๒๒ ก.ค. ๖๒, ๑๐:๓๙:๑๘ *

ยินดีต้อนรับคุณ, ผู้เยี่ยมชม กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

  ค้นหาขั้นสูง
  หน้าแรก   กระดานสนทนา   ช่วยเหลือ กฎ กติกา มารยาท เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: []   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาที่พบบ่อยครั้งในการปฏิบัติธรรม  (อ่าน ๔๘๓๔ ครั้ง)
๐ สมาชิก และ ๑ ผู้เยี่ยมชม กำลังดูหัวข้อนี้
รวี สัจจะ...
รองประธาน
ลำดับสมาชิก: ๓๘๒๐

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒๖ วัน, ๑๓ ชั่วโมง ๐ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๑๑๓๗

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๗๗๑
  รับขอบคุณ: ๑๗๑๑๒


รวี สัจะ-สมณะไร้นาม-วจีพเนจร


จังหวัด: ชลบุรี
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๗
ประสบการณ์: ๓๙%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ๑๙ มิ.ย. ๕๒, ๑๑:๕๒:๐๐ »

กราบนมัสการหลวงพี่ครับ อยากให้แนะนำเรื่องนั่งสมาธิอีกครับ ช่วงนี้นั่งแล้วไม่คืบหน้าไปไหน แถมเหมือนถอยหลังด้วยครับ


