ผู้เขียน หัวข้อ: วัดปาโมกข์ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา  (อ่าน 6889 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ksakda

  • ทุติยะ
  • **
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
    • Andaman Amulet
    • อีเมล


วัดปาโมกข์เป็นวัดที่สร้างในสมัยใด ไม่ปรากฏหลักฐาน จากการสันนิษฐานมีอายุมากกว่า 100 ปี ในระยะแรกๆ คงมีพระธุดงค์มาแสวงหาความสงบ ปักกลดพักใกล้หมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ราบ มีคลองสองสายมาบรรจบกัน คือ คลองกะปงกับคลองพู่ ทั้งสองสายไหลไปสู่อำเภอตะกั่วป่า จึงเกิดเป็นปากคลองขึ้น คือ ปากคลองพู่ เป็นที่ตั้งบ้านปากพู่ เมื่อชาวบ้านนิมนต์พระอยู่ประจำจึงได้ร่วมกันก่อสร้างที่พักสงฆ์ขึ้น เมื่อพ.ศ. 2470 และได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดประเภทสำนักสงฆ์ เมื่อ พ.ศ.2498 วัดนี้มีที่ดินทั้งหมด 50 ไร่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ.2513 ปัจจุบันมี พระครูบุญญาภินันท์ หรือพระ อาจารย์หรีด เป็นเจ้าอาวาส

ที่ตั้งวัดปาโมกข์

วัดปาโมกข์ ตำบลท่านา อำเภอกะปง จังหวัดพังงา  โทร : xxx-xxxxx



กฏ กติกา มารยาท ในการใช้งาน กระดานสนทนาวัดบางพระ

๑๐. เพื่อรักษาสิทธิส่วนบุคคลและเพื่อป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์อันจะเกิดขึ้น ดังนั้นห้าม วางเบอร์โทรศัพท์ วางลิงค์ อีเมล์ ที่อยู่ โดยเด็ดขาด (เพิ่มเติม: ๓๑ ก.ค. ๕๒)


                                                                                 คณะผู้ดูแลกระดานสนทนาวัดบางพระ

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 ต.ค. 2553, 09:27:48 โดย ~เสน่ห์ack01~ »

ออฟไลน์ หลังฝน..

  • สัตตมะ
  • **
  • กระทู้: 310
  • เพศ: ชาย
  • ทุกอย่างมีเหตุและผลเสมอ
    • MSN Messenger - webmaster@lifesyt-it.net
    • ดูรายละเอียด
    • www.lifestyle-it.net
ตอบ: วัดปาโมกข์ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 21 ต.ค. 2553, 07:25:16 »
ขอบคุณครับ... :001:
ความพยายามนั้นมีอยู่จริงในตัวตนของเรา สุดแท้แต่ความพยายามนั้นจะถูกดึงออกมาใช้ได้มากน้อยแต่เพียงใด

ออฟไลน์ รวี สัจจะ...

  • รองประธาน
  • *****
  • กระทู้: 1137
  • รวี สัจะ-สมณะไร้นาม-วจีพเนจร
    • ดูรายละเอียด
    • รวี สัจจะ สมณะไร้นาม (เคลื่อนไหวดุจสายลม)
ตอบ: วัดปาโมกข์ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 21 ต.ค. 2553, 09:11:50 »
เมื่อพรรษาปี๒๕๔๑ ได้ไปอยู่จำพรรษาที่น้ำตกปลายคลองพู่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับวัดป่าโมกข์
ตอนนั้นโบสถ์วัดป่าโมกข์กำลังก่อสร้างอยู่ แวะคุยสนทนาธรรมกับท่านหรีดอยู่บ่อยครั้ง
ตั้งแต่ออกจากจังหวัดพังงาเมื่อปี ๒๕๔๖ ไม่ได้แวะไปเยี่ยมท่านเลย เห็นภาพแล้วคิดถึง
ใช่หวังจะดังเด่น  จึงมาเป็นสมณะ
เพียงหวังจะลดละ  ซึ่งมานะและอัตตา
เร่ร่อนและรอนแรม ไปแต่งแต้มแสวงหา
สัญจรร่อนเร่มา  ผ่านร้อยป่าและภูดอย
ลาภยศและสรรเสริญ  ถ้าหลงเพลินจิตเสื่อมถอย
พาใจให้เลื่อนลอย  จิตเสื่อมถอยคุณธรรม
       ปณิธานในการปฏิบัติธรรม

