ผู้เขียน หัวข้อ: มีบทความดีๆ เกียวกับคำว่า "ไสยศาสตร"์ มีภาพสักยันต์ด้วย  (อ่าน 4749 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ job@love

  • เด็กวัด
  • *****
  • กระทู้: 793
    • ดูรายละเอียด
ไม่แน่ใจว่ามีใครเคยนำมาลงหรือยัง 07;
บัง่อิญเห็นว่ามีภาพประกอบการบรรยายน่าสนใจ "ถ้าซ้ำขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ"

ไสยศาสตร์

ไสยศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ไสยศาสตร์ บ้างว่าเป็น ศาสตร์อันประเสริฐ บางคนว่าเป็น ศาสตร์แห่งความหลับใหล ความเชื่อ ไสยศาสตร์ มนต์ดำ เป็นคำไทยของคำสมาสว่า "ไศฺวศาสฺตร" แปลว่า "ศาสตร์ที่เนื่องด้วยจากพระศิวะ" หรือ "ศาสตร์ที่มาจากพระศิวะ"


การสักยันต์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของ ไสยศาสตร์

ความเป็นมาของความรู้สายนี้นั้น ยังเป็นที่ถกเถียงกันมาตลอดว่า เป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือ หรือเป็นสิ่งที่หลอกลวง นำไปสู่ ความงมงาย ความชัดเจนของศาสตร์แขนงนี้ในสังคมไทย ซึ่งเป็นสังคมที่วิทยาการสมัยใหม่กำลังเจริญรุ่งเรือง "ไสยศาสตร์" ถูกมองว่าเป็นรากเหง้าของความหลงงมงาย อันทำให้ประชาชนหลงเชื่อในสิ่งที่ไร้เหตุผล

 ในประเทศไทย นั้นมีความพยายามอธิบายที่มาของ "ไสยศาสตร์" ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการอาศัยการวิเคราะห์ศัพท์จากภาษาบาลี ที่พบกันบ่อย มักมีการให้อรรถาธิบายว่า คำว่า "ไสย" มาจากคำว่า "เสยฺย" ในภาษาบาลี ซึ่งแปลว่า ประเสริฐ จึงทำให้แปลว่า ไสยศาสตร์ ว่าเป็น "ศาสตร์อันประเสริฐ" อย่างไรการอธิบายทฤษฎีนี้ ก็มิได้ให้ความสนใจแก่คำว่า ศาสตร์ ซึ่งเป็นศัพท์จากภาษาสันสกฤต

 และอีกหลายท่านอธิบายคำว่า ไสย มาจากคำว่า ไสยาสน์ ซึ่งแปลว่า นอน และแปลคำว่า ไสยศาสตร์แปลว่า ศาสตร์แห่งความหลับใหล กระนั้นก็มิได้ให้อธิบายที่มาของศัพท์นี้ว่า มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤตเช่นกัน

 ดร.นพ.มโน เมตตานันโท เลาหวณิช ที่ปรึกษาพิเศษในเลขาธิการใหญ่องค์การสมัชชาศาสนาเพื่อสันติแห่งโลก (ดับเบิลยูซีพีอาร์) บอกว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้การตีความของคำว่า ไสยศาสตร์ ตามทฤษฎีทั้งสองประการข้างต้นนี้ มิได้มีความสัมพันธ์กับหลักฐานทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของอินเดียและไทยเลย หากพิจารณ์ด้วยเหตุผลทางไวยากรณ์สันสกฤต และข้อมูลที่ได้รับจากการศึกษาประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวรรณกรรมสามารถสรุปได้ว่า