 การที่เราปฏิบัติธรรมแล้วความเจริญในธรรมไม่บังเกิดขึ้นนั้นล้วนแล้วแต่มีเหตุมีปัจจัยที่ทำให้เป็นเช่นนั้นซึ่งพอจะสรุปโดยย่อได้ดังนี้
๑.สภาวะความไม่พร้อมของใจ คือเราฝืนใจทำทั้งที่ใจเรายังไม่พร้อม มันเลยขาด"ฉันทะ"ความพึงพอใจในการปฏิบัติ ทำแล้วจะเกิดความอึดอัดฟุ้งซ่าน หงุดหงิด จิตไม่สงบ ซึ่งมีแนวทางแก้ไขดังนี้คือ เราต้องปรับใจของเราให้มีความพร้อมเสียก่อน โดยใช้กุศโลบายหลอกจิต คือว่าภาวนาทันทีที่นั่ง  ให้เรานั่งคิดระลึกนึกถึงคุณงามความดีที่เราเคยได้กระทำมาที่มันประทับใจเรา คิดถึงแล้วมันสุขใจ สบายใจเกิดปิติภาคภูมิใจในสิ่งที่เราได้ทำไปแล้ว เรียกว่าการชักนำจิตมาสู่กุศลจิต มันจะเกิดความยินดีและมีศรัทธาขึ้นมาทันที เมื่อเรารู้สึกสบายใจแล้วจึงค่อยหันมาภาวนาต่อไป
๒.ตั้งจิตหนักเกินไป(ตั้งใจทำมากเกิดไป) มันทำให้เป็นการกดดันตัวเอง เรียกว่าเราไปกดจิตของเราให้มันนิ่งในทันที เพราะเรามีความอยากมากเกินไปคืออยากจะให้มันสงบในทันที ทั้งที่มันยังไม่พร้อม  เหมือนรถยนต์เราอยากจะให้มันออกตัวเร็วเร่งความเร็วเป็น100ในทันที เข้าเกียร์5เลย มันเป็นไปไม่ได้ มันต้องค่อยๆเรงความเร็วขึ้นไปตามลำดับ ไล่เกียร์ไปตามลำดับ1 2 3 4 5 เพื่อปรับเครื่องยนต์ให้มีความพร้อม ไม่งั้นเครื่องมันจะพัง เกียร์มันจะเสีย  ถ้าเราไปกดจิตมันจะเกิดอาการ แน่นอึดอัดที่ทรวงอก มึนศีรษะ ร้อนที่หน้าท้อง หายใจไม่คล่อง  ที่เป็นเช่นนี้เพราะธาตุในกายเรามันเริ่มจะผิดปกติ ปั่นปว่น เกิดจากธาตุลมที่เราเข้าไปบังคับให้มันเข้าให้มันออก มันไม่ได้เข้าออกตามปกติตามจังหวะของมัน มันเลยพลอยทำให้ธาตุอื่นปั่นป่วนไปด้วย...การแก้ไขคือให้เราทำใจสบายๆค่อยๆดูค่อยๆภาวนา ทันบ้างไม่ทันบ้างก็ตามดูไปเรื่อยๆไม่ท้งมัน จนตามทันลมหายใจของเรา
๓.เราเกร็งและเคร่งเกินไปทำให้เกิดความเครียด และอาการปวดเมื่อยตามร่างกายขึ้นมา ซึ่งเกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อโดยที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ดี
เช่นถ้าเราไปเกร็งที่แขน เพื่อให้ท่านั่งวงแขนมันดูดี มันก็จะปวดที่ไหล่ สะบักและต้นคอ ถ้าเราไปเกร็งกล้ามเนื้อที่หน้าท้อง เพื่อจะให้ตั้งกายให้นั่งตัวตรง เราก็จะปวดที่หลังที่สะเอว เพราะว่ากล้ามเนื้อที่หน้าท้องมันจะดึงไป  และถ้าเราไปเกร็งที่ขาเพื่อให้นั่งเรียบสนิทติดกับพื้น มันก็จะปวดหน้าขาและสะบ้าหัวเข่า  การแก้ไขก็คือเมื่อเราลงมือนั่งให้เราปรับกายของเราเสียก่อนคือให้หายใจเข้าสุดกำลังให้ท้องมันพองเต็มที่ แล้วหายใจออกให้สุดกำลังให้หน้าท้องมันยุบลงเต็มที่ เพื่อปรับกล้ามเนื้อที่หน้าท้องให้มันได้ผ่อนคลาย แล้วเดินจิตให้ทั่วกาย คือให้ระลึกนึกถึงตัวเราตั้งแต่หัวจรดเท้าทำความรู้สึกให้รู้ตัวทั่วพร้อมซึ่งเป็นการเพิ่มสัมปชัญญะ เรียกว่าเอาจิตมาคลุมกาย แล้วมาทำความรู้สึกเหมือนเราปลดปล่อยน้ำหนักของเราลงสู่เบื้องล่าง
เรียกว่าทิ้งน้ำหนักทั้งตัวลงสู่พื้นที่สัมผัส  มันจะทำให้เราลดการเกร็งลงไปได้
๔.เราดับอารมณ์เก่าได้ไม่หมดเรียกว่ายังมีอารมณ์ค้าง เวลานั่งภาวนามันจะคิดฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อยไม่ยอมหยุด เราต้องแก้โดยใช้จิตถามจิด แบ่งตัวเราออกเป็นสองความคิด จิตหนึ่งอยากภาวนา อีกจิตหนึ่งไม่อยากภาวนา แล้วถามกันไปถามกันมาว่า ทำไมต้องคิด คิดเพื่ออะไร  แล้วมันได้อะไร คิดแล้วทำได้ไหม เวลานี้เราควรทำอะไร ใช้เวลาที่จะต้องคิดเรื่องเหล่านี้หรือไม่ ถามไปตอบไปจนให้จิตมันล้าหรือว่าจบปัญหา ไม่มีคำถามไม่มีคำตอบ
จนเห็นเหตุแห่งการคิดที่ฟุ้งซ่านว่ามันมาจากไหน เห็นทุกข์ เห็นภัย เห็นโทษ ของการคิดฟุ้งซ่านนั้น จนความคิดมันดับ แล้วจึงกลับมาภาวนา เรียกว่าใช้ปัญญาเข้าแก้ไข
                หากมีอะไรสงสัยให้ถามมาใหม่ได้เลยยินดีที่จะตอบคำถาม
                                  ด้วยความปรารถนาดี
                                รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม
๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๑.๕๒ น. ณ ชายป่าห้วยขาแข้ง อุทัยธานี
๒๙ สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: cho presley, nok2009, Chotipat, ~@เสน่ห์เอ็ม@~, แมวเซา, ~เสน่ห์ack01~, อชิตะ, ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, jaturong, nutagul, ~เสน่ห์โจรสลัด~, derbyrock, ทราย บางเลน, phatcha, umpawan, nsp8428, NONGEAR44, Kingkhet, ทรงกลด, saken6009, to, โยคี, banmung, คนรักษ์พระ, ปุญฺญานุสฺสติ(สิบทัศน์), โบตั๋นสีขาว, honey, นันท์นภัส

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ใช่หวังจะดังเด่น  จึงมาเป็นสมณะ
เพียงหวังจะลดละ  ซึ่งมานะและอัตตา
เร่ร่อนและรอนแรม ไปแต่งแต้มแสวงหา
สัญจรร่อนเร่มา  ผ่านร้อยป่าและภูดอย
ลาภยศและสรรเสริญ  ถ้าหลงเพลินจิตเสื่อมถอย
พาใจให้เลื่อนลอย  จิตเสื่อมถอยคุณธรรม
       ปณิธานในการปฏิบัติธรรม
Chotipat
อัฏฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๒๙๓๘

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒๒ วัน, ๑๓ ชั่วโมง ๓๙ นาที

****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๔๐๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๗๔๔
  รับขอบคุณ: ๑๖๑๐



จังหวัด: ชลบุรี
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๑๖
ประสบการณ์: ๒๖%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: ๑๙ มิ.ย. ๕๒, ๑๓:๐๘:๐๐ »

