แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - kill

หน้า: [1]
3
ไม่เป็นแต่ขอมาศึกษาครับ :054:

4
ชอบเรื่องที่5 ครับ :002:

แม้นพญายักษ์ซึ่งมีฤทธิ์เดชมาก มากเพิ่งไหนแต่ไม่อาจทำอันตรายพระสารีบุตรได้ :015:

7
ข้อปฏิบัติในการลงนะหน้าทอง (ฝากสมาชิกใหม่ครับ)

ทำตามนี้ได้ของอยู่เต็ม100แน่นนอน :015





*ใช้ได้ทุกสำนัก จากระลึกถึง หลวงพ่อไสวก็นึกถึงหลวงพ่อเปิ่น หรือครูบาอาจารย์สำนักนั้น*

8



 
[/quote]
จำไม่ผิดจะเป็นท่าน kill นะครับคนเสื้อดำ :001:
[/quote]




เห็นจากด้านข้างคงจำผิดคนมั่ง หลวงพี่ :054:

9

ชมภาพแล้วกำลังนั่งนึก เหลี่ยมของเศษแก้ว
ใช้เทคนิคอย่างไร ก็เก็บ ความคม ไม่หมด
ส่วนใบหน้า คนชมก็ต้องได้สัมผัสแล้ว ต้องเป็นเนื้อล้วน

งั้นขอ ยกนิ้ว ให้เลยค่ะ ว่า สุดยอด ค่ะ

ขอบคุณ คุณ kill สำหรับเรื่องราวแปลก ๆ จากต่างแดนด้วยนะคะ
:054:


  สำหรับในแดนสยาม อาจ ไม่ต้องใช่เทคนิค เจ็บจริง บาดจริง กระแทกจริง หนังหน้าปุๆๆ เหี่ยวๆๆ  หมออาจไม่รับรักษา 37; 37; 37;

10



คนหน้าด้าน (ข่าวสด)

คอลัมน์ เอิ๊กอ๊ากอินเตอร์

         เวลาเหนื่อย ใครๆ ก็อยากเอาน้ำเย็นชื่นใจ ล้างหน้าล้างตาคลายร้อน

         แต่ "มาร์กอส อันโตนิโอ ดา ลุซ" นักแสดงข้างถนน วัย 34 ปี ชาวอาร์เจนตินา ไม่ต้องพึ่งพาน้ำซักกะติ๊ด เพราะมีความสามารถพิเศษ....ชอบเอา "ขวดแก้ว" ที่ผู้คนทิ้งขว้างมาทุบๆๆ แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

         จากนั้นโกยเศษแก้วขึ้นมาถู-ไถ-ขัด-ล้างใบหน้าโดยไม่มีอาการเจ็บแสบใดๆ และเปิดโชว์แบบนี้ให้ชาวบ้านดูมา 8 ปีแย้วววว์

         แฮ่...ถ้าบังเอิญมีคนตั้งฉายาพี่มาร์กอส ว่า "ไอ้หน้าด้าน" คงไม่โกรธเท่าไหร่ดอกนะ เพราะมันเรื่องจริงจั๊ดๆ!




11
อีกแล้วครับ...กระทู้อะไรก็ไม่รุฟอร์เวิดเมล์ชัดๆทีหลังก็ไปเปิดBLOGส่วนตัวเลยดีกว่ามั้งนี่กระดานสนทนาวัดบางพระอ่านออกไหมกระดานสนทนาวัดบางพระ......เอาอะไรมาลงแต่ละทีแสดงออกถึงความเป็นตัวตนอย่างชัดเจนเลย.....บางทีก็หลอกด่าพระ  หลอกด่าสมาชิก   หลอกด่าคนนู้นคนนี้
บางทีก็กระแนะกระแหนเมียชาวบ้านเขาพอเขาไม่เล่นด้วยเฮ้อ.....คิดได้ไงวะปากอย่างงี้หนวดไม่น่าขึ้นได้เลยนะเอาอย่างอื่นขึ้นแทนดีกว่าไหม


