กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10
51
บทความ บทกวี / ...เรียงร้อยธรรมไปตามกาล ปฐมบท...
« กระทู้ล่าสุด โดย เว็บมาสเตอร์... เมื่อ 03 มี.ค. 2565, 06:53:49 »


...เรียงร้อยธรรมไปตามกาล ปฐมบท...

...ธรรมะทั้งหลายเป็นเรื่องใกล้ตัว
และทุกท่านก็ได้ปฏิบัติอยู่ในกิจวัตร
ประจำวันอยู่แล้ว เพราะว่าการ
ปฏิบัติธรรมนั้น คือการทำหน้าที่
ของตนให้สมบูรณ์ ตามหลักของ
มรรคองค์ ๘ มีสติระลึกรู้อยู่ในสิ่ง
ที่คิดและกิจที่ทำ มีองค์แห่งคุณธรรม
คือความละอายและเกรงกลัวต่อ
บาปกรรมคุ้มครองจิตอยู่ ก็ได้ชื่อว่า
ผู้นั้นกำลังปฏิบัติธรรมอยู่...

...บนเส้นทาง ของชีวิต ที่ผิดพลาด
เพราะประมาท มัวเมา และลุ่มหลง
สิ่งไม่ดี ทั้งหลาย ให้มึนงง
มันจึงส่ง ผลมา หาร่างกาย

...เพราะมัวเมา เหล้ายา สารพัด
จิตอ่อนหัด ไม่รู้เห็น ในความหมาย
ว่าที่ทำ นั้นเป็นภัย ต่อร่างกาย
เกือบจะสาย ก่อนที่จิต คิดได้ทัน

...คิดว่าเป็น ทางสุข กลับทุกข์หนัก
ไม่รู้จัก ความดีชั่ว เพราะโมหัน
หลงในกิน กามเกียรติ ทุกคืนวัน
สารพัน สารพัด ที่จัดมา

...ไม่รู้จัก บาปบุญ คุณและโทษ
ถือประโยชน์ ส่วนตน เป็นเนื้อหา
ทำอย่างไร ให้ได้มี และได้มา
สนองตอบ ตัณหา ของตัวตน

...จนวันหนึ่ง ได้รู้ซึ้ง ถึงทางจิต
มีความคิด และเข้าใจ ในเหตุผล
จึงถอนตัว ออกห่าง ทางมืดมน
ไปสู่หน ทางใหม่ ไม่กลับมา

...ละทางโลก สู่ทางธรรม น้อมนำจิต
เปลี่ยนความคิด มุมมอง และเนื้อหา
เข้าสู่การ ลดละ ซึ่งอัตตา
ใช้ปัญญา มองสิ่งเห็น ให้เป็นธรรม

...ทุกอย่างนั้น เกิดจาก จิตสำนึก
ความรู้สึก ส่วนใน ไม่ใฝ่ต่ำ
กระตุ้นเตือน ความคิด และชี้นำ
คิดแล้วทำ ตามจิต ที่คิดดี

...ความคิดนั้น เป็นเพียง นามธรรม
จึงต้องนำ มาทำ ให้เต็มที่
รูปธรรม ทำให้เห็น และให้มี
ทำให้ดี ตามที่จิต นั้นคิดมา....

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๒ มีนาคม ๒๕๖๕...
52
บทความ บทกวี / ...รำพึงธรรมตามรายทาง บทที่ ๒...
« กระทู้ล่าสุด โดย เว็บมาสเตอร์... เมื่อ 03 มี.ค. 2565, 06:41:39 »


...รำพึงธรรมตามรายทาง บทที่ ๒...