กราบนมัสการพระอาจารย์   
ผมกำลังค้นแทวทางในการปฏิบัติอยู่พอดีครับ ขอบพระอาจารย์ที่ชี้แนะแนวทาง
และ ขอบคุณท่าน derbyrock ตั้งคำถามได้ตรงกับปัญหาของผมพอดีเลยครับ
๑๐ สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: อชิตะ, ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, derbyrock, Kingkhet, รวี สัจจะ..., ทรงกลด, saken6009, to, โบตั๋นสีขาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เป็นมิตรกับคนทุกคน เป็นเพื่อนกับลูกเสืออื่นทั่วโลก
~เสน่ห์ack01~
ผู้คุมกฎ
ลำดับสมาชิก: ๒๓

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๕๙ วัน, ๒๓ ชั่วโมง ๐ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๕๓๓๕

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๒๖๐๕๘
  รับขอบคุณ: ๓๐๘๓๖


" ไม่เมาเหล้าแล้วเรายังเมารัก"


จังหวัด: นนทบุรี

ระดับความสามารถ: ๕๙
ประสบการณ์: ๔๘%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ๑๙ มิ.ย. ๕๒, ๑๕:๔๑:๕๘ »

ขอบคุณท่าน รวี สัจจะ มากครับ ที่เมตตามาสอนวิธีปฏิบัติกรรมฐานเบื้องต้น ให้แก่เหล่าบรรดาศิษย์..
๑๒ สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: อชิตะ, ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, Chotipat, derbyrock, Kingkhet, รวี สัจจะ..., ทรงกลด, saken6009, to, โบตั๋นสีขาว, buffybuffalo

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


ทำบุญ วันคล้ายวันเกิด หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ
วันอาทิตย์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ 
อชิตะ
อัฏฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๑๐๐๗

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒๗ วัน, ๙ ชั่วโมง ๓ นาที

****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๓๒๑๙

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๒๓๔๒
  รับขอบคุณ: ๑๔๑๕๗



จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๔๖
ประสบการณ์: ๑๗%
พลังชีวิต: ๐.๑%

aston_25@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: ๑๙ มิ.ย. ๕๒, ๑๖:๕๗:๓๒ »

กราบขอบพระคุณพระอาจารย์ครับ  ได้แนวทางปรับปรุงจิตให้ดีงามอีกแล้ว  สาธุๆ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, Chotipat, derbyrock, Kingkhet, รวี สัจจะ..., ทรงกลด, saken6009, โบตั๋นสีขาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

۞เณรน้อยเส้าหลิน۞
อัฏฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๒๔๐๗

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑๖ วัน, ๑๕ ชั่วโมง ๔๘ นาที

****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๑๕๖๒

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๔๐๔๖
  รับขอบคุณ: ๖๖๙๔


ไม่สู้ ไม่หนี ทําดีเรื่อยไป


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๓๒
ประสบการณ์: ๑๒%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ๑๙ มิ.ย. ๕๒, ๑๗:๕๒:๔๕ »

กราบอนุโมทนาบุญกับหลวงอาด้วยครับ

อ่านแล้วได้ประโยชน์ในการปฏิบัติมากทีเดียวครับ 

สาธุ  สาธุ  อนุโมทามิ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, Chotipat, derbyrock, รวี สัจจะ..., ทรงกลด, saken6009, โบตั๋นสีขาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ครูผู้บริสุทธิ์ ครูผู้หมดกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
ครูผู้มี"พระปัญญาธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ" อย่างประมาณมิได้
บรมครูผู้นั้นคือ "สมเด็จพระพุทธเจ้า"
ขอนอบน้อมกราบกรานพระบรมศาสดา
~เสน่ห์ต้นน้ำ~
ผู้คุมกฎ
ลำดับสมาชิก: ๘๗๘

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๔๐ วัน, ๑๗ ชั่วโมง ๕๓ นาที

ลูกบางพระ

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๓๒๔๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๗๓๖๕
  รับขอบคุณ: ๑๖๗๗๖


แก้งค์ ศาลา ชาติ ศาสน์ กษัตริย์


จังหวัด: นครปฐม
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๔๖
ประสบการณ์: ๓๔%
พลังชีวิต: ๐.๒%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: ๑๙ มิ.ย. ๕๒, ๑๘:๒๒:๕๑ »

กราบขอบพระคุณพระอาจารย์ครับ
ผมนั่งสมาธิทีไรนั่งไม่ได้นานๆสักที
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: Chotipat, derbyrock, ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, Kingkhet, รวี สัจจะ..., ทรงกลด, saken6009, โบตั๋นสีขาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
~เสน่ห์โจรสลัด~
อัฏฐมะ
ลำดับสมาชิก: ๘๒๘

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๓๒ วัน, ๑๘ ชั่วโมง ๒๔ นาที

****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๗๙๑๔

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๖๖๑๖
  รับขอบคุณ: ๒๔๐๙๖


" ถ้ามุ่งมั่นจะเป็นที่หนึ่งคุณจะเป็นที่หนึ่ง "


จังหวัด: นนทบุรี
ประเทศ: Jamaica


ระดับความสามารถ: ๗๒
ประสบการณ์: ๔๘%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: ๒๐ มิ.ย. ๕๒, ๐๐:๑๘:๔๒ »

สาธุครับ ที่มาช่วยบอกกล่าวแนวทางที่ดี ... 
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: derbyrock, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, Kingkhet, รวี สัจจะ..., ทรงกลด, saken6009, โบตั๋นสีขาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
derbyrock
คณะกรรมการ
ลำดับสมาชิก: ๓๘๖๘

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๓๑ วัน, ๑๙ ชั่วโมง ๑๑ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๔๙๖

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๒๘๘๘
  รับขอบคุณ: ๑๖๘๓๒


สติมา ปัญญาเกิด........ปัญหามา ปํญญามี.......