ข้อมูลจากสายตรง หมา ยอกไก่จากกระทู้ 10 สิ่งที่สามารถหาดูได้ในเมืองไทย... ที่ีมันcopy และยังไม่ให้เครดิต

http://www.bp.or.th/webboard/index.php/topic,13452.html

12
เห่า หอนไม่เลิก สงสัยงาน เพราะหมาแก่ๆๆ ถูก ไก่แก่ๆๆเขี่ยถึง เล่นกัดถึงตายเลยหรอ


เรื่องจริงเพราะมึงทำนี่เองอ้ายสุนัข

13
9 แผ่นน่ะค่ะ ไม่ทราบว่ากี่จุด

หน้าผาก1 แก้มซ้าย1 แก้มขวา1 ลิ้น1 หัวไหล่ซ้าย1 หัวไหล่ขวา1 มือขวา1 มือซ้าย1

อย่างmelon  น่ารักอยู่แล้วไม่ต้องสักมากก็ได้ครับ 36;



14
มายกชุดอีกแล้ว schoolbus :016: :053: :015:

  ขาด  สมเด็จหลังสิงห์ สิงห์หล่ออีก นะท่านschoolbus :054:

15
ไอเดีย เยี่ยมมากพี่Ronaldo 2007 :015:

16
ขออนุญาตสอบถามครับ
เท้าที่โผล่มาจากแม่พิม คืออะไรหรือครับ หมาความว่าอะไรครับ

ขอบคุณครับ

เท้าที่โผล่มาคือเท้าของ ไอ้ดื้อลูก แม่พิมครับ

แม่พิมเป้นเหมือนแม่ผู้ให้กำเนิดบุตร  แม่ที่รักลูกไม่เสื่อมคลาย :015:

17
งามครับ ประมาณเท่าไหร่ :054:

18
อ.อเนก ท่านเป็นมือ จารให้หลวงพ่อไสวตั้งแต่ มีชีวิตอยู่เก่งแน่นนอนครับ :015:


19
ถ้ายังไงรบกวนพี่ รถโรงเรียน ช่วยบอก ปี ที่สร้างแต่ละรุ่นหน่อย ครับ  โดยเฉพาะ เหรียญที่2.ที่ข้างหลังเขียนว่าองค์เก่า :054:

20
ใครชอบแม่นางพิม มาบูชาดูเมตตาค้าขายเป็นเยี่ยม เนื้อโลหะ คงทนตกไม่แตก หลวงปู่่เสก แน่นนอน :054: ที่สำคัญบูชาได้สบายกระเป๋าจิงๆๆ :015:

22
ที่ห้าม ห้ามบ้วนลงคอห่าน เวลาถ่ายหนัก ถ่ายเบา ใครเรียกห้าม ขาน

ได้แปรงฟันไปพร้อมอาบน้ำไป เลยได้บ้วนน้ำล้างปากไปบนพื้นขณะอาบน้ำ ไม่เป็นไรครับ :015:

23
ยินดีกับ melon ลงนะหน้าทอง ผมว่าเมตตาแรงมาก หนุ่มเมตตาทั้งเว็บแล้วครับ :015: melon

ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ  :027:

ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง  :002:

ว่าแต่ลงมากี่แผ่นครับ กี่จุด ครับ 

24
ยินดีกับ melon ลงนะหน้าทอง ผมว่าเมตตาแรงมาก หนุ่มเมตตาทั้งเว็บแล้วครับ :015: melon

25
ยินดีด้วยครับ ยอดรัก :053:

ขอบคุณ

พี่เจมส์(คนรักษ์พระ) พี่ใจดี ด้วยครับ :054:

26
งามครับ น่าหามาบูชาสักเหรียญ :015:

27
เชื้อชาติเดียวกัน แต่คนละสัญชาติ :015:

28
แม่พิม จาก คำแนะนำ จากผู้ใหญ่ในเว็บ ขนาดบูชา ท่านแนะนำว่าสร้าง ถูกหลักบูชา ได้ :015:

ขอบคุณพี่ที่แนะนำได้บูชาของดีๆแบบนี้ :054:




29
เด็ดมากมีหลายเม็ดเลย :015:

30
เป็นพระแท้นะ แต่จะเป็นพระใหม่เนื้อในอมเขียวโทนเดียวกับสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์ เนื้อจะเป็นแบบเคลือบผิวบนไว้
น่าจะเป็นพระของวัดแถวปทุมธานี เพราะสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์จะมี นะ ชา ลิ ติ ที่ด้านหลัง
วัดอะไรน้า..ลุงก็นึกไม่ออก แต่รับรองไม่เก๊แน่  เดี๋ยวถ้านึกได้จะบอกทีหลังก็แล้วกัน..
...............................................ลุงต้อเอง........................................

สมเด็จหลวงปู่่เทียนใช่ไหมครับ ......ลุงต้อ :054:

31
ตะกรุดแบบนี้ไม่มีสร้างในสมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ ลองหาลูกอมมะนาวดูครับ ทันแน่น ได้ลายมือกะผงอิทธิเจเต็มๆ :054:

35
เลิกเหล้าเลิกเบียร์ และน้ำมึนเมาทุกชนิดตลอดชีวิต เยี่ยมมาก :015:

ขอให้สิ่งไม่ดี  เรื่องไม่ดีอันใด โปรดหายไปด้วยเถิดหมายถึงใคร :095: :007: :006: :005: :004:

36
ไม่พลาดแน่น ขอบคุณท่าน8 :054:

37
.บ่าย  4. 30  (11ส.ค.52)  ผมได้มีโอกาสพา ลพ. นัน ไปกราบคารวะท่าน มหาสุรศักดิ์ (วัดประดู่ ? อัมพวา) ได้รับการต้อนรับอย่างดี   และมีการสนทนากันอย่างไม่ปิดบัง  เรื่องการปั้นอริยสงฆ์ด้วยดินสอพอง ซึ่งคงทนกว่าและประหยัดกว่า...ผมและหลายๆท่านคงจะเห็น  รูปปั้น ลพ.หิ่ม ,  ลพ.อยู่,  ลพ.เปลี่ยน และ ลพ.เปิ่นครับ  ฝีมือปั้นของ ลพ.นันในมิช้านี้เป็นแน่ !!
ท่านได้อำนวยพร ลพ.นัน และผมว่า   สำเร็จแน่ และต้องไม่มี  ?จิตสะท้าน?อือ....หือ...ตรงหัวใจผมพอดีเลย ....ตอนลากลับ ก็เป่ากระหม่อมผม พูดคำเดียวว่า  ? ดี ? (ช่วง เช้าๆ มีพิธีปลุกเสก ?พระขุนแผน? ที่วัด




ฝากพี่หนึ่งครับ

38
ชอบกระทู้แบบนี้มากครับที่ แสดงความน้ำใจ และความจริงใจได้เป็นอย่างดี :054:

39
400บาทครับ ส่วนทันไม่ทันลองสอบถามพระที่ตู้วัตถุมงคลดูดีกว่าครับ :054:



เมื่อวันวานลอยกระทงเป็น วันคล้ายวันมรณะหลวงพ่อครับ ยังก็คิดถึงนะหลวงพ่อไสว :054: :054: :054:

40
บทความ บทกวี / ตอบ: เตือนใจตนเอง
« เมื่อ: 03 พ.ย. 2552, 09:40:43 »
เป็นบทความเตือนตนที่ดีมาก :015:

41
เขี้ยวหมูอ.อเนกจาร

ลูกสะกดพร้อมตะกรุดอ.อเนก

ตะกรุดพิสมร ปัจจุบันยังให้มีบูชาที่วัดปรีดาราม

42
รวมสมาชิก (มิตรไมตรี) / ตอบ: test mobile
« เมื่อ: 03 พ.ย. 2552, 01:26:17 »
กล้องยังไม่ชัด ต้องเป็น 3GS ครับท่าน :003:

44




ลิงค์เหรียญปี2511ผิวดูใหม่ๆ

http://www.bp.or.th/webboard/index.php/topic,13344.html

หวังว่าเป็นประโยชน์ในการศึกษาวัตถุมงคลหลวงพ่อสง่าบ้างนะครับ

45
ภาพrastafa  Wattakian  ยากทั้งสองท่านเลยนะครับ :015:


ขอบคุณที่นำให้ชมหลวงปู่ท่านรักหมามาก ชอบให้อาหารปลาด้วยครับ :054:
 
 

46

ขอบพระคุณ ท่านAMAZING ในความเมตตาและมีความจริงใจ มากๆ ครับ :054:

ความเมตตาและมีความจริงใจ ที่หาได้หากยิ่งในพ.ศ นี้ :054:



คำตอบชัดเจน ข้อมูลลึก เป็นประโยชน์แก่ ผู้อ่าน ผู้ที่สนใจศึกษา เหรียญหลวงพ่อสง่าทุกท่านจริงๆ



47
รูปจัดตั้งสังขารหลวงสุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท หลังมรณะใหม่ๆ เพื่อลงโกศ :054: :054: :054:



*เซพนำรูปไปลงที่เว็บอื่นได้ แต่ขอเครดิตกันบ้าง 37;*

48
ขอบคุณพี่คนรักษ์พระ   :054:
 
มากจะได้ใส่บาตรได้ถูกต้อง :015:

51
ขอบพระคุณท่านAMAZING มากครับที่ชี้แนะ :054:

 ตอนแรกคิดว่าโดน ซะแล้ว  ตาดูแปลกๆไม่ ค่อย เหมือนรูปที่เคยลง แถมรมดำ สนิทซะ อย่างกะพึ่งปั็มมา :054:

52
เยี่ยมครับ ของหลวงปู่แย้ม เด็ดๆต้อง ชุดดำน้ำจาร :015:

53
ดีครับ ข้างหลัง เป็นแร่ต่าง นำมาตำเพื่อเพิ่มพลัง ไม่ใช่กากเพชร ครับ :015:

54
เพิ่งได้มา
ครับ






แท้หรือไม่ ทำไมรมดำยังเต็มอยู่เลย เสริมหรือป่าว เจ้าของเดิมห่อกระดาษทิชชู่ใส่ถุงซิบไว้ครับ:054:

55
ขอให้หลวงปู่หายจากอาพาธโดยเร็วที่สุด :054:

56
พระกริ่ง วัดศาลาดิน รุ่นนี้ เทที่วัด ด้วย :015:

หลวงตาทรงที่ประทับใจ ที่สุดพระนักธรรม เนื้อ ใบลานสมัยเรียน ขนาดไม่ค่อย อ่าน แต่ ตอนสอบกลับทำ ได้ ไม่น่าเชื่อ :054:

57
พระกริ่งมั่ง มี ศรี สุข ปี2539  หลวงพ่อ รวย วัด วังตะโก เนื้อเงิน มีจาร









*แบ่งกันชม ใครมีวัตถุมงคลอะไรเด็ด มาชมบ้างนะครับชม คนเดียว เบื่อแย่  15;:017:*

58
ขอบคุณสำหรับข้อมูล :015:

59
ขอบคุณ คุณเอก นนทบุรี ภาพและข้อมูล :015:
 เสือผาดก็นับถือศาสนาพุทธ  หลังจากสิ้นหลวงพ่อรุ่ง  เสือผาดถูกตามล่าตัว  จนอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง  แต่เสือผาดเองก็ยังแอบ  ไปหาเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของเมืองนครปฐม  หลายต่อหลายองค์  ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อเงิน  วัดดอนยายหอม และหลวงพ่อเต๋  วัดสามง่าม

ครูบาอาจารย์เก่งๆๆทั้งนั้น :054: :054: :054:

60
หลวงพี่ญาท่านเมตตา ต่อ ลูกศิษย์ เสมอ  :054: :054: :054:

ขอบคุณท่านเอ็มที่นำมาให้ชม :015:

61
ขอบพระคุณหลวงพี่ที่นำมาให้รับชม เพื่อเตือนสติครับ :054: :054: :054:

