื่อเรื่องนาคปรากฏอยู่มากมาย

ภาคเหนือ

มีตำนานเกี่ยวกับพญานาคอยู่เช่นกัน ดังในตำนานสิงหนวัติซึ่งเป็นตำนานเก่าแก่ของทางภาคเหนือเอง ?เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติอพยพคนมาจากทางเหนือ พญานาคแปลงกายมาช่วยชี้ที่ตั้งเมืองใหม่ และขอให้อยู่ในทศพิธราชธรรม พอตกกลางคืนก็ขึ้นมาสร้างคูเมืองเป็นเมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมายกทัพปราบเมืองอื่นได้และรวมดินแดนเข้าด้วยกันจึงเปลี่ยนชื่อเป็น แคว้นโยนกนคร ต้นวงศ์ของพญามังรายผู้ก่อกำเนิดอาณาจักรล้านนานั่นเอง?

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นาคล้วนมีส่วนร่วมในตำนานอย่างชัดเจน เช่น ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงเชื่อว่า แม่น้ำโขงเกิดจากการแถตัวของพญานาค นอกจากนี้ยังรวมถึงบั้งไฟพญานาค โดยมีตำนานว่าในวันออกพรรษาหรือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พญานาคแห่งแม่น้ำโขงต่างชื่นชมยินดี จึงเฮ็ด(จุด)บั้งไฟถวายการเสด็จกลับของพระพุทธเจ้าจนกลายเป็นประเพณีทุกปี และเนื่องจากเชื่อว่าพญานาคเป็นเจ้าบาดาล เป็นผู้ให้กำเนิดน้ำ ดังนั้นเมื่อชาวนาจะทำพิธีแรกไถนา จึงต้องดูวัน เดือน ปี และทิศที่จะบ่ายหน้าควายเพื่อไม้ให้ควายลากไถไปในทิศที่ทวนเกล็ดนาค ไม่อย่างนั้นการทำนาจะเกิดอุปสรรคต่างขึ้น

ลูกไฟแดงอมชมพู ที่พุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขง สู่ท้องฟ้าในวันออกพรรษา ที่บริเวณเขต อ.โพนพิสัย เห็นจนชินและเรียกสิ่งนี้ว่า "บั้งไฟพญานาค" เพราะลูกไฟที่ว่านี้จะเป็นลูกไฟ สีแดงอมชมพู ไม่มีเสียงไม่มีควัน ไม่มีเปลว ขึ้นตรง ไม่โค้งและตกลงมาเหมือนลูกไฟทั่วไป จะดับกลางอากาศ สังเกตได้ง่ายจากลูกไฟทั่วไป จะเกิดขึ้นในเขตตั้งแต่ บริเวณค่าย ตชด.(อ่างปลาบึก), วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่, ท่าน้ำวัดหลวง ต.วัดหลวง เรื่อยลงไปจนถึง เขตบ้านน้ำเป กิ่ง อ.รัตนวาปี แต่ก่อนจะเห็นเกิดขึ้นเฉพาะท่าน้ำวัดหลวง, วัดจุมพล, วัดไทย และท่าน้ำวัดจอมนาง อ.โพนพิสัยแต่ทุกวันนี้จะเห็นเกิดที่บ้านน้ำเป, บ้านท่าม่วง, ตาลชุม, ปากคาด และ แก่งอาฮง อ.บึงกาฬ

ก่อนนี้คน อ.โพนพิสัย เห็นแล้วเฉยๆ เพราะเห็นประจำทุกปีในวันออกพรรษา ผู้เขียนสมัยเมื่ออายุยังน้อย เมื่อปี 2508 (เป็นคน อ.โพนพิสัย) เมื่อวันออกพรรษา ได้ไปนั่งดูอยู่ที่ท่าน้ำวัดไทย อ.โพนพิสัย และได้ลงเรือไปไหลเรือไฟด้วย เมื่อไหลเรือไฟมาถึงบริเวณท่าน้ำวัดหลวงก็จะเริ่มเห็นลูกไฟดังกล่าวพุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขง ขึ้นสูงไม่เกิน 2-3 วา นานๆ จะพุ่งขึ้นที จะขึ้นก็ต่อเมื่อประชาชนบนฝั่งเวียนเทียนเสร็จ เงียบ ลูกไฟถึงจะขึ้นให้เห็น แต่ทุกวันนี้ เมื่อ 18.00 น. ก็ขึ้นแล้วขึ้นสูงถึง 200-300 เมตร และขึ้นแต่ละทีก็มากด้วย ตั้งแต่ 5-20 ลูกติดต่อกัน