...การปฏิบัติธรรม เป็นการกระทำที่
เริ่มจากจิต จากความคิด แล้วแสดง
ออกมาซึ่งทางกาย การปฏิบัติธรรมนั้น
มิใช่เป็นไปเพื่อความโอ้อวด เพื่อให้
ผู้อื่นเขายกย่องสรรเสริญชื่นชม
แต่เป็นการอบรมกายและจิตของเรา
โดยมีสติและสัมปชัญญะควบคุมอยู่
มีความระลึกรู้และมีความรู้ตัวทั่วพร้อม
ในกายในจิตในความคิดและการกระทำ
เพิ่มพูนคุณธรรมให้แก่จิต ปรับเปลี่ยน
ความคิดเพื่อให้จิตเป็นบุญกุศล
ไม่เอาแต่ความคิดตนมาเป็นใหญ่
เปิดจิตเปิดใจ ให้เปิดกว้าง พิจารณา
ทุกอย่างโดยเหตุและผล ไม่เห็นแก่
ประโยชน์ตนจนเกินไป รู้จักการให้
และการแบ่งปัน สิ่งที่กล่าวมานั้นคือ
การปฏิบัติธรรม...
๐ มีคำถาม มากมาย ให้ขบคิด
ถามเรื่องจิต เรื่องกาย เพราะอยากรู้
จงบอกว่า ถ้าสงสัย ให้ทำดู
แล้วจะรู้ กายจิต คิดอย่างไร
๐ อจินไตย คิดไป ก็ปวดหัว
มาดูตัว ดูจิต แล้วคิดใหม่
ดูให้รู้ ดูให้เห็น เป็นอย่างไร
ให้รู้ใจ รู้กาย รู้จิตตัว
๐ จิตส่งออก สมุทัย ให้เกิดทุกข์
จิตเป็นสุข เพราะรู้พร้อม น้อมไปทั่ว
มีสติ ระลึกรู้ อยู่กับตัว
รู้ดีชั่ว สิ่งที่จิต ควรคิดทำ
๐ อันกายนี้ อยู่ไม่นาน ก็ต้องดับ
เหมือนอาทิตย์ ลาลับ ในยามค่ำ
ต้องเวียนว่าย ตายเกิด อยู่ประจำ
สิ่งที่นำ ติดตัวไป ใช่เงินทอง
๐ สิ่งที่ตาม ติดไป ในดวงจิต
คือนิมิต แห่งกรรม นำสนอง
ถ้าจิตดี ก็มีสุข อยู่คุ้มครอง
จิตเศร้าหมอง ก็ต้องทุกข์ ไม่สุขใจ
๐ รู้อะไร ก็ไม่สู้ เท่ารู้จิต
รู้ถูกผิด ดีและชั่ว แล้วแก้ไข
เจริญจิต ภาวนา พาสุขใจ
ทำจิตไร้ อกุศล เป็นต้นทุน
๐ คือต้นทุน ชีวิต นิมิตหมาย
เมื่อยามตาย ความดี มีเกื้อหนุน
มีกรรมดี คือกุศล เป็นผลบุญ
ช่วยค้ำจุน ส่งจิต นิมิตดี
๐ อย่าสงสัย ในสิ่ง ไร้สาระ
ควรลดละ ความคิด ชนิดนี้
ความสงสัย คือนิวรณ์ ถอนความดี
จิตไม่มี สมาธิ เพราะนิวรณ์
๐ เมื่อสงสัย ก็ต้องทำ นำพิสูจน์
อย่าเพียงพูด เพียงคิด จิตสังหรณ์
ต้องลองทำ ศึกษา ตามขั้นตอน
เพื่อจะถอน ความสงสัย ให้มันคลาย
๐ ไม่มีใคร รู้ซึ้ง เท่าหนึ่งจิต
สิ่งที่คิด จิตใจ ในเป้าหมาย
คิดอะไร ก็ให้รู้ อยู่กับกาย
ไม่วุ่นวาย ควบคุมจิต ให้คิดดี
๐ คิดให้ดี คิดให้เห็น เช่นที่คิด
ไม่เป็นพิษ เป็นภัย ในทุกที่
ควบคุมจิต ให้คิด แต่สิ่งดี
ทำอย่างนี้ แล้วจิต จะสบาย
๐ สบายใจ คือสบาย ทั้งกายจิต
นั่นคือกิจ ที่ทำ ตามเป้าหมาย
เพราะคิดดี มีสติ อยู่กับกาย
ไม่วุ่นวาย เพราะจิต นั้นคิดดี...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๓ มีนาคม ๒๕๖๕...
53
บทความ บทกวี / ...รำพึงธรรมตามรายทาง ปฐมบท...
« กระทู้ล่าสุด โดย เว็บมาสเตอร์... เมื่อ 02 มี.ค. 2565, 08:16:40 »


...รำพึงธรรมตามรายทาง ปฐมบท...