62
งามมากหายากอีก ของท่านหอมเชียงแต่ละชิ้น ข้าน้อยขอคาราวะ :054:

63
หลายๆคน เขารู้พฤติกรรม เจ้ากรรมนาย Sheแยะเลยหลอนๆๆ ปริ๊ดแตก อยากเป็นนางเอกโลก ออนไลน์ ก็เรียกร้องความสนใจหน่อย :095: :007: :007:


อย่าว่าคนบ้า อย่าถือคนเมาพรายๆ :005: :006: :006: :095: :007:

64
ดูไม่เป้นให้กำลังใจครับ :015:

65
ผมได้มา2องค์ครับวันก่อนเอาของไปถวายท่านครับ ท่านเมตตาผมมากๆครับ

ท่านlevis  นี่ก้นกุฏิเลยนะนี่ :015:
 

67
บทความ บทกวี / ตอบ: "ช่างหัวมัน"
« เมื่อ: 28 ต.ค. 2552, 08:14:07 »
 บทความดีจริง ๆท่านgottkung :015:

โกรธทำไม ให้ปล่อยวาง  ช่างหัวมัน  หัวเผือก มาเผากินน่าอร่อยกว่า:095:



68
เขี้ยวหมูตัน แท้หรือเรซิ่น หรืออะไร :054:

 :054:






.





69




เนื้อนวะหล่อโบราณ ช่างงามนัก :015:




ด้าน หลังมีโค๊ต หมายเลข กำกับ




ด้านล่าง โคตกรรมการ จารมืออีกตั้งหาก :015:


70


  ตะกรุดนาคกะสัน ชื่อก็น่าจะพอเดาว่าพุทธคุณ ด้านใด ขนาดนาคยังกะสัน ภาษาอะไรงู เล็ก งูใหญ่ๆๆ :005: :005:

เนื้อดีบุก  เคล็ด ทั้ง ดีทั้งบุก :095:

ตะกรุดมอญใส่เย็น เช่นไร ตะกรุดนาคกะสัน ดุจเอาน้ำแข็งมาวางตรงเอวซะ แถมใส่แล้วยัง ฝันดีนะจ้าอีก  :016::016: :025: :015: :015
:

71
ของดีติดตัวทุกท่านเลย :015:

72
ผู้ใหญ่ ใจดีแบบลุงต้อสงสัย สาวน้อย สาวใหญ่ๆ ติดตรึม แน่น :095: :095: :095:
รู้ได้ไงเนี่ย! ทั้งสาวน้อย สาวใหญ่ วันนึงๆเป็นสิบๆคนมาหาต่อรองหันจนเมื่อยปาก
[เขามาซื้อเสื้อผ้าน่ะ]


เห็นลุงใจดี ร่างกายฟิต คารมดีอีกตั้งหาก :054:

73
จิตคนเราที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝนก็ยังไม่นิ่งเป็นธรรมดา มากบ้างน้อยบ้าง :054:

75
มือคู่นี้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา และฝีเข็ม ขั้นเทพ :015:




ท่านเมตตาสักเก้ายอด + พระพิฆเนศวร์ ในครั้งแรก พร้อมบอกให้ประสบความสำเร็จ



หลังจากนั้นได้ไปกุฏิ ท่านมหาสมชาย สัก2อย่าง แต่บอก แล้วแต่โยมทำบุญ แถมมีของที่ระลึกอีก :054:



หลังจากนั้นอีก2สัปดาห์ก็ได้เลื่อนขั้น :015:

76
ศิษย์ที่คิดล้างครูนั้นย่อมมีแต่ความวิบัติ บทความดีมากครับ :015: :016:

77
ชอบมากท่าน JOB เชพไว้ละ :006: :005: :005: :095: :007:



อ้ายสุ........

