กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8 9 10
21


...เรียงร้อยธรรมไปตามกาล บทที่ ๖...

...บนเส้นทางแห่งโยธากัมมัฏฐาน...
...โยธากัมมัฏฐานคือการทำงานอย่าง
มีสติและสัมปชัญญะ เป็นการเจริญ
ซึ่งอิริยาบถบรรพ ในสติปัฏฐาน ๔
มีความระลึกรู้ แยกแยะผิดชอบชั่วดี
มีการคิดพิจารณาในทุกขณะของ
การเคลื่อนไหว เป็นไปเพื่อประโยชน์
ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม...

...ทุกชีวิต ก้าวไป ในบทบาท
ตามโอกาส จังหวะ ของชีวิต
ล้วนแต่กรรม นำพา มาลิขิต
จะถูกผิด ล้วนแต่กรรม นั้นนำไป

...ไม่ใช่โชค ชะตา ฟ้าลิขิต
กรรมนิมิต นำมา ซึ่งสิ่งใหม่
จะสุขทุกข์ นั้นเกิด ขึ้นที่ใจ
ทำสิ่งใด โปรดคิด ใช้จิตตรอง

...เมื่อใจทุกข์ จงมอง ประคองจิต
ดูความคิด ดูจิต ที่เศร้าหมอง
เพ่งพินิจ ใคร่ครวญ และตริตรอง
จงเฝ้ามอง ให้เห็น ความเป็นจริง

...สรรพสิ่ง ล้วนตั้ง อยู่บนหลัก
พระไตรลักษณ์ คือหลัก สรรพสิ่ง
พระไตรลักษณ์ เป็นหลัก แห่งความจริง
สรรพสิ่ง ไม่เที่ยงแท้ และแน่นอน

...มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับ
เปลี่ยนสลับ กันไป เป็นคำสอน
อนิจจัง ไม่เที่ยงแท้ และแน่นอน
ทุกข์ราญรอน เพราะใจ ไปยึดมัน

...ไม่ยอมลด ยอมละ ซึ่งความอยาก
ต้องการมาก ยึดติด ไม่แปรผัน
ไม่อยากสูญ ไม่อยากเสีย พรากจากกัน
ทุกสิ่งนั้น ล้วนเป็น อนัตตา

...นี้เป็นกฎ ธรรมชาติ พระไตรลักษณ์
นี้คือหลัก ของพุทธะ ศาสนา
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ใช้ปัญญา มองให้เห็น ความเป็นจริง

...เข้าใจโลก ก็เห็นธรรม เมื่อนำคิด
ทำให้จิต นั้นสงบ และหยุดนิ่ง
จะได้รู้ ได้เห็น ความเป็นจริง
สรรพสิ่ง ว่ามันเป็น เช่นนั้นเอง...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม...
...๗ มีนาคม ๒๕๖๕...
22
บทความ บทกวี / ...รำพึงธรรมตามรายทาง บทที่ ๖...
« กระทู้ล่าสุด โดย เว็บมาสเตอร์... เมื่อ 07 มี.ค. 2565, 06:13:06 »


...รำพึงธรรมตามรายทาง บทที่ ๖...

...ในส่วนลึกของจิตของทุกคนนั้น
ล้วนแต่อยากจะเป็นคนดี อยากจะ
ทำความดี แต่ส่วนใหญ่ได้แต่คิด
แต่ไม่กล้าที่จะทำ เพราะว่าขาด
ความมั่นใจและความศรัทธาในตนเอง
จึงต้องให้มองย้อนกลับไป ว่าในชีวิต
ที่ผ่านมานั้น มีอะไรบ้างที่เราได้ทำ
ลงไปและสิ่งนั้นมันเป็นความภาคภูมิใจ
ของเรา เมื่อเราคิดถึงสิ่งนั้นครั้งใด
ทำให้ใจเรามีความสุขและมีความ
ภาคภูมิใจ สิ่งที่คิดนั้นคือการปลุก
ศรัทธาให้กับตัวเรา...

...ห้วงหนึ่งแห่งกาลเวลา...