...การปฏิบัติธรรม เป็นการกระทำที่
เริ่มจากจิต จากความคิด แล้วแสดง
ออกมาซึ่งทางกาย การปฏิบัติธรรมนั้น
มิใช่เป็นไปเพื่อความโอ้อวด เพื่อให้
ผู้อื่นเขายกย่องสรรเสริญชื่นชม
แต่เป็นการอบรมกายและจิตของเรา
โดยมีสติและสัมปชัญญะควบคุมอยู่
มีความระลึกรู้และมีความรู้ตัวทั่วพร้อม
ในกายในจิตในความคิดและการกระทำ
เพิ่มพูนคุณธรรมให้แก่จิต ปรับเปลี่ยน
ความคิดเพื่อให้จิตเป็นบุญกุศล
ไม่เอาแต่ความคิดตนมาเป็นใหญ่
เปิดจิตเปิดใจ ให้เปิดกว้าง พิจารณา
ทุกอย่างโดยเหตุและผล ไม่เห็นแก่
ประโยชน์ตนจนเกินไป รู้จักการให้
และการแบ่งปัน สิ่งที่กล่าวมานั้นคือ
การปฏิบัติธรรม...
๐ มีคำถาม มากมาย ให้ขบคิด
ถามเรื่องจิต เรื่องกาย เพราะอยากรู้
จงบอกว่า ถ้าสงสัย ให้ทำดู
แล้วจะรู้ กายจิต คิดอย่างไร
๐ อจินไตย คิดไป ก็ปวดหัว
มาดูตัว ดูจิต แล้วคิดใหม่
ดูให้รู้ ดูให้เห็น เป็นอย่างไร
ให้รู้ใจ รู้กาย รู้จิตตัว
๐ จิตส่งออก สมุทัย ให้เกิดทุกข์
จิตเป็นสุข เพราะรู้พร้อม น้อมไปทั่ว
มีสติ ระลึกรู้ อยู่กับตัว
รู้ดีชั่ว สิ่งที่จิต ควรคิดทำ
๐ อันกายนี้ อยู่ไม่นาน ก็ต้องดับ
เหมือนอาทิตย์ ลาลับ ในยามค่ำ
ต้องเวียนว่าย ตายเกิด อยู่ประจำ
สิ่งที่นำ ติดตัวไป ใช่เงินทอง
๐ สิ่งที่ตาม ติดไป ในดวงจิต
คือนิมิต แห่งกรรม นำสนอง
ถ้าจิตดี ก็มีสุข อยู่คุ้มครอง
จิตเศร้าหมอง ก็ต้องทุกข์ ไม่สุขใจ
๐ รู้อะไร ก็ไม่สู้ เท่ารู้จิต
รู้ถูกผิด ดีและชั่ว แล้วแก้ไข
เจริญจิต ภาวนา พาสุขใจ
ทำจิตไร้ อกุศล เป็นต้นทุน
๐ คือต้นทุน ชีวิต นิมิตหมาย
เมื่อยามตาย ความดี มีเกื้อหนุน
มีกรรมดี คือกุศล เป็นผลบุญ
ช่วยค้ำจุน ส่งจิต นิมิตดี
๐ อย่าสงสัย ในสิ่ง ไร้สาระ
ควรลดละ ความคิด ชนิดนี้
ความสงสัย คือนิวรณ์ ถอนความดี
จิตไม่มี สมาธิ เพราะนิวรณ์
๐ เมื่อสงสัย ก็ต้องทำ นำพิสูจน์
อย่าเพียงพูด เพียงคิด จิตสังหรณ์
ต้องลองทำ ศึกษา ตามขั้นตอน
เพื่อจะถอน ความสงสัย ให้มันคลาย
๐ ไม่มีใคร รู้ซึ้ง เท่าหนึ่งจิต
สิ่งที่คิด จิตใจ ในเป้าหมาย
คิดอะไร ก็ให้รู้ อยู่กับกาย
ไม่วุ่นวาย ควบคุมจิต ให้คิดดี
๐ คิดให้ดี คิดให้เห็น เช่นที่คิด
ไม่เป็นพิษ เป็นภัย ในทุกที่
ควบคุมจิต ให้คิด แต่สิ่งดี
ทำอย่างนี้ แล้วจิต จะสบาย
๐ สบายใจ คือสบาย ทั้งกายจิต
นั่นคือกิจ ที่ทำ ตามเป้าหมาย
เพราะคิดดี มีสติ อยู่กับกาย
ไม่วุ่นวาย เพราะจิต นั้นคิดดี...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๒ มีนาคม ๒๕๖๕...
54


...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม บทที่ ๑๐๐...