สังเกตว่า ลูกไฟนี้หากขึ้นกลางโขงจะเบนเข้าหาฝั่ง หากขึ้นใกล้ฝั่งจะเบนออกกลางโขง ลูกไฟนี้จะขึ้นเฉพาะวันออกพรรษาเท่านั้น แต่ถ้าหากวันพระไทยไม่ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ ของลาว ลูกไฟนี้ก็จะไม่ขึ้น ปีไหน (วันออกพรรษา) ตรงกันทั้งไทย และ ลาว ลูกไฟนี้จะขึ้นมาก เชื่อกันว่าที่ เขต อ.โพนพิสัย มีเมืองบาดาล อยู่ใต้พื้นดินและเป็นทางออกสู่เมืองมนุษย์ เรียกว่า เป็นเมืองหน้าด่านจึงมีบั้งไฟพญานาค เกิดขึ้นเป็นประจำที่นี้ ส่วนเมืองหลวงนั้นอยู่ที่ แก่งอาฮง อ.บึงกาฬ ที่ว่าอย่างนั้นเพราะที่แก่งอาฮง เมื่อหน้าแล้งจะมีสะดือแม่น้ำโขง ตลอดความยาวของแม่น้ำโขง ที่ไหลผ่านหลายประเทศ ตรงที่ลึกที่สุดก็อยู่ที่แก่งอาฮง เมื่อหน้าแล้ง ชาวประมงวัดโดยใช้เชือกผูกก้อนหินหย่อนลงไปได้ 99 วา ที่นี้จะมีลูกไฟขึ้นเป็นสีเขียวนวล บ่อยครั้งที่ชาวลุ่มแม่น้ำโขงต้องเสียชีวิตลงในระหว่างการเดินทางทางน้ำ พวกเขาเชื่อว่าเป็นการกระทำผิดต่อเจ้าแม่สองนาง หรือ เทพเจ้าทางน้ำ จึงถูกลงโทษเหตุนี้เรียกว่า ?เงือกกิน? ?เงือก, งู? เป็นสิ่งเดียวกันกับพญานาค

แต่พญานาคนั้นมีภพเป็นที่อยู่อีกมิติหนึ่ง สามารถแปลงร่างได้หลายชนิด แปลงกายเป็นมนุษย์ หรือ อะไรก็ได้ เพียงแค่คิดเท่านั้นรูปร่างก็เปลี่ยนไปแล้ว จึงได้ปรากฏอยู่บ่อยๆ ว่ามีคนเห็นงูใหญ่ หรือเห็นคนเดินลงไปในน้ำ หรือหลายครั้งที่มีคนพบรอยประหลาดแต่ก็เชื่อว่าเป็นรอยพญานาคที่เกิดขึ้นในเขต อ.โพนพิสัยหรือที่อื่นๆ แม้แต่กลางกรุงเทพ ฯ ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่หากคิดว่าทำไมและเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น และทำไมจะต้องเกิดขึ้นเฉพาะในวันออกพรรษาเท่านั้น และจะต้องตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ ของลาวจึงเชื่อได้ว่าพญานาค มีสัญชาติเชื้อชาติ ลาว ถึงแม้จะเกิดขึ้นทางฝั่งไทยก็ตาม