...เก็บมา ใคร่ครวญ ขบคิด
ตั้งจิต สนใจ ใฝ่หา
เรียนรู้ กับโลก มายา
ค้นหา ให้เห็น ตัวตน

...ค้นหา ให้เห็น พื้นฐาน
คือการ เรียนรู้ เบื้องต้น
รู้จิต รู้ใจ ของคน
เริ่มต้น ที่ตัว ของเรา

...รู้กาย รู้จิต ของตัว
รู้ทั่ว รู้พร้อม ไม่เขลา
ตามดู รู้เห็น จิตเรา
ขัดเกลา ฝึกจิต คิดดี

...เมื่อไหร่ ที่เห็น จิตเรา
ก็เข้า ใจซึ่ง จิตนี้
จิตเรา จิตเขา ที่มี
จิตนี้ ก็คล้าย คลึงกัน

...ล้วนมี กิเลส ตัณหา
อัตตา ตัวตน ทั้งนั้น
ตามดู ตามรู้ ให้ทัน
จิตนั้น เคลื่อนไหว ไปมา

...เคลื่อนตาม สิ่งที่ กระทบ
เมื่อพบ เจอกับ ปัญหา
ผัสสะ ที่ผ่าน เข้ามา
ทางตา ทางลิ้น กายใจ

...จิตนั้น เข้าไป รับรู้
ติดอยู่ จึงให้ หวั่นไหว
ปรุงแตก คล้อยตาม มันไป
หวั่นไหว เพราะจิต คิดตาม

...หยุดคิด หยุดจิต ที่ปรุง
เรื่องยุ่ง ก็จะ ก้าวข้าม
วางสิ่ง รู้เห็น ไม่ตาม
เห็นความ สงบ พบจริง

...สยบ ซึ่งความ เคลื่อนไหว
ทำใจ ของเรา ให้นิ่ง
รู้เห็น ตามที่ เป็นจริง
ทุกสิ่ง สมมุติ ขึ้นมา

...เข้าใจ ในพระ ไตรลักษณ์
รู้หลัก ต้นเหตุ ปัญหา
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ จากลา
อัตตา ก็จะ ลดลง...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม...
...๗ มีนาคม ๒๕๖๕...
23
ไหว้ครูบูรพาจารย์ / ตอบ : ไหว้ครูปี 2565
« กระทู้ล่าสุด โดย โยคี เมื่อ 06 มี.ค. 2565, 10:57:46 »


24


...เรียงร้อยธรรมไปตามกาล บทที่ ๕...

...“ ทำความเพียรมากเกินไปจิตใจก็ฟุ้งซ่าน
ทำความเพียรอ่อนไปก็กลายเป็นเกียจคร้าน ”
“ อจฺจารทฺธํ วิริยํ อุทฺธจฺจาย สํวตฺตติ
อติลีนํ วิริยํ โกสชฺชายํ สํวตฺตติ ”...
...พุทธสุภาษิต โสณสูตร ๒๒/๓๘๗...
๐ เชื่อมั่น และศรัทธา
น้อมนำมา ซึ่งพลัง
สู่สิ่ง ที่คาดหวัง
สร้างด้วยจิต ความคิดตน
๐ ตั้งจิต คิดให้ดี
ในสิ่งที่ มีเหตุผล
ความดี มีทุกคน
ที่ได้สร้าง และทำมา
๐ ความดี มีในจิต
จงค้นคิด จิตค้นหา
เสริมสร้าง ความศรัทธา
ในความดี สิ่งที่ทำ
๐ ย้ำเตือน และย้ำคิด
ปลุกปลอบจิต กุศลกรรม
ความดี ที่เคยทำ
เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ
๐ จิตดี ส่งกายเด่น
มันเฉกเช่น เครื่องกลไก
ขับเคลื่อน จากภายใน
ให้จิตนี้ มีพลัง
๐ ปลุกกาย และปลุกจิต
ปลุกชีวิต สู่ความหวัง
สร้างเสริม เติมพลัง
ให้ชีวิต เมื่อคิดทำ
๐ ความดี คือกุศล
นั้นส่งผล อย่างเลิศล้ำ
มันเป็น กุศลกรรม
ปลุกชีวิต จิตศรัทธา
๐ เริ่มต้น จากความคิด
จงฝึกจิต คิดค้นหา
สิ่งที่ ได้ทำมา
และเรานั้น ภาคภูมิใจ
๐ เมื่อใจ ระลึกถึง
สิ่งที่ซึ่ง ได้ทำไว้
มีความ ประทับใจ
และจดจำ มิลืมเลือน
๐ เพลิดเพลิน ขณะคิด
ทำให้จิต นั้นขับเคลื่อน
ฝึกทำ เพื่อย้ำเตือน
ปลุกให้จิต มีพลัง
๐ จิตดี ส่งกายเด่น
สิ่งที่เห็น เป็นความหวัง
เมื่อใจ มีพลัง
ทุกสิ่งอย่าง ก็สบาย...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม...
...๖ มีนาคม ๒๕๖๕...
25
บทความ บทกวี / ...รำพึงธรรมตามรายทาง บทที่ ๕...
« กระทู้ล่าสุด โดย เว็บมาสเตอร์... เมื่อ 06 มี.ค. 2565, 06:19:44 »