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๔๐
ประสบการณ์: ๖๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%

derbyrock@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: ๒๐ มิ.ย. ๕๒, ๐๐:๕๒:๑๖ »

กราบขอบพระคุณหลวงพี่ครับ  ที่มาชี้ทางให้ครับ จริงๆเหตุเกิดจาก ช่วงก่อนผมนั่งแล้วสงบ เย็นสบายทุกครั้ง แต่พอศึกษา ก็เข้าใจว่าการนั่งแล้วสงบเย็นสบาย แล้วเดี๋ยวผมจะยึดติดกับความสงบที่เย็นสบาย เลยต้องการใช้ปัญญาคิดปัญหาต่างๆตอนที่สงบ ผลก็เลยชอบจะคิดก่อนสงบครับ แต่วันนี้ช่วงบ่ายได้ไปที่วัดท่าไม้(ตามคำแนะนำของอชิ)และได้ไปนั่งสมาธิหลังจากที่ไหว้พระเป็นที่เรียบร้อย ศาลาสงบใกล้แม่น้ำ วันนี้นั่งแล้วสงบมากครับ มีความรู้สึกเหมือนตัวเองจะลอยครับ แต่สมาธิมาสะดุดเพราะโทรศัพท์ของผมสั่นขึ้นมาครับ ก็เลยจบการนั่งแค่นั้นครับ จากการที่ผมเคยอ่านบทความของท่าน ที่แนะนำไว้ว่า ไม่ต้องศึกษามากให้ลองนั่งสมาธิเลย เพราะศึกษาแล้ว จิตใจจะปรุงแต่งตามที่ได้อ่านมา ผมก็ทำตามคำแนะนำครับ แต่ทุกครั้งที่ผมนั่งแล้ว เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ทุกเหตุการณ์ที่ผมเจอ เมื่อผมมาค้นหา เหตุการณ์ที่ผมได้เจอก็จะมีการบอกไว้ ทำให้ผมรู้สึกว่า การนั่งสมาธิ มีแบบแผน มีขั้นในการปฎิบัติ และทุกๆคนก็จะเจอแบบเดียวกัน เพียงแต่ว่า กำหนดไม่ได้ว่าจะเจอเมื่อไหร่ครับ บางคนอาจจะนั่งเป็นเดือนกว่าจะเจอแต่บางคนนั่ง3วันอาจจะเจอแล้ว สิ่งที่ผมเจอคือในช่วงแรก ผมมักเห็นดวงไฟ เป็นดวงไฟที่สว่างมากเหมือนมีคนมาเปิดสปอตไลท์ใส่หน้าผม ผมแสบตาจากแสงไฟในขณะที่ผมหลับตา และไม่มีไฟใดๆ พอผมพบเจอ ผมก็ค้นหา ก็พบว่าเป็นเรื่องที่พบเจอได้บ่อย สำหรับคนนั่งสมาธิ เคยอ่านเจอพระท่านสอนให้นำไฟดวงนั้นน้อมเข้ามาในใจ และเหตุการณ์ที่พบอีกครั้งคือ นั่งแล้วตัวเบา เบาจนมีความรู้สึกว่าไม่มีร่างกาย ไม่มีมือ วันนั้นผมค่อนข้างประหลาดใจปนความตกใจ ผมเลยกระดิกนิ้วเพื่อดูว่าผมมีแขนอยู่หรือเปล่า ซึ่งพอผมกระดิกนิ้ว ความรู้สึกในร่างกายผมก็กลับมาทันที ซึ่งพอผมศึกษาก็จะพบว่า เป็นเหตุการณ์ที่จะพบได้สำหรับคนที่นั่งสมาธิ เพราะถ้าลึกกว่าวันนั้น เท่าที่ผมได้อ่านมา ลมหายใจเราจะเบาลง เบาลง จนรู้สึกว่าไม่ได้หายใจ.................. แต่หลังจากวันนั้นผมต้องการใช้ปัญญาในขณะที่มีสติ ในขณะนั่งสมาธิ ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบที่ได้ถามท่านมาคือ นั่งแล้วเหมือนถอยหลัง เพราะผมเริ่มคิดก่อนผมจะสงบครับ แต่วันนี้ผมลองใหม่ นั่งนิ่งๆไม่คิดอะไร ปล่อยจิตให้ว่าง วันนี้ผมเลยนั่งแล้วสงบ และมีความรู้สึกว่าตัวจะลอยครับ รู้สึกได้ว่าเหมือนนีคนมาดึงให้ลอยครับ....วันนี้ได้อ่านบทความของท่านแล้ว ผมจะนำไปปฎิบัติครับ กราบขอบพระคุณหลวงพี่อีกครั้ง ที่เมตตาไขข้อข้องใจให้ผม ผมคงต้องมีคำถามรบกวนท่านอีกมากน่ะครับ ตอนนี้ศึกษาแนวทางการปฎิบัติจากหนังสือและซีดีของหลวงพ่อชาครับ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, Chotipat, Kingkhet, รวี สัจจะ..., ทรงกลด, saken6009, โบตั๋นสีขาว