นับว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ และเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงที่แท้จริง เพราะลูกไฟประหลาดหรือที่เรียกว่า ?บั้งไฟพญานาค? นี้เกิดขึ้นเฉพาะในเขต จ.หนองคายเท่านั้น ตามแนวแม่น้ำโขง ไม่มีขึ้นที่อื่นแม้จะอยู่ตามริมแม่น้ำโขงเช่นกัน จึงนับได้ว่าหนองคายกับเวียงจันทน์ สมัยก่อนนั้นการปกครองและการสร้างเมืองโดยพญานาค จึงได้รับอิทธิพลนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะถูกแยกการปกครอง และแยกประเทศออกจากกัน แต่ในความเป็นจริงทางภูมิศาสตร์ก็เป็นพื้นที่เดียวกัน ตำนานประเพณีต่างๆ ของคนแถบลุ่มแม่น้ำโขง จะเกี่ยวข้องกับพญานาคกันทั้งนั้น เพราะพญานาค หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร และความเป็นอยู่ของมนุษย์

ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นก็เพื่อ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พญานาค ก่อนว่ามีความเป็นมาอย่างไร และ สำคัญอย่างไร กับเมืองหนองคาย-เวียงจันทน์ และทำไม?บั้งไฟพญานาค?จึงได้เกิดขึ้นเฉพาะเขต จ.หนองคาย เท่านั้น และที่สำคัญจะเกิดขึ้นเฉพาะวันขึ้น 15 ค่ำ ที่ตรงกันระหว่าง ไทย-ลาว หากปีไหนแปดสองหนบั้งไฟพญานาค ก็จะเลื่อนไปขึ้นในวันพระลาว (15 ค่ำ ลาว) เป็นเรื่องที่ท้าทายให้มาดูมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขง

บั้งไฟพญานาคว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมจึงต้องเกิดในวันดังกล่าวเท่านั้น ใครทำเพื่ออะไร และได้อะไรจากการกระทำดังกล่าว เชื่อว่าหลายคนยังต้องการไปพิสูจน์ความมหัศจรรย์นี้อยู่ (ตำนานพระพุทธศาสนา กล่าวว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดา บนดาวดึงส์ ครบ 3 เดือน เมื่อเสด็จกลับโลกมนุษย์ พญานาคได้เนรมิตบันไดแก้ว เงิน ทอง เสด็จลงมา มนุษย์ เทวดา พญานาค ได้ฉลองสมโภชด้วยการจุดบั้งไฟถวาย โดยเฉพาะเหล่าพญานาค ดังนั้นต่อมาเหล่าพญานาคจึงได้ถือเอาวันออกพรรษาเป็นวันสำคัญ)

เรื่อง: จุดที่เกิดบั้งไฟพญานาค 
 
จุดที่เกิดบั้งไฟพญานาค

ในเขตอำเภอสังคม บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสังคม , อ่างปลาบึก บ้านผาตั้ง อำเภอสังคม
ในเขตอำเภอศรีเชียงใหม่ วัดหินหมากเป้ง ต.พระพุทธบาท
ในเขตอำเภอเมือง บ้านหินโงม ตำบลหินโงม อำเภอเมือง , หน้าสถานีตำรวจภูธรตำบลบ้านเดื่อ ตำลบบ้านเดื่อ อำเภอ เมือง หนองคาย
ในเขตอำเภอโพนพิสัย ปากห้วยหลวง ตำบลห้วยหลวง อำเภอโพนพิสัย , ในเขตเทศบาลตำบลจุมพล หน้าวัดไทย วัดจุมพล วัดจอมนาง ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย, หนองสรวง อำเภอโพนพิสัย , เวินพระสุก ท่าทรายรวมโชค ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย , บ้านหนองกุ้ง ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย
ในเขตกิ่งอำเภอรัตนวาปี ปากห้วยเป บ้านน้ำเป ตำบลน้ำเป กิ่งอำเภอรัตนวาปีบ้านท่าม่วง ,วัดเปงจาเหนือ กิ่งอำเภอรัตนวาปี
ในเขตอำเภอปากคาด บ้านปากคาดมวลชล ห้วยคาด อำเภอปากคาด
ในเขตอำเภอบึงกาฬ วัดอาฮง ตำบลหอคำ อำเภอบึงกาฬ