...รำพึงธรรมตามรายทาง บทที่ ๕...

...ถามตัวเองอยู่เสมอว่า วันเวลา
ที่ผ่านไปนั้น เราได้อะไรจากวันเวลา
และคุ้มค่ากับวันเวลาที่ผ่านไปหรือไม่
เพื่อไม่ให้เราหลงไปกับวัยและเวลา
ของชีวิตที่เหลืออยู่และจะได้รีบเร่ง
สร้างคุณค่าให้แก่ชีวิต แม้จะเพียง
น้อยนิด ก็ยังดีกว่าที่จะไม่ได้ทำอะไรเลย
ไม่ได้มุ่งหวังว่าต้องเป็นชาตินี้หรือ
ชาติหน้า เพียงแต่ตั้งใจไว้ว่าทำ
ต่อไปเรื่อยๆ ถึงเมื่อไหร่ก็ไปเมื่อนั้น
จะไม่สร้างความกดดันให้กับตัวเอง
ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเกร็ง เพราะเรา
เคร่งจนเกินไป ซึ่งมันจะทำให้เครียด
เป็นการเบียดเบียนตนเอง ไม่รีบ ไม่เร่ง
อยู่กับกุศลจิต คิดและทำในสิ่งที่ดี
ชีวิตนี้ก็เพียงพอแล้ว...

...ใคร่ครวญทบทวนธรรมเป็นคำกวี...
...อยู่กับโลก ด้วยธรรม นำความคิด
ปรับชีวิต เข้ากับธรรม นำเหตุผล
มีสติ ระลึกทั่ว ทั้งตัวตน
วิญญูชน คือคนที่ ต้องมีธรรม
...พึงพอใจ ในสิ่ง ที่ตนมี
ความพอดี พอเพียง มาหนุนค้ำ
ไม่ปล่อยใจ ให้ความโลภ เข้าครอบงำ
สิ่งที่ทำ สิ่งที่ได้ ใจเพียงพอ
...ทำหน้าที่ ของตน ให้เต็มที่
อย่าให้มี จิตใจ ที่ย่อท้อ
อย่าเพียงหวัง โชคชะตา ตั้งตารอ
เพียงแต่ขอ แต่ไม่ทำ กรรมของคน
...เพียงหวังพึ่ง เทวดา และอาจารย์
อยากให้ท่าน มาช่วย อำนวยผล
นั่งงอมือ งอเท้า ไม่ดิ้นรน
รอกุศล จากครูบา และอาจารย์
...ความสำเร็จ จะเกิดได้ ต้องหมายมั่น
ต้องช่วยกัน ทำกิจ คิดประสาน
ทั้งภายนอก และภายใน ให้ทันการ
ผลของงาน นั้นจึงออก น่าพอใจ
....ตนเองนั้น ต้องช่วย ตนเองก่อน
บุญจะย้อน กลับมา หาเราใหม่
บารมี ครูอาจารย์ ท่านให้ไป
ส่งผลให้ ได้พบ ประสพดี
...ประสพสุข สำเร็จ เพราะเสร็จกิจ
นำชีวิต ก้าวไป ได้ถูกที่
ทั้งทางโลก และทางธรรม นำชีวี
ก็จะมี แต่ความสุข ไม่ทุกข์เอย....