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ๒๐ มิ.ย. ๕๒, ๐๐:๕๙:๒๑ โดย derbyrock » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


ความสุขที่แท้จริงรอคอยคุณอยู่.......เพียงแค่คุณนั่งลงแล้วหลับตา
รวี สัจจะ...
รองประธาน
ลำดับสมาชิก: ๓๘๒๐

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๒๖ วัน, ๑๓ ชั่วโมง ๐ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: ๑๑๓๗

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๓๗๗๑
  รับขอบคุณ: ๑๗๑๑๒


รวี สัจะ-สมณะไร้นาม-วจีพเนจร


จังหวัด: ชลบุรี
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๒๗
ประสบการณ์: ๓๙%
พลังชีวิต: ๐%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: ๒๐ มิ.ย. ๕๒, ๐๖:๓๖:๓๓ »

กราบขอบพระคุณหลวงพี่ครับ  ที่มาชี้ทางให้ครับ จริงๆเหตุเกิดจาก ช่วงก่อนผมนั่งแล้วสงบ เย็นสบายทุกครั้ง แต่พอศึกษา ก็เข้าใจว่าการนั่งแล้วสงบเย็นสบาย แล้วเดี๋ยวผมจะยึดติดกับความสงบที่เย็นสบาย เลยต้องการใช้ปัญญาคิดปัญหาต่างๆตอนที่สงบ ผลก็เลยชอบจะคิดก่อนสงบครับ แต่วันนี้ช่วงบ่ายได้ไปที่วัดท่าไม้(ตามคำแนะนำของอชิ)และได้ไปนั่งสมาธิหลังจากที่ไหว้พระเป็นที่เรียบร้อย ศาลาสงบใกล้แม่น้ำ วันนี้นั่งแล้วสงบมากครับ มีความรู้สึกเหมือนตัวเองจะลอยครับ แต่สมาธิมาสะดุดเพราะโทรศัพท์ของผมสั่นขึ้นมาครับ ก็เลยจบการนั่งแค่นั้นครับ จากการที่ผมเคยอ่านบทความของท่าน ที่แนะนำไว้ว่า ไม่ต้องศึกษามากให้ลองนั่งสมาธิเลย เพราะศึกษาแล้ว จิตใจจะปรุงแต่งตามที่ได้อ่านมา ผมก็ทำตามคำแนะนำครับ แต่ทุกครั้งที่ผมนั่งแล้ว เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ทุกเหตุการณ์ที่ผมเจอ เมื่อผมมาค้นหา เหตุการณ์ที่ผมได้เจอก็จะมีการบอกไว้ ทำให้ผมรู้สึกว่า การนั่งสมาธิ มีแบบแผน มีขั้นในการปฎิบัติ และทุกๆคนก็จะเจอแบบเดียวกัน เพียงแต่ว่า กำหนดไม่ได้ว่าจะเจอเมื่อไหร่ครับ บางคนอาจจะนั่งเป็นเดือนกว่าจะเจอแต่บางคนนั่ง3วันอาจจะเจอแล้ว สิ่งที่ผมเจอคือในช่วงแรก ผมมักเห็นดวงไฟ เป็นดวงไฟที่สว่างมากเหมือนมีคนมาเปิดสปอตไลท์ใส่หน้าผม ผมแสบตาจากแสงไฟในขณะที่ผมหลับตา และไม่มีไฟใดๆ พอผมพบเจอ ผมก็ค้นหา ก็พบว่าเป็นเรื่องที่พบเจอได้บ่อย สำหรับคนนั่งสมาธิ เคยอ่านเจอพระท่านสอนให้นำไฟดวงนั้นน้อมเข้ามาในใจ และเหตุการณ์ที่พบอีกครั้งคือ นั่งแล้วตัวเบา เบาจนมีความรู้สึกว่าไม่มีร่างกาย ไม่มีมือ วันนั้นผมค่อนข้างประหลาดใจปนความตกใจ ผมเลยกระดิกนิ้วเพื่อดูว่าผมมีแขนอยู่หรือเปล่า ซึ่งพอผมกระดิกนิ้ว ความรู้สึกในร่างกายผมก็กลับมาทันที ซึ่งพอผมศึกษาก็จะพบว่า เป็นเหตุการณ์ที่จะพบได้สำหรับคนที่นั่งสมาธิ เพราะถ้าลึกกว่าวันนั้น เท่าที่ผมได้อ่านมา ลมหายใจเราจะเบาลง เบาลง จนรู้สึกว่าไม่ได้หายใจ.................. แต่หลังจากวันนั้นผมต้องการใช้ปัญญาในขณะที่มีสติ ในขณะนั่งสมาธิ ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบที่ได้ถามท่านมาคือ นั่งแล้วเหมือนถอยหลัง เพราะผมเริ่มคิดก่อนผมจะสงบครับ แต่วันนี้ผมลองใหม่ นั่งนิ่งๆไม่คิดอะไร ปล่อยจิตให้ว่าง วันนี้ผมเลยนั่งแล้วสงบ และมีความรู้สึกว่าตัวจะลอยครับ รู้สึกได้ว่าเหมือนนีคนมาดึงให้ลอยครับ....วันนี้ได้อ่านบทความของท่านแล้ว ผมจะนำไปปฎิบัติครับ กราบขอบพระคุณหลวงพี่อีกครั้ง ที่เมตตาไขข้อข้องใจให้ผม ผมคงต้องมีคำถามรบกวนท่านอีกมากน่ะครับ ตอนนี้ศึกษาแนวทางการปฎิบัติจากหนังสือและซีดีของหลวงพ่อชาครับ