ออฟไลน์ NONGEAR44

  • นวมะ
  • ****
  • กระทู้: 669
  • เพศ: ชาย
    • MSN Messenger - en2005f@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
ตอบ: วัดปาโมกข์ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 21 ต.ค. 2553, 09:23:00 »
ขอบคุณท่าน ksakda ที่นำมาให้ชมครับ

ออฟไลน์ ธรรมะรักโข

  • มีสติ...กำหนดรู้...อยู่ที่จิต
  • อัฏฐมะ
  • ***
  • กระทู้: 749
  • เพศ: ชาย
  • ผู้รักษาธรรม
    • ดูรายละเอียด
ตอบ: วัดปาโมกข์ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 21 ต.ค. 2553, 11:52:52 »


ประวัติ พระครูบุญญาภินันท์ (พระอาจารย์หรีด) วัดปาโมกข์

พระครูบุญญาภินันท์ หรือพระอาจารย์หรีด เป็นบุตรของนายอนันต์ ณ นคร และนาง สุรีย์ ณ นคร เกิดเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 ที่บ้าน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เมื่อครั้งวัยเยาว์ได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัด คีรีเขต อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เมื่ออายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบทเมื่อ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2524 ณ วัดศรีนิคม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยพระครูพิริยพงษ์พิทักษ์ เจ้าคณะอำเภอกะปง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูโสภณวิริยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดปาโมกข์ เป็นพระกรรมวาจารย์ พระครูอินทรคุณูปถัมป์ วัดอินทภูมิ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ต่อมาพระอาจารย์หรีดได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมจนได้นักธรรมเอกแล้ว ได้เดินทางไปศึกษาด้านสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่ วิเวกอาศรม ในสำนักวัดมหาธาตุฯ กรุงเทพมหานคร โดยมีพระอาสภมหาเถระ เจ้าคุณพระพิมลธรรม พระเทพสิทธิมุนี (โชดก) เป็นพระอาจารย์ด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน

หลังจากนั้นได้ธุดงค์วัตรไปอยู่ตามภูเขาเลาเนาไพรทางภาคเหนือ แถบอำเภอจอมทอง อำเภอ ฝาง จำพรรษากับพระอาจารย์บุญช่วย ประมาณ 7 ปี ได้ไปศึกษาเล่าเรียนและเจริญสมาธิภาวนากับ ครูบาธรรมจักรสังวร วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน เป็นต้น

ต่อมาพระอาจารย์หรีดได้เดินทางกลับภาคใต้ ไปเล่าเรียนวิชากับ พ่อท่านคลิ้ง จันทสิริ วัดถลุงทอง พ่อท่านมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ จ.นครศรีธรรมราช ตลอดจนครูบาอาจารย์สายเขาอ้อทั้งบรรพชิตและฆราวาส

จากนั้น พระอาจารย์หรีด ได้จำพรรษาอยู่ที่ วัดปาโมกข์ กับพระครูโสภณวิริยาภรณ์ เจ้าอาวาส และเมื่อเจ้าอาวาส มรณภาพลง พระอาจารย์หรีด ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในลำดับต่อมา ได้ใช้วิชาความรู้สร้างและพัฒนาวัดปาโมกข์ ให้เจริญรุ่งเรืองตลอดมาจนถึงปัจจุบัน จนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูบุญญาภินันท์”