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม...
...๖ มีนาคม ๒๕๖๕...
26
ไหว้ครูบูรพาจารย์ / ไหว้ครูปี 2565
« กระทู้ล่าสุด โดย โยคี เมื่อ 05 มี.ค. 2565, 12:58:23 »
เหรียญพิธีไหว้ครูประจำปี                                                   
วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565
เนื้อทองคำ                      สร้าง 1 เหรียญ
เนื้อเงินหลังหลวงพ่อเปิ่น สร้าง 38 เหรียญ
เนื้อเงินหลังจาร               สร้าง 19 เหรียญ
เนื้อนวะ                           สร้าง  19 เหรียญ
เนื้อทองแดงลงสี             สร้าง  1000 เหรียญ
เนื้อทองแดงชุบทอง        สร้าง  2000 เหรียญ
เนื้อทองแดงรมดำ           สร้าง   20000 เหรียญ
27


...เรียงร้อยธรรมไปตามกาล บทที่ ๔...

...ถ้าอยากให้สิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นกับตัวเรา
เราก็ต้องมาทำเครื่องรับของเราให้มันดี
คือมาปรับจิตปรับใจของเราให้มันดี
คือทำจิตทำใจให้เป็นบุญกุศลเสียก่อน
เมื่อกายและใจของเรานั้นอยู่กับบุญ
กุศลแล้ว สิ่งที่ดีย่อมบังเกิดขึ้นแก่เรา
เพราะใจเรานั้นเป็นสื่อที่จะดึงดูด
สิ่งที่ดีให้มาสู่กายและจิตของเรา
ในทางตรงข้ามกัน ถ้าจิตใจของเรา
ไม่ดีเป็นอกุศลจิต มันก็จะดูดเอา
สิ่งที่ไม่ดีสิ่งที่เป็นอกุศลนั้น เข้ามา
สู่ตัวเราเพราะคลื่นที่เราส่งออกไปนั้น
มันไม่ดีและเครื่องรับของเรามันไม่ดี
มันจึงรับเอาคลื่นที่ไม่ดี ทุกอย่างจึง
เริ่มที่จิตของเรา คิดดี พูดดี ทำดี

แล้วสิ่งที่ดีก็จะเกิดขึ้นแก่เรา...
...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม...
...๕ มีนาคม ๒๕๖๕...
28
บทความ บทกวี / ...รำพึงธรรมตามรายทาง บทที ๔...
« กระทู้ล่าสุด โดย เว็บมาสเตอร์... เมื่อ 05 มี.ค. 2565, 06:32:11 »


...รำพึงธรรมตามรายทาง บทที ๔...

...บทบาทและหน้าที่ของชีวิต...
...ความสำเสร็จของชีวิต
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพย์สินเงินทอง
เป็นตัวชี้วัดความรวยหรือความจน
แต่มันอยู่ที่ความสุขความพอใจ
ในสิ่งที่มีและสิ่งที่เป็นว่าใครนั้น
จะมีมากน้อยกว่ากันเพียงใด
ความสำเร็จนั้นเกิดได้เมื่อใจนั้นพอ...
...แต่สิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต
คือการรู้จักใช้ชีวิตให้อยู่กับความพอดี
ต้องใช้ให้น้อยกว่ารายรับที่ได้มา
ชีวิตนี้จึงจะมีเหลือมากกว่าขาด
คนที่จนนั้นจะยิ่งจนเพราะทำตัวรวย
คนที่รวยนั้นยิ่งรวยเพราะทำตัวจน.....
...ดำเนินชีวิตให้เป็นปกติในความพอดี
รู้จักบทบาทและทำตามหน้าที่ของตน
อย่าได้สับสนในบทบาทของชีวิต
พึงพอใจในสิ่งที่มีและในสิ่งที่เป็น
มีความเพียรพยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ดำเนินชีวิตไปตามทำนองคลองธรรม
แล้วความสำเร็จนั้นจะเกิดกับคุณเอง...