 อารมณ์ที่พบนั้นเป็นอารมณ์ของสมถะกรรมฐาน ซึ่งอยู่ในองค์แห่งฌาน 4 อาการที่รู้สึกว่าตัวจะลอยนั้นคืออาการของปิติ  เพราะเรายังอยู่ในสมาธิ และการที่เราคิดในขณะที่กำลังสงบนั้นคืออารมณ์ "วิตก วิจารณ์"(ใคร่ครวญทบทวนในธรรม) มันไม่ใช่ปัญญาในวิปัสสนาเพราะวิปัสสนากรรมฐานนั้น เมื่อจิตสงบแล้วเราต้องถอยออกจากองค์ฌาน มาตามดูตามรู้ตามเห็น ปัจจุบันธรรม คือสิ่งกำลังเกิดขึ้น เห็นการเกิดดับของสรรพสิ่ง เห็นคุณ เห็นโทษ เห็นประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ หมดข้อสงสัย(ถึงบางอ้อในใจ)"อ๋อ...มันเป็นเช่นนั้นเอง(เข้าถึง" ตถตา"ในอารมณ์นั้น)
   ตามดู  ตามรู้  ตามเห็น  จิตไม่หยุดส้องเสพในอารมณ์เหล่านั้น(ติดอยู่)เป็นวิปัสสนาญาน  จิตนิ่งสงบเห็นเฉพาะสิ่งที่พิจารณาคือสมถะ  อารมณ์ของวิปัสสนาอยู่ในองค์แห่ง"ญาน 16" ต้องระวังในเรื่องนี้อย่างมาก ไม่งั้นเราจะสับสนในสภาวะธรรม หลงอารมณ์ เราต้องรู้ว่าสิ่งที่เรากำลังปฏิบัตินั้นเป็นอารมณ์ใด สมถะหรือวิปัสสนา จะได้ไม่สับสนเอาอารมณ์สมถะไปเทียบเคียงกับอารมณ์วิปัสสนา
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, derbyrock, Chotipat, Kingkhet, ทรงกลด, saken6009, โบตั๋นสีขาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
derbyrock
คณะกรรมการ
ลำดับสมาชิก: ๓๘๖๘

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๓๑ วัน, ๑๙ ชั่วโมง ๑๑ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๒๔๙๖

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๑๒๘๘๘
  รับขอบคุณ: ๑๖๘๓๒


สติมา ปัญญาเกิด........ปัญหามา ปํญญามี.......


จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๔๐
ประสบการณ์: ๖๔%
พลังชีวิต: ๐.๑%

derbyrock@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: ๒๐ มิ.ย. ๕๒, ๐๗:๑๑:๐๕ »

กราบขอบพระคุณหลวงพี่ ที่ได้มาชี้แนะ ไขข้อข้องใจ และให้ความรู้แก่ผม ผมจะตั้งใจฝึกฝน เรียนรู้ ศึกษา เพื่อให้ถึงปัญญาในวิปัสสนาครับ



สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, ۞เณรน้อยเส้าหลิน۞, phatcha, Kingkhet, รวี สัจจะ..., ทรงกลด, saken6009, โบตั๋นสีขาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
phatcha
ปัญจมะ
ลำดับสมาชิก: ๔๘๕๔

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๑ วัน, ๑ ชั่วโมง ๔๒ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: ๒๐