78
ตำหนิพระสงฆ์ในใจ--- บาปน้อยที่สุด เพราะยังไม่ได้บอกใคร

ตำหนิพระสงฆ์ออกทางวาจา--บาปมากขึ้น เพราะเริ่มเผยแพร่ออกมาให้อีกคนรับรู้แล้ว

ตำหนิพระสงฆ์ออกทางการกาย-การกระทำ---บาปมหันต์ เพราะท่านได้กระทำสารเลวชั่วช้าครบสูตรแล้ว..ท่านดำเนินการตำหนิพระสงฆ์องค์เจ้าจนเป็นที่รับรู้ในวงกว้าง!

บทสรุป.. ทุกข้อบาปล้วนต้องชดใช้หนี้กรรมทั้งหมด!..หนัก-เบาตามระดับความชั่วที่กระทำ..cho.



จะตำหนิยังไงไม่ว่าจะในใจนอกใจมันก็เลวพอกันละครับแล้วยิ่งไปพูดให้คนอื่นฟังทำให้พระสงฆ์องค์เจ้าท่านได้รับความเสียหายนี่ผมว่ามันไม่น่าจะมีหน้ากลับเข้ามาร่วมสังคมกันได้อีกเลย!!!!!!!!!!!!!!
คิดว่าเป็นใครบุคคลนั้นคงรู้อยู่แก่ใจนะครับ.....ผมขอประนามการกระทำของคุณทำอะไรไว้ขอให้ได้รับกลับคืนไปอย่างสาสมพันเท่าทวีคูณเสียดายที่เข้ามาเป็นศิษย์วัดบางพระจริงๆนะครับว่าไปแล้วเสียชาติเกิดมากกว่าบุคลิคภายนอกก็ดูดีต่างกับจิตใจภายในอย่างลิบลับ
กราบขออภัยที่ต้องใช้คำหยาบคาย.....เพราะว่าก็เหมาะสมแล้วกับคนที่หยาบๆเยี่ยงมัน

เยี่ยมมากครับ ค่อยติดตามผลงานเสมอ โพสบ่อยๆๆ นะครับ ยังจำกระทู้เจ้าแม่เสน่ห์ได้เชพทัน  :015:

79
ขอให้หลวงปู่สุขภาพแข็งแรง :054: :054: :054:

80
อย่าโอ้อวดว่าเราเก่งกว่าผู้อื่น วิเศษกว่าผู้อื่น
     อย่าคิดว่าเรารู้มากกว่าผู้อื่น รู้ดีกว่าผู้อื่น
     จะเป็นเหตุให้ก่อเกิดมานะทิฏฐิ เกิดความถือตัวถือตน"


เหนือฟ้ายังมีฟ้า


ขอบคุณที่มีหลักธรรมะดีๆๆมาชี้แนะเสมอ :054:

81
เหรียญสวย เลขตองเหรียญหนึ่งเดียว ของรุ่นอีกยอดเยี่ยมมาก ท่าน หอมเชียง :015:

82
แขวนได้ ปลัดขิกไม่ได้ เสก ด้วยคุณพระ

83
หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม วัตถุมงคลของท่าน คงกระพัน แคล้วคลาด เป้นเยี่ยม :015:

84
ถามเองตอบเอง เหอ :007: :007: :005: :006: :003:

๘. ไม่อนุญาตให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ในการการซื้อขายแลกเปลี่ยน ทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านกระดานสนทนาเว็บไซต์ วัดบางพระ (ปรับปรุง: ๓๑ ก.ค. ๕๒)

๙. ห้ามตั้งกระทู้ที่มีเนื้อหา ไปในทางโฆษณาบอกประกาศ เพื่อส่อเจตนาในทางซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนใดๆ ทั้งสิ้น (ปรับปรุง: ๓๑ ก.ค. ๕๒)

85
รอดตายราวปาฏิหารย์ เพราะพกของดี หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ นครปฐม