   หลวงพ่อหรีด วัดป่าโมกข์ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เข้มขลังมากในจังหวัดพังงาและใกล้เคียง หลวงพ่อหรีดท่านเป็นคนตะกั่วป่า ท่านศึกษาวิทยาคมจาก หลวงพ่อนวล วัดไสหร้า สายหลวงพ่อแดง วัดภูเขาหลัก หลวงพ่อท่านมักได้รับนิมนต์ไปพุทธาภิเษกจตุคามรามเทพ และพระเครื่องดังๆอยู่บ่อยๆ เพราะท่านเต็มไปด้วยเมตตาและพลังจิตที่แก่กล้า จนท่าน ดร.ไมตรี บุญสูง เสาหลักแห่งวงการพระเครื่องไทยให้ความเคารพบูชาเป็นอาจารย์ใหญ่ต่อจากหลวงพ่อเปิ่นทีเดียว โดยคุณไมตรีมักจะสร้างพระถวายอยู่บ่อยๆเพื่อให้ท่านแจกและให้บูชาเพื่อร่วมสร้างพระอุโบสถ หลวงพ่อหรีดวัดป่าโมกข์ท่านยังเป็นพระเกจิที่คุณชินพร สุขสถิตย์ ศิษย์เอกแห่งหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่นิมนต์ไปปลุกเสกพระเครื่องที่กองทุนให้อยู่บ่อยๆ จนเป็นที่ยอมรับกันว่าพลังจิตของ หลวงพ่อหรีดเป็นเอกอุและเข้มขลังมากนัก แม้แต่พระเกจิดังๆท่านอื่นๆยังต้องให้ความเคารพนับถือ หลวงพ่อหรีดท่านปลุกเสกเหรียญรุ่นแรกนี้ให้กับ คุณไมตรี บุญสูง ซึ้งตอนนั้นท่านได้สร้างมาถวายให้หลวงพ่อเพื่อจัดหาทุนสร้างวัด บันไดโบสถ์ หลวงพ่อได้กำหนดฤกษ์ยามปลุกเสก โดยนิมนต์พระเกจิมาอีกก็คือ หลวงพ่อนวล วัดไสหร้า หลวงปู่อ่อน วัดลุมพินี (มรณภาพแล้ว ท่านเคยเพ่งพระจนสายสิญจน์ขาดไหม้ด้วยแรงกสิณท่านครับ) หลวงพ่อพริ้ง วัดหลักแก่น (เป็นที่เคารพของเหล่าลูกทัพเรือในละแวกนั้น พระท่านดีทางเหนียว น้ำมนต์ท่านสุดยอดครับ ใครเจ็บไข้ได้ป่วยมาขอหายหมดครับ) หลวงพ่อท่านปลุกเสก โดยมีการบันทึกภาพไว้ ปรากฏว่ากล้องถ่ายไม่ติดครับ ถามที่วัดดูได้ หลังพิธีจึงมีการลองยิง ปรากฏว่า กระสุนด้านไป3-4นัดครับ แรกๆท่านยังไม่มีชื่อเสียงเหรียญนี้จึงแถมๆกันไป ต่อมามีข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าวว่า เด็กวัยรุ่นที่พังงาตีกัน แล้วโดนยิงไม่เข้าจึงโด่งดังและราคาแพงขึ้นมาครับ ต่อมามีประสบการณ์คนในตลาดโดนปล้น แต่มีดฟันไม่เข้าบ้าง รอดจากรถตกเหวที่ป่าตองบ้างครับ จนดังมา กลายเป็นเหรียญที่ทุกคนต่างเก็บเงียบครับ หลังจากที่คุณไมตรีได้สิ้นบุญลง หลวงพ่อหรีดท่านจึงไม่ค่อยสร้างวัตถุมงคลใดๆครับ นอกจากที่ท่านไปนั่งปรกให้เท่านั้น




ขอขอบพระคุณที่มา...http://www.tumsrivichai.com/