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๒๙๒
  รับขอบคุณ: ๑๓๑



จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๓
ประสบการณ์: ๖๔%
พลังชีวิต: ๐%

sasathonk@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: ๒๐ มิ.ย. ๕๒, ๑๑:๓๙:๑๙ »

กราบนมัสการหลวงพี่ครับ อยากให้แนะนำเรื่องนั่งสมาธิอีกครับ ช่วงนี้นั่งแล้วไม่คืบหน้าไปไหน แถมเหมือนถอยหลังด้วยครับ


 การที่เราปฏิบัติธรรมแล้วความเจริญในธรรมไม่บังเกิดขึ้นนั้นล้วนแล้วแต่มีเหตุมีปัจจัยที่ทำให้เป็นเช่นนั้นซึ่งพอจะสรุปโดยย่อได้ดังนี้
๑.สภาวะความไม่พร้อมของใจ คือเราฝืนใจทำทั้งที่ใจเรายังไม่พร้อม มันเลยขาด"ฉันทะ"ความพึงพอใจในการปฏิบัติ ทำแล้วจะเกิดความอึดอัดฟุ้งซ่าน หงุดหงิด จิตไม่สงบ ซึ่งมีแนวทางแก้ไขดังนี้คือ เราต้องปรับใจของเราให้มีความพร้อมเสียก่อน โดยใช้กุศโลบายหลอกจิต คือว่าภาวนาทันทีที่นั่ง  ให้เรานั่งคิดระลึกนึกถึงคุณงามความดีที่เราเคยได้กระทำมาที่มันประทับใจเรา คิดถึงแล้วมันสุขใจ สบายใจเกิดปิติภาคภูมิใจในสิ่งที่เราได้ทำไปแล้ว เรียกว่าการชักนำจิตมาสู่กุศลจิต มันจะเกิดความยินดีและมีศรัทธาขึ้นมาทันที เมื่อเรารู้สึกสบายใจแล้วจึงค่อยหันมาภาวนาต่อไป
๒.ตั้งจิตหนักเกินไป(ตั้งใจทำมากเกิดไป) มันทำให้เป็นการกดดันตัวเอง เรียกว่าเราไปกดจิตของเราให้มันนิ่งในทันที เพราะเรามีความอยากมากเกินไปคืออยากจะให้มันสงบในทันที ทั้งที่มันยังไม่พร้อม  เหมือนรถยนต์เราอยากจะให้มันออกตัวเร็วเร่งความเร็วเป็น100ในทันที เข้าเกียร์5เลย มันเป็นไปไม่ได้ มันต้องค่อยๆเรงความเร็วขึ้นไปตามลำดับ ไล่เกียร์ไปตามลำดับ1 2 3 4 5 เพื่อปรับเครื่องยนต์ให้มีความพร้อม ไม่งั้นเครื่องมันจะพัง เกียร์มันจะเสีย  ถ้าเราไปกดจิตมันจะเกิดอาการ แน่นอึดอัดที่ทรวงอก มึนศีรษะ ร้อนที่หน้าท้อง หายใจไม่คล่อง  ที่เป็นเช่นนี้เพราะธาตุในกายเรามันเริ่มจะผิดปกติ ปั่นปว่น เกิดจากธาตุลมที่เราเข้าไปบังคับให้มันเข้าให้มันออก มันไม่ได้เข้าออกตามปกติตามจังหวะของมัน มันเลยพลอยทำให้ธาตุอื่นปั่นป่วนไปด้วย...การแก้ไขคือให้เราทำใจสบายๆค่อยๆดูค่อยๆภาวนา ทันบ้างไม่ทันบ้างก็ตามดูไปเรื่อยๆไม่ท้งมัน จนตามทันลมหายใจของเรา
๓.เราเกร็งและเคร่งเกินไปทำให้เกิดความเครียด และอาการปวดเมื่อยตามร่างกายขึ้นมา ซึ่งเกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อโดยที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ดี
เช่นถ้าเราไปเกร็งที่แขน เพื่อให้ท่านั่งวงแขนมันดูดี มันก็จะปวดที่ไหล่ สะบักและต้นคอ ถ้าเราไปเกร็งกล้ามเนื้อที่หน้าท้อง เพื่อจะให้ตั้งกายให้นั่งตัวตรง เราก็จะปวดที่หลังที่สะเอว เพราะว่ากล้ามเนื้อที่หน้าท้องมันจะดึงไป  และถ้าเราไปเกร็งที่ขาเพื่อให้นั่งเรียบสนิทติดกับพื้น มันก็จะปวดหน้าขาและสะบ้าหัวเข่า  การแก้ไขก็คือเมื่อเราลงมือนั่งให้เราปรับกายของเราเสียก่อนคือให้หายใจเข้าสุดกำลังให้ท้องมันพองเต็มที่ แล้วหายใจออกให้สุดกำลังให้หน้าท้องมันยุบลงเต็มที่ เพื่อปรับกล้ามเนื้อที่หน้าท้องให้มันได้ผ่อนคลาย แล้วเดินจิตให้ทั่วกาย คือให้ระลึกนึกถึงตัวเราตั้งแต่หัวจรดเท้าทำความรู้สึกให้รู้ตัวทั่วพร้อมซึ่งเป็นการเพิ่มสัมปชัญญะ เรียกว่าเอาจิตมาคลุมกาย แล้วมาทำความรู้สึกเหมือนเราปลดปล่อยน้ำหนักของเราลงสู่เบื้องล่าง
เรียกว่าทิ้งน้ำหนักทั้งตัวลงสู่พื้นที่สัมผัส  มันจะทำให้เราลดการเกร็งลงไปได้
๔.เราดับอารมณ์เก่าได้ไม่หมดเรียกว่ายังมีอารมณ์ค้าง เวลานั่งภาวนามันจะคิดฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อยไม่ยอมหยุด เราต้องแก้โดยใช้จิตถามจิด แบ่งตัวเราออกเป็นสองความคิด จิตหนึ่งอยากภาวนา อีกจิตหนึ่งไม่อยากภาวนา แล้วถามกันไปถามกันมาว่า ทำไมต้องคิด คิดเพื่ออะไร  แล้วมันได้อะไร คิดแล้วทำได้ไหม เวลานี้เราควรทำอะไร ใช้เวลาที่จะต้องคิดเรื่องเหล่านี้หรือไม่ ถามไปตอบไปจนให้จิตมันล้าหรือว่าจบปัญหา ไม่มีคำถามไม่มีคำตอบ
จนเห็นเหตุแห่งการคิดที่ฟุ้งซ่านว่ามันมาจากไหน เห็นทุกข์ เห็นภัย เห็นโทษ ของการคิดฟุ้งซ่านนั้น จนความคิดมันดับ แล้วจึงกลับมาภาวนา เรียกว่าใช้ปัญญาเข้าแก้ไข
                หากมีอะไรสงสัยให้ถามมาใหม่ได้เลยยินดีที่จะตอบคำถาม
                                  ด้วยความปรารถนาดี
                                รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม
๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๑.๕๒ น. ณ ชายป่าห้วยขาแข้ง อุทัยธานี