ที่อื่นๆ นอกจาก 14 แห่งนี้ที่อื่นก็อาจจะมีขึ้นบ้าง นอกจากในลำน้ำน้ำโขงแล้วตามห้วย หนองคลองบึง สระน้ำ กลางทุ่งนาที่มีน้ำขัง แม้แต่บ่อบาดาลที่ชาวบ้านขุดเพื่อเอาน้ำมาใช้ ในเขตจังหวัดหนองคาย ก็มีบั้งไฟพญานาคขึ้นเป็นที่น่าอัศจรรย์

ปี 2542 เกิดมากที่สุด ที่ชายตลิ่ง หน้าสถานี ตำรวจภูธรตำบลบ้านเดื่อ ห่างจาก อ.เมือง หนองคาย เพียง 15กม

พญานาคกับตำนานปรัมปราของไทย

เหตุที่พระสุกจมน้ำ ที่เวินสุก บ้านหนองกุ้ง อำเภอโพนพิสัย

มีการเล่าขานถึงความศรัทธาของพญานาคว่า เหล่าพญานาค นั้นเป็นผู้ที่มีความเคารพ และศรัทธาในพระพุทธเจ้ามาก หลังจากที่มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นที่เมืองล้านช้าง ประเทศลาว ความทราบถึงเหล่าพญานาค ที่อยู่เมืองบาดาล จึงได้แปลงกายขึ้นไปขอพระพุทธรูปกับเจ้าเมืองล้านช้าง โดยเจาะจงขอเอาพระสุก เพื่อไปไหว้สักการะบูชา ที่เมืองบาดาล ปกติเหล่าพญานาคเป็นผู้ที่ถือศีลแปดเคร่งครัดมาก พญานาค จะไม่ทำร้ายใคร ส่วนมนุษย์ตายในน้ำที่ว่าเงือกกินนั้น เงือกก็คือ พญานาค ชั้นเลว ประพฤติตนเกเร จึงชอบทำร้ายมนุษย์ตามน้ำ เดี๋ยวนี้พระสุกก็ยังจมอยู่ในแม่น้ำโขง ที่ที่เป็นที่อยู่ของเหล่า พญานาค ในเมืองบาดาล เวินสุกอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองกุ้ง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ตรงนั้นเป็นบริเวณปากน้ำงึมไหลลงมาออกแม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำสองสี

เมืองพญานาค หรือเมืองบาดาล

ในเมื่อมีเมืองมนุษย์ หรือโลกมนุษย์ โลกสวรรค์ หรือเมืองสวรรค์ ก็ต้องมีเมืองบาดาล (เมืองพญานาค) สองเมืองนอกจากเมืองมนุษย์แล้วหลายคนก็คงต้องอยากไปเห็นแน่ วิสัยของมนุษย์ชอบในสิ่งที่ท้าทาย ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากพบ อยากเห็นเมืองบาดาลอยู่ใต้เมืองมนุษย์ลงไปในใต้ดิน 16 กิโลเมตร (ตามความเชื่อ) มีคำเล่าลือเกี่ยวกับเมืองบาดาลในเขต อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย

พระพุทธเจ้าเสด็จเทวโลก

ครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จพร้อมด้วยพระอรหันต์จำนวน 500 รูป เพื่อเสด็จไปยังเทวโลก ได้ผ่านวิมานของเหล่าพญานาค ที่กำลังมีการรื่นเริงกันอย่างสนุกสนาน ที่มี นันโทปนันทนาคราช เป็นประธานใหญ่ เมื่อเห็นคณะสงฆ์ผ่านไปเหนือวิมานจึงมีความโกรธมาก จึงได้ตรงไปยังเขาพระสุเมรุแปลงตนเป็นนาคขนาดใหญ่ พันโอบเขาพระสุเมรุด้วยขดถึง 7 รอบ แล้วแผ่พังพานบังชั้นดาวดึงส์เอาไว้ เพื่อไม่ให้พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ผ่านไปได้ และเมื่อเป็นดังนั้นได้มีพระอรหันต์หลายรูปอาสาปราบ แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต จนพระโมคคัลลานะ ผู้ซึ่งตามเสด็จไปด้วยอาสา พระองค์จึงทรงอนุญาต