 คำว่า ไสยศาสตร์ เป็นคำศัพท์ที่รากมาจากภาษาสันสกฤตโดยตรง คือ เป็นคำสมาส ศาสตร์ หมายถึงแขนงหนึ่งของความรู้ และ ไสย มาจาก ไศวะ ซึ่งเป็นศัพท์สันกสฤต ที่เกิดจากการพฤตสระจากคำว่า ศิวะ โดยที่สระอิถูกพฤตให้เป็นสระ "ไอ" และ "ว" แปลงสภาพเป็น "ย" ซึ่งเป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายตามหลักของภาษาศาสตร์ เพราะทั้ง "ว" และ "ย" นั้น เป็นพยัญชนะกึ่งสระ ซึ่งมีฐานกรณ์เดียวกัน เสียง "ว" จึงกลายเป็น "ย" ได้อย่างง่ายดาย

 ในขณะเดียวกัน "ศ" กลายเป็น "ส" ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางเสียงที่เกิดขึ้นได้ง่ายในภาษาไทย เนื่องจาก "ศ" "ษ" และ "ส" นั้น ต่างออกเสียงเหมือนกัน คือ "ส" แทนได้ทั้งหมด

 ไสยศาสตร์ เป็นคำศัพท์ในภาษาไทย ซึ่งมีรากเดิมจากภาษาสันสกฤตจากศัพท์ของคำสมาสว่า ไศฺวศาสฺตร (อ่านว่า ฉัย-วะ-ฉาสฺ-ตฺระ)  ซึ่งแปลว่า "ศาสตร์ที่เนื่องด้วยจากพระศิวะ" หรือ "ศาสตร์ที่มาจากพระศิวะ" ดร.นพ.มโน กล่าวสรุป

 พร้อมกันนี้ ดร.นพ.มโน ยังบอกด้วยว่า ลำพังการวิเคราะห์ศัพท์ให้ถูกต้องตามหลักวิชาไวยากรณ์สันสกฤตมิได้หมายความ ว่า สิ่งที่คนไทยมองเห็นว่าเป็นเรื่องไสยศาสตร์อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การใช้เวทมนตร์ โองการและพิธีกรรมต่างๆ นั้น จะเป็นสิ่งที่ตรงกับความเชื่อในอินเดีย ซึ่งถือว่าเป็นความรู้ที่มาจากพระศิวะจริง เพราะความเชื่อและวัฒนธรรมประเพณีที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่ง ที่มีความแตกต่างทางค่านิยมดั้งเดิมของตนเองนั้น จะยังคงรักษาความดั้งเดิมไว้ได้เหมือนเมื่อครั้งอยู่ในประเทศต้นกำเนิด

 นอกจากนี้แล้ว ความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของภาษาสันสกฤต เป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดศาสตร์ที่ต่อมารู้จักกันในหมู่คนไทยว่า ไสยศาสตร์

ความเชื่อทางไสยศาสตร์
 แต่เนื่องจากพิธีกรรมที่ถูกจำกัดให้อยู่ในหมู่พราหมณ์  และการปฏิบัติกับคนต่างวรรณะในเชิงดูถูกและรังเกียจเดียดฉันท์ คัมภีร์ของศาสตร์ที่เนื่องด้วยพระศิวะเหล่านี้ ต่อมาภายหลังจึงสูญหายไป และต่อมาเมื่อพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น คัมภีร์ภาษาบาลีจึงได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในความศักดิ์สิทธิ์ในรูป แบบเดียวกัน และการใช้คัมภีร์บาลีของเถรวาทแทนสันสกฤต จึงเกิดขึ้น และเป็นที่แพร่หลายในเขมรและไทย ในขณะที่สัญลักษณ์และศัพท์ต่างๆ ที่เคยใช้กันมาอย่างคุ้นเคยจากสันสกฤต และศาสตร์ของพราหมณ์สายไศวะยังได้รับการยกย่องนับถือเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เกิดการผสมผสานเป็น ไสยศาสตร์แบบไทย ซึ่งแตกต่างไปจาก ไสยศาสตร์แบบเขมร(คุณไสยมนต์ดำ มนต์ดำเขมร) และอินเดียประเทศต้นตำรับอย่างสิ้นเชิง ในที่สุดไสยศาสตร์ได้เข้ามาผสมผสานกับความเชื่อเรื่องผีของบรรพบุรุษ ไทยอย่างกลมกลืน