...นรกหรือสวรรค์ นั้นเป็นสิ่งที่
ยังไม่เห็นในวันนี้ แต่สิ่งที่เห็นและ
เป็นอยู่คือความสุขและความทุกข์
ทั้งหลาย ที่เราสัมผัสได้ในปัจจุบัน
ทำอย่างไรที่เราจะอยู่กับมันให้ได้
และต้องอยู่เหนือมัน ทำอย่างไร
ให้ใจของเรานั้น จะไม่สับสนและ
วุ่นวาย นั้นคือสิ่งที่เราต้องทำ
ในวันนี้ เป็นสิ่งที่เห็นและสัมผัสได้
ถ้าคุณคิดที่จะทำ...

...ลำนำคำกวีชี้บาปบุญ...
..."สวรรค์ อยู่ในอก
และนรก อยู่ในใจ "
เราทำ สิ่งใดไว้
รู้แก่ใจ ของเราเอง
...ดีชั่ว ตัวกำหนด
จะละลด ควรรีบเร่ง
ความชั่ว จงกลัวเกรง
อย่าอวดเบ่ง เพราะถือดี
...บาปกรรม อันน้อยนิด
จะตามติด ไปทุกที่
ส่งผล ทางไม่ดี
ให้เรามี ความทุกข์ใจ
...ความดี ควรรีบทำ
เพื่อจะนำ จิตสดใส
ความดี ที่ทำไป
ส่งผลให้ ได้เจริญ
...เมื่อใจ ไม่คิดชั่ว
และทำตัว น่าสรรเสริญ
พาใจ ให้เพลิดเพลิน
จิตเจริญ ในทางธรรม
...มองโลก ในแง่ดี
ก็จะมี ความสุขล้ำ
ความชั่ว ไม่ครอบงำ
ก็จะทำ แต่สิ่งดี
...สิ่งดี เริ่มที่จิต
อยู่ที่คิด ไม่ผิดที่
คิดดี และทำดี
เพียงเท่านี้ ดีก็มา
...ใจดี ก็มีสุข
เพราะว่าทุกข์ ไม่มาหา
ใจสุข ภาวนา
เกิดปัญญา เห็นความจริง
...ความจริง ของชีวิต
เห็นเมื่อจิต นั้นอยู่นิ่ง
มองเห็น สรรพสิ่ง
เห็นความจริง คือเห็นธรรม...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๑ มีนาคม ๒๕๖๕...
55


...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม บทที่ ๙๙...

...ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น ล้วนแล้วมีที่มา
และมีที่ไป มีเหตุและปัจจัยในการเกิดขึ้น
ตั้งอยู่ แล้วดับไป มีการเสื่อมสลายไป
ตามกาลเวลา มิอาจจะตั้งอยู่ได้นาน
ตลอดไป
...บุคคลจึงควรทำใจให้รับกับสภาพ
ที่จะแปรเปลี่ยนไปทั้งหลายนั้นให้ได้
อย่าไปยึดติดมากเกินไปกับภาพ
แห่งอดีตทั้งหลายที่ได้จดจำมา
เพราะกาลเวลานั้นได้ผ่านเลยไป
สิ่งทั้งหลายย่อมแปรเปลี่ยนตาม
ซึ่งเราไม่อาจห้ามไม่ให้มันเปลี่ยน
แปลงไปไม่ได้ เพราะทุกสรรพสิ่ง
ในโลกนี้ย่อมเป็นไปตามกฎของ
พระไตรลักษณ์ คือความไม่เทียงแท้
ที่นำมาให้เกิดความทุกข์ทั้งหลาย
เพราะไม่อาจจะเข้ายึดถือให้มัน
คงสภาพอยู่เช่นเดิมตลอดไปได้
ทุกอย่างย่อมจะเปลี่ยนแปลงไป
ไม่มากไม่น้อยตามระยะเวลา
...บุคคลจึงควรฝึกทำใจให้รับได้กับ
สภาพที่จะเกิดขึ้นได้ต่อการสูญเสีย
การพลัดพราก การจากไปและการ
เสื่อมสลายที่จะมาถึง ซึ่งวันหนึ่งนั้น
ย่อมจะต้องเกิดขึ้นกับเราและเมื่อเรา
ทำใจยอมรับได้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้น
เมื่อถึงวันที่สิ่งนั้นมาถึง ใจของเรานั้น
ย่อมจะทุกข์น้อยลง...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม...
...๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕...
56


...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม บทที่ ๙๘...