ดังนั้นพระโมคคัลลานะ จึงได้แปลงกายเป็นนาคราชขนาดใหญ่กว่าถึงเท่าตัว พันเอานาคนันโทปะนันทะนาคราช เอาไว้ด้วยขดถึง 14 รอบ นาคราชทนไม่ไหวบันดาลให้ไฟลุกขึ้น พระโมคคัลลานะ ก็ให้เกิดไฟขึ้นเช่นกัน ไฟของนันโทปะนันทะนาคราชสู่ไม่ไหว จึงถามว่า "ท่านผู้เจริญ ท่านเป็นใคร" ตอบว่า "เราคือโมคคัลลานะ ศิษย์ของตถาคต" นันโทปะนันทะนาคราช จึงบอกว่า ท่านจงคืนร่างกลับเป็นพระเหมือนเดิมเถิด แต่ด้วยนิสัยของผู้รู้ว่า นันโทปะนันทะนาคราช เป็นคนไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ จึงได้แปลงกายให้เล็กนิดเดียว สามารถเข้ารูหู รูจมูกได้ แล้วเข้าไปตามรูต่างๆ จน นันโทปะนันทะนาคราช ทนไม่ไหว และนันโทปะนันทะนาคราช สู้ไม่ได้จึงหนีไป พระโมคคัลลานะ จึงแปลงร่างเป็นพญาครุฑไล่ติดตามไป เมื่อหนีไม่พ้นจึงแปลงร่างเป็นมาณพหนุ่ม ยอมแพ้พระโมคคัลลานะและที่สุดจึงยอมให้พระพุทธเจ้าพร้อมพระอรหันต์ผ่านไปแต่โดยดี
 

เรื่อง: ใต้เมืองโพนพิสัย 
 
 
ใต้เมืองโพนพิสัย

ลักษณะของอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหัวเมืองจะมีลำห้วยหลวงไหลออกมา เรียกว่า ปากห้วยหลวง ตรงข้ามกับอำเภอโพนพิสัย คือ บ้านโดน ที่ขึ้นกับเมืองปากงึม ทุกวันนี้มีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับเมืองบาดาลที่เชื่อว่าอยู่ใต้อำเภอโพนพิสัย ว่า ในหน้าแล้งจะมีหาดทรายขึ้นกลางแม่น้ำโขง แต่บริเวณอำเภอโพนพิสัยหาดทรายนี้จะขึ้นอยู่ฝั่งลาว บริเวณบ้านโดน วันหนึ่งในหน้าแล้งตอนเที่ยงวัน ได้มีหญิงสาวชาวบ้านโดนคนหนึ่ง ได้ลงมาตักน้ำเพื่อไปดื่ม โดยมีกระป๋องน้ำ(หาบครุ)ลงมาที่หาดทราย เพราะบริเวณนั้นมีน้ำออกบ่อ(น้ำริน)เมื่อลงมาแล้วได้หายไป ชาวบ้านลงมาเห็นแต่กระป๋องน้ำ (หาบครุ) พ่อ แม่ ต่างก็ตามหากันแต่ไม่พบ จนครบ 7 วัน เมื่อไม่เห็นลูกสาว และคิดว่าลูกสาวคงจมน้ำตายแล้ว จึงได้พร้อมกับญาติพี่น้อง ชาวบ้านจัดทำบุญอุทิศให้ ในตอนกลางคืนก็มีหมอลำสมโภช

จนเวลาต่อมาเวลาประมาณเที่ยงคืน ลูกสาวคนที่เข้าใจว่าจมน้ำตาย ก็ปรากฏตัวขึ้นที่บ้าน ขณะที่ชาวบ้านกำลังฟังหมอลำกันอยู่ ทำให้ญาติพี่น้องแตกตื่นกันเป็นอย่างมาก บางคนก็วิ่งหนีเพราะคิดว่าเจอผีหลอกเข้า สุดท้ายลูกสาวจึงได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง หลังจากที่ตั้งสติได้ และแล้วญาติพี่น้องก็เข่ามาร่วมวงนั่งฟัง หญิงสาวเล่าให้ทุกคนฟังว่า "วันนั้นอากาศร้อนมาก น้ำดื่มหมดโอ่ง เมื่อลงไปเพื่อจะตักน้ำ เมื่อวางกระป๋องน้ำ(หาบครุ) ปรากฏว่าเห็นมีหมู เหมือนกับว่าได้ยกเท้าหน้าเรียกให้เข้าไปหา ตนได้เดินเข้าไปหา แล้วหมูตัวนั้นก็บอกว่าให้หลับตา จะพาลงไปเมืองบาดาล พอหลับตาได้สักครู่ หมูตัวนั้นก็บอกให้ลืมตา