ความเชื่อไสยศาสตร์
 ไสยศาสตร์ นั้นมิใช่เรื่องไม่มีเหตุมีผล แต่เป็นเรื่องของการใช้ อำนาจ ซึ่งมีระบบของเหตุผล หลักการ แหล่งของอำนาจหรือความศักดิ์สิทธิ์ อุปกรณ์ และกระบวนการต่างๆ อันมีขั้นตอน เพื่อให้ได้มาซึ่งวัตถุประสงค์ ที่ผู้ประกอบพิธีตั้งความปรารถนาไว้ ปัจจัยต่างๆ ของพิธีกรรมทางไสยศาสตร์นั้น มีศูนย์กลางอยู่ที่ผู้ประกอบพิธี มิใช่เกิดขึ้นลอยๆ โดยที่ประกอบพิธีนั้น เป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด สามารถบงการให้เกิดสิ่งต่างๆ ซึ่งอยู่นอกกรอบของเหตุผลของสามัญสำนึกของสามัญชนจะคาดหวังได้

 พิธีกรรมทางไสยศาสตร์นั้น จะบรรลุผลได้ก็ต่อเมื่อเงื่อนไขของพิธีกรรมทั้งหมดได้บรรลุ สิ่งนี้อาจเรียกได้ว่า เป็นการควบคุมคุณภาพของผู้ประกอบพิธีกรรม ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ โดยมีการแบ่งแยกที่ชัดเจน ระหว่างผู้ประกอบพิธี (คนใน) และผู้อื่นที่เข้าร่วมพิธี (คนนอก) ยิ่งพิธีกรรมที่มีความศักดิ์สิทธิ์เท่าใด ช่องว่างและเงื่อนไขที่แบ่งแยกระหว่างคนในและคนนอกยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้นเท่า นั้น พร้อมกันนั้น คือ ความลึกลับที่คนในเท่านั้นที่มีสิทธิ์ที่จะเข้าใจ ส่วนคนนอกเป็นพวกที่ไม่มีสิทธิ์จะเรียนรู้สาระของพิธีกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเลย

 ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของไสยศาสตร์ คือ การร่ายมนตร์ หรือ คาถา ของผู้ประกอบพิธี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องกระทำให้ได้จังหวะที่พอเหมาะพอดีกับขั้นตอนต่างๆ ตลอดพิธีกรรม

ไสยศาสตร์ หากนำไปใช้ในทางที่ผิดก็เป็น ไสยศาสตร์มนต์ดำ
 แนวคิดในเรื่องการสาธยายมนตร์นี้ คือ ความเชื่อที่ว่า อักขระนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีวันสูญสลาย และมนตร์ต่างๆ ที่ผู้ประกอบพิธีได้เปล่งออกจากปากของตนแล้ว ถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถยังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และหากเปล่งออกมาผิด ผลกระทบก็จะกลับเป็นวิบากแก่ผู้สาธยายนั้นเอง(ไสยศาสตร์มนต์ดำ)

 นั่นหมายถึงความเป็นมงคลต่างๆ จะกลายเป็นอัปมงคล โชคจะกลายเป็นเคราะห์ และอำนาจที่ถูกใช้ไปเพื่อประทุษร้ายผู้อื่น(คาถามนต์ดำ) อำนาจนั้นก็จะย้อนกลับมาประทุษร้ายผู้ร่ายเวท และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนในแง่ของ ไสยศาสตร์ มนต์ดำ
เรื่อง - ภาพ... "ไตรเทพ ไกรงู"  ที่มา...หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันที่ 1 เมษายน 2552
[/color]

ขอขอบคุณแหล่งที่มา
(http://www.XXXXX.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538725847&Ntype=49)
***ถ้าแหล่งที่มาไม่เหมาะสมรบกวนผู้ดูแลเซนเซอร์ด้วยครับ***
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 ก.ค. 2552, 05:35:16 โดย โองการยันนะรังสี »
      "สุญญตา"  "มีชีวิตโดยไม่มีตัวตน หรือ การมีตัวตนซึ่งมิใช่ตน"