...สมัยที่เริ่มปฏิบัติธรรมใหม่ๆอยากมี
ฤทธิ์เดชปาฏิหาริย์จึงฝึกจิตเชิงพลังงาน
ทำให้จิตนั้นหยาบกระด้าง อวดดี
มีทิฏฐิมานะแรงกล้า ใช้จิตในทางที่ผิด
ลบหลู่ครูบาอาจารย์หลงติดอยู่กับ
อิทธิปาฏิหาริย์ ชื่นชมอยู่กับสิ่งนั้น
คนอื่นๆก็พลอยชื่นชม ก่อเกิดลาภ
สักการะและชื่อเสียง หลงทางไปสู่
ความเสื่อมในธรรม จนวันหนึ่งได้คิด
พิจารณา ถึงจุดหมายปลายทางของ
การเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา
ว่าที่สุดแล้วเรานั้นปรารถนาสิ่งใด
สิ่งที่ผ่านมานั้นใช่หรือไม่ จึงได้เข้าใจ
ว่าเรานั้นยังไม่ได้ขวนขวายเพื่อ
ความสิ้นไปแห่งกิเลสตัณหา
เพราะจุดหมายปลายทางของ
พระพุทธศาสนานั้นคือ วิมุตติ
ความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง
ไม่ใช่เรื่องฤทธิ์เดชปาฏิหาริย์
ซึ่งมันเป็นเพียผลพลอยได้ของการ
เจริญสมาธิ เป็นเพียงบาทฐานไปสู่
ปัญญาและไปสู่วิมุตติความหลุดพ้น
ต่อไป แต่สิ่งเหล่านั้นถ้ารู้จักนำมาใช้
ก็จะมีประโยชน์มากมายในการเผยแผ่
พระพุทธศาสนา เพราะจะเป็นเครื่องมือ
ที่ใช้กับผู้ที่ยังกระด้าง อวดดี
ยังมีทิฏฐิมานะที่แรงกล้าให้เกิดความ
เลื่อมใสศรัทธา ได้เข้ามาใกล้ชิดธรรม...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕...
57



...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม บทที่ ๙๗...

...เมื่อยังไม่ถึงกาลเวลาที่เหมาะสม
จิตย่อมเข้าไม่ถึงธรรม
จึงยากที่จะอธิบายให้เข้าใจได้
อดทนรอให้เขามีความพร้อม
จึงกล่าวธรรม...

...ตราบใดที่ยังมีหนทางไป
ใจย่อมไม่นึกถึงพระธรรม
แต่เมื่อคุณชอกช้ำ
พระธรรมคือที่พึ่งสำหรับคุณ....

...กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป
ไม่มีเวลาที่จะสิ้นสุด
แต่จิตของมนุษย์
สิ้นสุดได้ ถ้ารู้จักพอ...

...ชีวิตคือการเดินทาง
ทุกย่างก้าวที่เราเดินผ่าน
คือตำนานของชีวิต
ที่เราลิขิตขึ้นมาเอง
ไม่ใช่โชคชะตา ไม่ใช่ฟ้าลิขิต
ไม่ใช่นิมิตแห่งสรวงสวรรค์
ไม่ใช่เทพหรือพรหมนั้นบันดาล
แต่สิ่งที่ชีวิตต้องประสพพบพาน
ล้วนแล้วเกิดมาจากกรรม...

...เมื่อใจเรายอมรับ
ในอุปสรรคและปัญหาที่เข้ามา
มันก็ไม่อาจทำให้เราทุกข์
หรือเมื่อในยามที่เราสุขสมหวัง
ก็ไม่อาจทำให้เราหลงระเริง
เพราะเราเข้าใจในชีวิต
ที่ถูกลิขิตบนเส้นทางพระไตรลักษณ์
เดินอยู่บนหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สิ่งที่นำมาและติดตัวไปได้
สิ่งนั้นไซร้คือกรรมที่ทำมา...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕...
58


...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม บทที่ ๙๖...