เมื่อลืมตาขึ้นปรากฏว่าตนมาอยู่อีกเมืองหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับเมืองมนุษย์ มีดิน มีบ้านเรือนเรียงรายกันอยู่ แต่จะมีแปลกก็ตรงที่ ทุกคนจะนุ่งผ้าแดง และมีผ้าพันศีรษะเป็นสีแดงเหมือนกัน โดยด้านหน้าจะปล่อยให้ผ้าแดงห้อยลงเหมือนกับหัวงู เมื่อเดินตามชายคนนั้น (กลับร่างหมู กลายเป็นคน) ก็มีชาวบ้านถามกันว่า นำมนุษย์ลงมาทำไม (เพราะกลิ่นมนุษย์ต่างกับเมืองบาดาล) ชายคนนั้นก็บอกว่าพามาเที่ยวดูเมือง ได้เดินไปเรื่อยๆ เมื่อแหงนหน้ามองดูท้องฟ้ากลับปรากฏว่าเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ เหมือนสีขุ่นๆ ของน้ำ ชายคนนั้นได้บอกว่า นี่เป็นเมืองบาดาล และเป็นเมืองหน้าด่าน ส่วนตัวเมืองหลวงนั้นยังอยู่อีกไกล และชาวเมืองจะมีงานสมโภชเมื่อถึงวันออกพรรษาของเมืองมนุษย์ ซึ่งถือว่าตลอด 3 เดือน ที่เข้าพรรษานั้นเหล่าชาวเมืองที่นี่ก็จะจำศีลปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า หลังจากที่เดินชมเมืองอยู่ไม่นาน ชายคนนั้นก็ได้นำขึ้นมาส่ง โดยการเดินมาทางเดิม ก็เป็นการเดินมาเรื่อยๆ แต่ได้ขึ้นมายืนอยู่บริเวณหาดทรายเหมือนเดิม แล้วก็ได้ขึ้นมาหาพ่อ แม่ นี้"

จากการเล่าของลูกสาว พ่อ แม่ ญาติพี่น้องจึงได้จัดงานทำบุญทำพิธีสู่ขวัญ เพื่อเป็นการต้อนรับขวัญให้กับลูกสาว ต่อมาอีก 7 วัน ลูกสาวก็ได้เจ็บป่วยและเสียชีวิตในที่สุด (เหตุการณ์นี้สอบถามได้จากผู้เฒ่า ผู้แก่ชาวโพนพิสัย คุ้มวัดศรีเกิดได้)

พญานาคกับสัญลักษณ์ของวิชาแพทย์

พญานาค หมายถึง วิชาแพทย์ ที่พระวิศวามิตร์เล่าไว้ในบ่อเกิดรามเกียรติ์ว่า เทวดาและอสูรต้องการเป็นอมตะ จึงทำพิธีกวนเกษียรสมุทร โดยใช้เขามนทรคีรีเป็นไม้กวน นำพญาวาสุกรี (พญานาค) เป็นเชือก เป็นผลให้เกิดประถมแพทย์ ? ธันวันตะรี ? ผู้ชำนาญในอายุรเวท
 
ที่มา http://72.14.235.132/search?q=cache:r1YUZNZnBHIJ:www.amulet.in.th/forums/view_topic.php%3Ft%3D1001+%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%99%2B%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84&cd=4&hl=th&ct=clnk&gl=th
 
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: tum72, swat@pvc, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), Kitisin

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
N!c
ปัญจมะ
ลำดับสมาชิก: ๑๘๑๐