TUM

  • บุคคลทั่วไป
ยอดเลยครับ ถ้าใครไม่ได้สักยันต์ ก็จะไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไร ก่อนสักแล้ว หลังสักแล้ว อารมณ์ไม่เหมือนกันเลยครับ...ผมรู้สึกดีมากครับ เหมือนว่ายกอะไรออกซะอย่างครับ

ออฟไลน์ ooo

  • สัตตมะ
  • **
  • กระทู้: 483
    • ดูรายละเอียด
เป็นบทความที่มีคุณค่ามาก
เครดิตนักเขียน คุณไตรเทพ ไกรงู นักเขียนบทความคุณภาพ
ขอบคุณครับ

.....เหลืออีกครึ่งชิวิต ที่ยังต้องการความรักตัวเองกลับมา......
....เก็บชีวิตที่เหลือ ๆ  ทำให้ดีจะได้ไหม  แล้วไม่นานจิตใจจะเต็มเหมือนเดิม........................

ออฟไลน์ gottkung

  • จะหมึกหรือน้ำมันไม่สำคัญ จงตั้งมั่นให้อยู่ในความดี
  • เด็กวัด
  • *****
  • กระทู้: 4088
  • เพศ: ชาย
  • "จะลูกใครนั้นไม่สำคัญ เป็นศิษย์ฉันเท่ากันทุกคนไป "
    • ดูรายละเอียด
    • www.gottkung.multiply.com
ขอบคุณสำหรับทความดีที่อ่านแล้ว
ได้ความรู้มากๆเลยครับ ขอบคุณครับ
เราเป็นศิษย์คิดมีครูดูก่อนเถิด อย่าละเมิดคำครูที่พร่ำสอน
ปุถุชนคนธรรมดาพึงสังวรณ์ ครูท่านสอนมอบสิ่งดีแก่เราๆ

ออฟไลน์ ~เสน่ห์ต้นน้ำ~

  • ลูกบางพระ
  • ผู้คุมกฎ
  • *****
  • กระทู้: 3234
  • เพศ: ชาย
  • แก้งค์ ศาลา ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณพี่จ๊อบครับเยี่ยมเลยพี่ :015:

ออฟไลน์ ณ.อยุธยา

  • "รักแม่มากครับ"
  • สัตตมะ
  • **
  • กระทู้: 1374
  • เพศ: ชาย
  • "ชาติหน้า-ไม่ขอ-มาเกิด"
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล
ขอบคุนที่นำสาระมาให้อ่านนะครับผม    :114:

ออฟไลน์ ....

  • อดทนต่อความเจ็บใจ
  • จตุตถะ
  • ****
  • กระทู้: 119
  • เพศ: หญิง
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณมากสำหรับสาระดีๆและขอบอกว่าดีใจมากที่ชีวิตนี้ได้สักยันต์คิดไม่ผิดเลยจริงๆ
[shake]รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต[/shake]

ออฟไลน์ rpca65

  • พิกุลบุนนาคบาน กลิ่นหอมหวานซ่านขจร แม้นุชสุดสายสมร เห็นจะวอนอ้อนพี่ชาย เต็งแต้วแก้วกาหลง บานบุษบงส่งกลิ่นอาย หอมอยู่มิรู้หาย คล้ายกลิ่นผ้าเจ้าตราตรู มลิวันพันจิกจวง ดอกเป็นพวงร่วงเรณู หอมมาน่าเอ็นดู ชูชื่นคิดวนิดา.........
  • จตุตถะ
  • ****
  • กระทู้: 31
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล
เป็นประโยชน์มากครับ
คือรูปรสกลิ่นเสียงไม่เที่ยงแท้
ย่อมเฒ่าแก่เกิดโรคโศกสงสาร
ความตายหนึ่งพึงให้เห็นเป็นประธาน
หวังนิพพานพ้นทุกข์สนุกสบาย
.
ซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้
เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย
อันศีลห้าว่าอย่าทำให้จำตาย
จะตกอบายภูมิขุมนรก
..............................