...ดอกบัวบาน งามเด่น เป็นสง่า
เสียงนกกา ขับขาน กังวานใส
วันเวลา แห่งชีวิต ล่วงเลยไป
เช้าวันใหม่ ตื่นขึ้นมา รับอรุณ
...อรุณรุ่ง เรืองรอง แสงทองส่อง
นั่งเหม่อมอง พาใจ ให้อบอุ่น
ธรรมชาติ สรรค์สร้าง อย่างสมดุลย์
ธรรมชาติ มีคุณ เกินบรรยาย
...สายลมพัด โชยมา จากชายเขา
ลมแผ่วเบา พัดมา เมื่อยามสาย
สายลมเย็น พัดผ่าน ให้สบาย
ลมต้องกาย สบายใจ ไร้กังวล
...นั่งทบทวน ชีวิต ที่ผ่านมา
มองหาค่า ควรคู่ ซึ่งเหตุผล
นับเป็นบุญ ที่ได้เกิด มาเป็นคน
เป็นกุศล ได้สร้าง เส้นทางดี
...ชีวิตนี้ ไม่ยืนยาว อย่างที่คิด
ควรจะใช้ ชีวิต ให้ถูกที่
ทำชีวิต ให้พอเพียง และพอดี
ทุกอย่างมี เหตุและผล ค้นให้เจอ
...ช่วงเวลา ของชีวิต ที่เหลืออยู่
ควรเรียนรู้ สร้างสรรค์ อยู่เสมอ
อย่าประมาท ปล่อยใจ ให้พลั้งเผลอ
สิ่งที่เจอ ควรคิด พิจารณา
...ทุกสิ่งอย่าง อยู่ใน พระไตรลักษณ์
ไปตามหลัก ที่ได้เห็น และศึกษา
มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วจากลา
อนิจจา ทุกขัง อนัตตา
...อย่าประมาท ในวัย ที่เหลืออยู่
เร่งกอบกู้ ให้ชีวิต มีเนื้อหา
อย่ามัวรอ โอกาส และเวลา
วันข้างหน้า อาจไม่มี ให้ได้เจอ....

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๕ มีนาคม ๒๕๖๕...
29


...เรียงร้อยธรรมไปตามกาล บทที่ ๓...

...มองย้อนกลับไป หลายปีที่ผ่านไป
เราได้เห็นอะไรมากมาย ได้จดบันทึกไว้
และเมื่อเราได้นำบันทึกเก่าๆกลับมาอ่าน
ได้เห็นถึงพัฒนาการของจิต ความรู้สึก
นึกคิดที่แปรเปลี่ยนไป ซึ่งเกิดจากการ
สั่งสมอบรมจิตอย่างต่อเนื่องไม่ทิ้งธุระ
ไม่ละศรัทธา พิจารณาอยู่เนืองนิจ จิตจึง
ได้พัฒนา ความเจริญก้าวหน้านั้น
ต้องประกอบด้วยปัจจัย ๔ ที่เรียกว่า
อิทธิบาท ๔ อันประกอบด้วย...
๑.ฉันทะ ความยินดีพึงพอใจในสิ่ง
ที่กระทำ(ทำในสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ใช่)
๒.วิริยะ ความเพียรพยายามทำใน
สิ่งนั้น (คือสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ใช่)
๓.จิตตะ ไม่ละความเพียรพยายาม
ทำอยู่สม่ำเสมอไป(ในสิ่งที่ชอบและ
สิ่งที่ใช่)
๔.วิมังสา พิจารณา ใคร่ครวญ ทบทวน
ในสิ่งที่ทำ ว่ามันเป็นเช่นไร (ในสิ่งที่ชอบ
และสิ่งที่ใช่) แล้วเราจะเห็นความแปร
เปลี่ยนไปทั้งในความเสื่อมและความ
เจริญ ด้วยองค์แห่งอิทธิบาท ๔ ซึ่งถ้า
มีความพอดีก็จะนำไปสู่ความเจริญ
แต่ถ้าตัวใดขาดหรือตัวใดเกิน จนเกิด
ความไม่พอดี ก็จะไม่มีการพัฒนา
ก้าวหน้าเจริญขึ้นได้ และเมื่อไหร่ที่
ความเจริญในธรรมนั้นไม่ก้าวหน้า
ให้กลับมาพิจารณาที่ " อิทธิบาท ๔ "
เพราะคำนี้แปลว่าทางสู่ความสำเร็จ....