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๔ วัน, ๑๑ ชั่วโมง ๓๓ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๕๘๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๐๘
  รับขอบคุณ: ๙๓๙




ระดับความสามารถ: ๑๙
ประสบการณ์: ๕๘%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๔:๒๗:๐๑ »

ขอบคุณครับท่าน..
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

โยคี
เด็กวัด
ลำดับสมาชิก: ๒๗๕

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒๘ วัน, ๑๗ ชั่วโมง ๑๗ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๑๒๓๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๐๔๙
  รับขอบคุณ: ๔๗๘๐


เมตตาธรรมค้ำจุนโลก



ระดับความสามารถ: ๒๘
ประสบการณ์: ๕๙%
พลังชีวิต: ๒.๑%


100001623289457
ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๕:๐๑:๒๖ »

ขอบคุณ ที่อุตส่าห์แสวงหา นำข้อมูลมาให้ ศึกษา
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นะโม โพธิสัตโต อะคันติมายะ อิติ ภะคะวา       นะโม โพธิสัตโต พรหมปัญโญ
<a href="http://www.watthummuangna.com/home/index_files/prasri.swf" target="_blank">http://www.watthummuangna.com/home/index_files/prasri.swf</a>
*Tato*
ปัญจมะ
ลำดับสมาชิก: ๔๕๓๐

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒ วัน, ๙ ชั่วโมง ๓๔ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: ๘๑

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๕๗
  รับขอบคุณ: ๒๒๑


* บุญนั้นจะนำมาซึ่งความสุขใจ *


จังหวัด: นครปฐม
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๗
ประสบการณ์: ๒๖%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๕:๑๗:๒๘ »

ขอบคุณค่ะ


มีความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยจ้า
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มิตรแท้จะทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆจากคุณเลย
tum72
อัฏฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๓๘๓๙

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒๙ วัน, ๒๑ ชั่วโมง ๒ นาที

****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๒๒๔๕

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๐๒๓๗
  รับขอบคุณ: ๗๘๗๖


ณ ตลาดพลู


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๓๘
ประสบการณ์: ๕๓%
พลังชีวิต: ๒.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๕:๔๔:๒๖ »

ขอบคุณครัยฃบสำหรับข้อมูลดีๆเรื่องนี้
ปกติไม่เคยทราบหรนอกว่าพญานาคมีหลายองค์ เคยเห็นแต่ว่าเป็นพญานาคนึกว่ามีองค์เดียว
แต่พอได้อ่านแล้วถึงทราบเรื่องความเป็นมาของพญานาคจริงๆ ขอบคุณๆ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, ฉัพพัณรังษี, gottkung

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

โอม ราศีกูเอ๋ย  จงมาเป็นอาสน์  สีธาวาส  มาเป็นเกียรติ  ศรีชายมาเป็นช่วง
หญิงชายทั้งปวง รักกูมิรู้วาย  ด้วยราศีกูงามคือฟ้า  หน้ากูงามคือพรหม
หญิงเห็นหญิงรัก  ชายเห็นชายทัก  กูอยู่ทุกเมื่อ  ไม่เบื่อแต่สักวัน
โอม หญิงชายทั้งหลายเอ๋ย  มา
~เสน่ห์ack01~
ผู้คุมกฎ
ลำดับสมาชิก: ๒๓

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๕๙ วัน, ๒๒ ชั่วโมง ๔๑ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๕๓๓๕

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๒๖๐๔๕
  รับขอบคุณ: ๓๐๘๒๔


" ไม่เมาเหล้าแล้วเรายังเมารัก"


จังหวัด: นนทบุรี

ระดับความสามารถ: ๕๙
ประสบการณ์: ๔๘%
พลังชีวิต: ๐.๖%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๗:๒๖:๐๗ »

ได้ความรุ้มากเลยครับท่าน ขอบคุณครับ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


ทำบุญ วันคล้ายวันเกิด หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ
วันอาทิตย์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ 
PeAwPeed
ผู้ดูแล
ลำดับสมาชิก: ๑๕๓๕

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒๗ วัน, ๒๐ ชั่วโมง ๔๐ นาที

I'm not MosT girls I'm Smile. I'm an angel in disguise. I'm angry. I'm a devil inside.