ประการหนึ่งซึ่งขาดพระศาสนา
ทั้งโลกาเกิดทุกข์ถึงยุคเข็ญ
ซึ่งจะหลับดับร้อนให้ผ่อนเย็น
ก็ต้องเป็นไมตรีปรานีกัน

ออฟไลน์ mawin_14

  • สัตตมะ
  • **
  • กระทู้: 1210
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล
สาระดีๆที่มีประโยชน์ ไม่เคยหมดไป จากบอร์ดนี้ครับ ขอบคุณนะครับ

ออฟไลน์ nirutjif

  • ฉัฏฐะ
  • *
  • กระทู้: 120
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับพี่ :001: ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ ~@เสน่ห์เอ็ม@~

  • ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย พระคุณบิดามารดาผู้มีพระคุณ แล ครูบาอาจารย์ผู้เกื้อหนุน สาธุ..
  • เด็กวัด
  • *****
  • กระทู้: 5894
  • เพศ: ชาย
  • ศิษวัดบางพระ
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณพี่จ๊อบมาก ครับ ข้อมูลดี และมีสาระมาก เหมาะเป็นความรู้อย่างยิ่ง ครับ ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ prathomsak

  • สัตตมะ
  • **
  • กระทู้: 631
  • เพศ: ชาย
  • โอม หนุมานะ
    • MSN Messenger - prathomsak-pong@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • www.hi5.com
    • อีเมล
ยอดเยี่ยม ชัดเจนดีครับ
เวลาของเรามีน้อยนัก หมั่นทำบุญทำกุศลกันเถิด จักเกิดผล

ออฟไลน์ salawit_sangsanit

  • กายะวาจะจิตตัง อะหังวันทา พระยาภุชงค์ นาคราชเจ้า วิสุทธิเทวา ปูเชมิ
  • สัตตมะ
  • **
  • กระทู้: 272
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล
ขอบคุณมากสำหรับสาระดีๆที่ชีวิตนี้ได้สักยันต์คิดไม่ผิดเลยจริงๆ
เพราะจากเดิมไม่เคยสวดมนต์ก็สวดและทำให้ใจมีสติ ไม่ฟุ้งซ่านจากที่เคยอารมย์ร้อน
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

ออฟไลน์ ~เสน่ห์โจรสลัด~

  • อัฏฐมะ
  • ***
  • กระทู้: 7913
  • เพศ: ชาย
  • " ถ้ามุ่งมั่นจะเป็นที่หนึ่งคุณจะเป็นที่หนึ่ง "
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาที่ดีชัดเจนครับ ขอบคุณครับ ...  :089:

ออฟไลน์ รุท หมัดหนักครับ

  • สัตตมะ
  • **
  • กระทู้: 2312
  • เพศ: ชาย
  • ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
    • MSN Messenger - bassudza501@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล
มีบทความที่ดีและน่าศึกษาครับขอให้มีบทความดีๆแก่พี่ๆน้องๆของเรานะครับ :053:
รักและศรัทธา

ออฟไลน์ aeara

  • ฉัฏฐะ
  • *
  • กระทู้: 32
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณท่านจ็อบมากคับ
(ท่านจ็อบขับเวสป้าปะคับ)

ออฟไลน์ arada

  • เรียนๆ รักๆ ปากกาถูกลัก ไม่พักเรียน
  • สัตตมะ
  • **
  • กระทู้: 1111
  • เพศ: ชาย
    • MSN Messenger - nuk_b@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ
ธรณีนี่นี้             เป็นพยาน

เราก็ศิษย์มีอาจารย์    หนึ่งบ้าง

เราผิดท่านประหาร     เราชอบ

เรา บ่ ผิดท่านมล้าง    ดาบนั้นคืนสนอง