ขอกราบนมัสการคะ

กำลังค้นหาแทวทางในการปฏิบัติเพิ่มเติมเพราะบางครั้ง วันนี้ทำได้ อีกวันทำไม่ได้

ขอบพระคุณอาจารย์ที่ชี้แนะแนวทาง

และ ขอบคุณ  ท่าน derbyrock .ตั้งคำถามได้ตรงกับปัญหาเดียวกัน

มีบางครั้งเหมือนลมหายใจของเราที่เฝ้าดูว่าทำไมเร็วๆๆๆๆมากตามเกือบมะทันเหนื่อยนิ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: Chotipat, ~เสน่ห์ต้นน้ำ~, Kingkhet, รวี สัจจะ..., ทรงกลด, saken6009, โบตั๋นสีขาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หยุดความเลว ที่.. ไล่ล่าคุณ
umpawan
นวมะ
ลำดับสมาชิก: ๔๖๕๓

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๔๖ วัน, ๑๔ ชั่วโมง ๕ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๓๑๒๓

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๒๘๓๕๘
  รับขอบคุณ: ๑๘๓๕๕


ศิษย์วัดบางพระ



ระดับความสามารถ: ๔๕
ประสบการณ์: ๔๗%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: ๒๐ มิ.ย. ๕๒, ๑๒:๐๐:๕๔ »

อ่านแล้วได้ประโยชน์มากทีเดียวครับ


- ขอบคุณนะครับที่นำข้อมูลดีๆมาให้ชมกัน




 
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: Kingkhet, รวี สัจจะ..., ทรงกลด, saken6009, โบตั๋นสีขาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mew2
ปัญจมะ
ลำดับสมาชิก: ๑๐๓๒

เวลาที่อยู่ในระบบ:
๓ วัน, ๙ ชั่วโมง ๕๖ นาที

*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: ๓๕๗

ระบบการขอบคุณ
  ขอบคุณแล้ว: ๔๓๕
  รับขอบคุณ: ๑๑๑๔



จังหวัด: พระนครศรีอยุธยา
ประเทศ: ไทย


ระดับความสามารถ: ๑๕
ประสบการณ์: ๓๐%
พลังชีวิต: ๐.๑%


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: ๐๒ พ.ค. ๕๔, ๐๙:๑๗:๔๒ »

ขอบพระคุณมากๆครับ ผมกำลังสงสัยอยู่เลยครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
สมาชิกที่ให้การขอบคุณ: saken6009, ทรงกลด, โบตั๋นสีขาว

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ขอตายไปพร้อมกับคำว่าสักยันต์
หน้า: []   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

MySQL | XHTML | PHP | CSS! | Bp.Or.Th

SMF 1.1.21.|Simple Machines.|SiamNakhon.com.