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: ๑๕๗๔

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๑๓๗๕
  รับขอบคุณ: ๑๑๗๗๔


Stay happy all...=^.*=



ระดับความสามารถ: ๓๒
ประสบการณ์: ๒๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๑๘:๐๙:๐๘ »

ขอบคุณสำหรับความรู้ และเนื้อหาดี ๆ ที่นำมาแบ่งปันกันค่ะ

ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกมากมายเลย
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

What can I say it all started with a simple hello
Now look at us we’ve come a long way from just a simple
swat@pvc
ฉัฏฐะ
ลำดับสมาชิก: ๓๘๗๒

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๗ วัน, ๒๐ ชั่วโมง ๓๑ นาที

**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๗๒๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๗๖๐
  รับขอบคุณ: ๓๘๖๗



จังหวัด: เชียงใหม่
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๑
ประสบการณ์: ๘๒%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๒๐:๐๑:๔๔ »

ขอบคุณค่ะ

สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, ฉัพพัณรังษี, gottkung

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๒๐:๐๓:๒๖ โดย porvfc(สิบทัศน์) » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์)
...
ลำดับสมาชิก: ๑๗๖๘

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๙๒ วัน, ๑ ชั่วโมง ๕ นาที

*โปรดระวัง - สีลัพพตปรามาส, ๗ เดือน ๑๙ วันจะเก็บแต่ความทรงจำที่ดีๆไว้, ตถตา (เช่นนั้นเอง).

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๖๒๕๐

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๒๗๖๗๘
  รับขอบคุณ: ๒๐๑๗๒


ผู้สอนคือผู้ลวง? ผู้เรียนคือผู้หัดที่จะลวง?


จังหวัด: นครปฐม
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๖๔
ประสบการณ์: ๓๙%
พลังชีวิต: ๓๓%


vee.cys
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: ๒๖ เม.ย. ๕๒, ๒๐:๒๘:๒๓ »

ขอบคุณข้อมูลมากครับผม 
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Kitisin
ฉัฏฐะ
ลำดับสมาชิก: ๒๖๙๓

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๖ วัน, ๔ ชั่วโมง ๑๘ นาที

กราบเท้าคุณพ่อ คุณแม่

**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๑๒๖

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๐๒๕
  รับขอบคุณ: ๒๙๖



จังหวัด: ปทุมธานี
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๙
ประสบการณ์: ๗%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: ๒๗ เม.ย. ๕๒, ๐๐:๑๓:๕๑ »

ขอบคุณข้อมูลมากครับ 36;
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

พุทธธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา บิดารักษา มารดารักษา
พระอาจารย์รักษา
น้องลิงน้อย
สัตตมะ
ลำดับสมาชิก: ๓๐๗๗

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๑ วัน, ๑๔ ชั่วโมง ๓๗ นาที

***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: ๑๑๒๗

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๑๕๑
  รับขอบคุณ: ๑๕๕๑



จังหวัด: สงขลา
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๗
ประสบการณ์: ๒๗%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: ๒๗ เม.ย. ๕๒, ๐๕:๐๒:๐๙ »

ชอบค่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่ามันลี้ลับดีจัง

ขอบคุณค่ะ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ณ.อยุธยา
ฉัฏฐะ
ลำดับสมาชิก: ๓๖๔๔

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๗ วัน, ๑๕ ชั่วโมง ๑๔ นาที

"รักแม่มากครับ"

**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๑๓๗๕

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๐๕๕๙
  รับขอบคุณ: ๕๘๐๙


"ชาติหน้า-ไม่ขอ-มาเกิด"


จังหวัด: พระนครศรีอยุธยา
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๓๐
ประสบการณ์: ๑๓%
พลังชีวิต: ๐.๒%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: ๐๗ พ.ค. ๕๒, ๐๐:๕๗:๑๗ »

ขอบคุนสำหรับข้อมูลดีดีนะครับ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ฉัพพัณรังษี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: []   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

MySQL | XHTML | PHP | CSS! | Bp.Or.Th

SMF 1.1.20.|Simple Machines.|Raveesajja.com.