...การทำงานทุกอย่างนั้นต้องมี
แผนงาน มีแบบแผนและโครงสร้าง
ที่เราต้องวางไว้ล่วงหน้า ซึ่งที่ผ่าน
มานั้นเกิดจากการคิดและวิเคราะห์หาความเหมาะสมกับเวลา โอกาส
สถานที่ บุคคล เอามาเป็นเหตุ
และผลของการกำหนดแผนงาน
วางใจให้เป็นกลาง มองทุกอย่าง
โดยความเป็นจริง ไม่เอาความคิด
ของตนเองมาเป็นบรรทัดฐานใน
การคิดและวิเคราะห์ เพื่อให้เกิด
ความเหมาะสมกับเหตุและปัจจัย
ที่มีและเป็นอยู่ คิดงานจากพื้นฐาน
ที่มีอยู่ " คือคิดได้และทำได้ด้วย "
ไม่ใช่คิดไปแบบจินตนาการคือการ
ที่คิดได้แต่ทำไม่ได้ เพราะขาดซึ่ง
เหตุและปัจจัย มันเป็นเพียงความคิด
ความฝันที่เลื่อนลอย ไม่สามารถทำ
ให้เป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ แต่ถ้าเรา
คิดงานจากเหตุและปัจจัยที่มีอยู่
สิ่งที่เราคิดนั้นสามารถที่จะทำให้เป็น
รูปธรรมได้ขึ้นมาทันที เพราะคิดจาก
สิ่งที่มีและที่เป็น ไม่ได้ไปคอยเหตุ
และปัจจัยในอนาคตที่ยังไม่มีและยัง
ไม่มา สิ่งที่คิดจึงสามารถที่จะทำได้
สิ่งที่สำคัญในการคิดก็คือการรู้จัก
กำลังของตนเอง รู้ประมาณในกำลัง
ความรู้ความสามารถและโอกาส
ที่ตนมี ไม่ทำในสิ่งที่เกินกำลังของ
ตนเอง เพราะการทำงานที่เกินกำลัง
ของตนเองนั้นอาจนำมาซึ่งความ
ทุกข์กายและทุกข์ใจ....

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕...
59


...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม บทที่ ๙๕...

...บริหารกาย บริหารจิต จัดตารางชีวิต
ก้าวไปบนสายทางแห่งโลกและธรรม
ซึ่งต้องเป็นไปโดยพร้อมกัน ตราบใดที่
ยังไม่บรรลุซึ่งโลกุตรธรรม...

...ชีวิตมันเป็นเช่นนั้นเอง...

๐ มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับ
หมุนสลับ กันไป ทุกแห่งหน
เพราะว่ายัง เวียนว่าย ในวังวน
ยังไม่พ้น จากวัฏฏะ สังขารา

๐ เก่าดับไป สิ่งใหม่ ก็แทนที่
เป็นอย่างนี้ มานาน กันหนักหนา
เพราะโลกนี้ ล้วนแล้ว แต่มายา
จึงเวียนว่าย กันมา ไม่หมดกรรม

๐ เมื่อมีเกิด ก็ย่อม จะมีดับ
เปลี่ยนสลับ กันไป ให้น่าขำ
เพราะกิเลส ตัณหา ชักพานำ
ก่อเกิดกรรม เวียนว่าย ในสายธาร

๐ คือสายธาร ของมนุษย์ ไม่หลุดพ้น
จึงเวียนวน เกิดดับ กับสังขาร
ไม่สิ้นสุด เวียนว่าย มานมนาน
คือสังขาร วัฏฏะ ที่หมุนวน

๐ แต่แนวทาง พุทธะ นั้นละได้
โดยฝึกใจ ให้ชอบ ประกอบผล
ละกิเลส ตัณหา และตัวตน
ก็หลุดพ้น จากกรรม ที่ทำมา

๐ ไม่ต้องกลับ มาเกิด ประเสริฐสุด
ก็เพราะหลุด จากกิเลส และตัณหา
เพราะเห็นทุกข์ เห็นภัย ในมายา
ละอัตตา ละมานะ ละตัวตน

๐ ไม่ก่อกรรม ทำบาป ที่หยาบช้า
ปรารถนา อยู่กับ บุญกุศล
เพิ่มกำลัง บารมี ให้แก่ตน
และฝึกฝน เจริญจิต ภาวนา

๐ มีสติ อยู่กับตัว รู้ทั่วพร้อม
แล้วก็น้อม ตั้งจิต ปรารถนา
ดูความคิด ดูกาย ที่เป็นมา
ให้ปัญญา เห็นทุกข์ และเข้าใจ

๐ เมื่อเห็นทุกข์ เห็นธรรม เพราะทำจิต
เปลี่ยนความคิด ตั้งจิต กับสิ่งใหม่
อยู่กับธรรม มีธรรม ประจำใจ
ก้าวเดินไป ตามทางธรรม พระสัมมา

๐ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ
เอาเป็นเหตุ ฝึกฝน และค้นหา
เพื่อให้เกิด สมาธิ และปัญญา
จะนำพา ชีวิต พ้นวังวน...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม...
...๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕...
60


...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม บทที่ ๙๔...