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม...
...๔ มีนาคม ๒๕๖๕...
30
บทความ บทกวี / ...รำพึงธรรมตามรายทาง บทที่ ๓...
« กระทู้ล่าสุด โดย เว็บมาสเตอร์... เมื่อ 04 มี.ค. 2565, 06:26:17 »


...รำพึงธรรมตามรายทาง บทที่ ๓...

...บทบาทและหน้าที่ของชีวิต...
...ความสำเสร็จของชีวิต
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพย์สินเงินทอง
เป็นตัวชี้วัดความรวยหรือความจน
แต่มันอยู่ที่ความสุขความพอใจ
ในสิ่งที่มีและสิ่งที่เป็นว่าใครนั้น
จะมีมากน้อยกว่ากันเพียงใด
ความสำเร็จนั้นเกิดได้เมื่อใจนั้นพอ...
...แต่สิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต
คือการรู้จักใช้ชีวิตให้อยู่กับความพอดี
ต้องใช้ให้น้อยกว่ารายรับที่ได้มา
ชีวิตนี้จึงจะมีเหลือมากกว่าขาด
คนที่จนนั้นจะยิ่งจนเพราะทำตัวรวย
คนที่รวยนั้นยิ่งรวยเพราะทำตัวจน.....
...ดำเนินชีวิตให้เป็นปกติในความพอดี
รู้จักบทบาทและทำตามหน้าที่ของตน
อย่าได้สับสนในบทบาทของชีวิต
พึงพอใจในสิ่งที่มีและในสิ่งที่เป็น
มีความเพียรพยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ดำเนินชีวิตไปตามทำนองคลองธรรม
แล้วความสำเร็จนั้นจะเกิดกับคุณเอง...

...ดอกบัวบาน งามเด่น เป็นสง่า
เสียงนกกา ขับขาน กังวานใส
วันเวลา แห่งชีวิต ล่วงเลยไป
เช้าวันใหม่ ตื่นขึ้นมา รับอรุณ
...อรุณรุ่ง เรืองรอง แสงทองส่อง
นั่งเหม่อมอง พาใจ ให้อบอุ่น
ธรรมชาติ สรรค์สร้าง อย่างสมดุลย์
ธรรมชาติ มีคุณ เกินบรรยาย
...สายลมพัด โชยมา จากชายเขา
ลมแผ่วเบา พัดมา เมื่อยามสาย
สายลมเย็น พัดผ่าน ให้สบาย
ลมต้องกาย สบายใจ ไร้กังวล
...นั่งทบทวน ชีวิต ที่ผ่านมา
มองหาค่า ควรคู่ ซึ่งเหตุผล
นับเป็นบุญ ที่ได้เกิด มาเป็นคน
เป็นกุศล ได้สร้าง เส้นทางดี
...ชีวิตนี้ ไม่ยืนยาว อย่างที่คิด
ควรจะใช้ ชีวิต ให้ถูกที่
ทำชีวิต ให้พอเพียง และพอดี
ทุกอย่างมี เหตุและผล ค้นให้เจอ
...ช่วงเวลา ของชีวิต ที่เหลืออยู่
ควรเรียนรู้ สร้างสรรค์ อยู่เสมอ
อย่าประมาท ปล่อยใจ ให้พลั้งเผลอ
สิ่งที่เจอ ควรคิด พิจารณา
...ทุกสิ่งอย่าง อยู่ใน พระไตรลักษณ์
ไปตามหลัก ที่ได้เห็น และศึกษา
มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วจากลา
อนิจจา ทุกขัง อนัตตา
...อย่าประมาท ในวัย ที่เหลืออยู่
เร่งกอบกู้ ให้ชีวิต มีเนื้อหา
อย่ามัวรอ โอกาส และเวลา
วันข้างหน้า อาจไม่มี ให้ได้เจอ....

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๔ มีนาคม ๒๕๖๕...
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8 9 10