...การฝึกจิตนั้นต้องกระทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ไม่มีเวลาหยุดพัก เพราะการเจริญสติ
นั้นต้องทำในทุกโอกาส เพื่อให้สติ
นั้นมีกำลังเพิ่มยิ่งๆขึ้น เพื่อให้เห็น
การเกิดดับของสรรพสิ่งและละวาง
อารมณ์ที่เป็นอกุศลจิตที่เกิดขึ้น
ให้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งนั้นต้อง
อาศัยกำลังของสติสัมปชัญญะ
และองค์แห่งคุณธรรมเป็นตัวเข้าไป
จัดระบบความคิดทั้งหลายของจิต
โดยต้องมีสมาธิคือจิตที่สงบนิ่ง
เป็นบาทฐานแห่งการพิจารณา ทุกเวลา
ที่ผ่านไปนั้น จึงเป็นการปฏิบัติธรรม...
...บริหารกาย บริหารจิต จัดตารางชีวิต
ก้าวไปบนสายทางแห่งโลกและธรรม
ซึ่งต้องเป็นไปโดยพร้อมกัน ตราบใดที่
ยังไม่บรรลุซึ่งโลกุตรธรรม...

...ชีวิตมันเป็นเช่นนั้นเอง...

๐ มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับ
หมุนสลับ กันไป ทุกแห่งหน
เพราะว่ายัง เวียนว่าย ในวังวน
ยังไม่พ้น จากวัฏฏะ สังขารา

๐ เก่าดับไป สิ่งใหม่ ก็แทนที่
เป็นอย่างนี้ มานาน กันหนักหนา
เพราะโลกนี้ ล้วนแล้ว แต่มายา
จึงเวียนว่าย กันมา ไม่หมดกรรม

๐ เมื่อมีเกิด ก็ย่อม จะมีดับ
เปลี่ยนสลับ กันไป ให้น่าขำ
เพราะกิเลส ตัณหา ชักพานำ
ก่อเกิดกรรม เวียนว่าย ในสายธาร

๐ คือสายธาร ของมนุษย์ ไม่หลุดพ้น
จึงเวียนวน เกิดดับ กับสังขาร
ไม่สิ้นสุด เวียนว่าย มานมนาน
คือสังขาร วัฏฏะ ที่หมุนวน

๐ แต่แนวทาง พุทธะ นั้นละได้
โดยฝึกใจ ให้ชอบ ประกอบผล
ละกิเลส ตัณหา และตัวตน
ก็หลุดพ้น จากกรรม ที่ทำมา

๐ ไม่ต้องกลับ มาเกิด ประเสริฐสุด
ก็เพราะหลุด จากกิเลส และตัณหา
เพราะเห็นทุกข์ เห็นภัย ในมายา
ละอัตตา ละมานะ ละตัวตน

๐ ไม่ก่อกรรม ทำบาป ที่หยาบช้า
ปรารถนา อยู่กับ บุญกุศล
เพิ่มกำลัง บารมี ให้แก่ตน
และฝึกฝน เจริญจิต ภาวนา

๐ มีสติ อยู่กับตัว รู้ทั่วพร้อม
แล้วก็น้อม ตั้งจิต ปรารถนา
ดูความคิด ดูกาย ที่เป็นมา
ให้ปัญญา เห็นทุกข์ และเข้าใจ

๐ เมื่อเห็นทุกข์ เห็นธรรม เพราะทำจิต
เปลี่ยนความคิด ตั้งจิต กับสิ่งใหม่
อยู่กับธรรม มีธรรม ประจำใจ
ก้าวเดินไป ตามทางธรรม พระสัมมา

๐ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ
เอาเป็นเหตุ ฝึกฝน และค้นหา
เพื่อให้เกิด สมาธิ และปัญญา
จะนำพา ชีวิต พ้นวังวน...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕...
หน้า: 1 2 3 4 5 [6] 7 8 9 10