เรื่องราวที่ข้าพเจ้าจะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง กับตัวข้าพเจ้าเองและเป็นความเชื่อส่วนบุคคล (ไม่อยากให้กลายเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ) ถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วยครับ  :001
เมื่อวันที่ 19 สค 2552 ข้าพเจ้าและผู้รับเหมาอีกจำนวน 2 คน(ผู้รับเหมาคนหนึ่งขับ อีกคนนั่งข้างคนขับ ส่วนข้าพเจ้านั่งหลัง)ได้ขับรถออกจากกรุงเทพฯ  มุ่งตรงไปจ.ระยอง ไปตามทางบนถนนทางหลวงหมายเลข ๗  ด้วยความเร็วสูงประมาณ ๑๔๐ กม./ ชม.  ซึ่งระหว่างทางฝนตกอย่างหนักมองทางไม่ชัดเจน  และข้าพเจ้าซึ่งนั่งมาเบาะหลังสังเกตว่ารถส่วนใหญ่ชนิด ๔ ล้อจะหลบจอดอยู่ข้างทาง ส่วนรถที่ยังแล่นอยู่บนท้องถนนจะเปิดไฟฉุกเฉิน แต่รถที่ข้าพเจ้านั่งไปนั้น ผู้ขับยังคงขับรถด้วยความเร็วสูง พร้อมทั้งยังขับฉวัดเฉวียนแซงซ้าย แซงขวามาตลอดทาง จนถึงที่เกิดเหตุประมาณกิโลเมตร ๓๘-๓๙ ขณะนั้นฝนเริ่มซาลง  ผู้ขับได้ขับรถแซงรถคันหน้าโดยเปลี่ยนจากเลนซ้ายมาเลนขวา ก็มาเจอน้ำ ผู้ขับจึงได้ทำการห้ามล้อกะทันหัน แต่เนื่องจากรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง จึงทำให้รถเสียหลัก  พุ่งเข้าชนแท่งปูนกั้นกลางถนน  ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำไปประมาณสองตลบ ตกลงไปในร่องลึกกลางถนน และเป็นเหตุให้ข้าพเจ้าซึ่งนั่งโดยสารมาในรถด้านหลังได้รับบาดเจ็บสาหัส (ผู้ขับและผู้นั่งด้านหน้าบาดเจ็บเล็กน้อยเพราะมีเข็มขัดนิรภัยและAirbag) จากนั้นมีพลเมืองดีเข้ามาให้การช่วยเหลือนำข้าพเจ้าส่งที่ รพ กรุงเทพ-พัทยา และส่งตัวต่อมาที่ รพ ราชวิถี เพราะต้องผ่าตัดโดยด่วน เนื่องจาก กระดูกคอข้อที่ 5และ6หัก ข้อที่ 7 เคลื่อนกดทับเส้นประสาท แต่ทีน่าแปลกคือร่างกายภายนอกของข้าพเจ้าไม่พบบาดแผลใดๆเลย และรักษาตัวอยู่ที่ รพ ราชวิถีรวม 50 วัน (ออกจากรพ 09 ตค 2552) ซึ่งขณะรักษาตัวอยู่นั้น ผู้ที่มาเยี่ยมข้าพเจ้านั้น ต่างถามเป็นคำถามเดียวกันว่า "ข้าพเจ้ามีของดีอะไร ทำไมสภาพรถยับเยินและคอหักแต่ไม่ตาย" ข้าพเจ้าได้แต่ตอบไปว่าตอนนั้นข้าพเจ้าไม่ได้คิดถึงอะไร นอกจาก พ่อแก้ว แม่แก้ว แต่ถ้าพูดถึงของดีที่พกติดตัวในวันนั้น ข้าพเจ้าพกตะกรุด หนังกลองตะโพน และ เหรียญรุ่นแรก ของ หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์ ติดตัวเท่านั้น
  เรื่องที่ข้าพเจ้าเล่าให้ฟังนี้ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ของผู้ที่ชอบขับรถเร็วขณะฝนตกหนัก เพราะว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นอกจากจะทำให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว อาจทำให้ผู้ที่ร่วมทางไปด้วยได้รับบาดเจ็บ ยกตัวอย่างข้าพเจ้าที่ออกจาก รพแล้วแต่ยังต้องพักรักษาตัวอีกอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งมันไม่คุ้มค่าเลย:001:

ลิงค์ ข้อมูลจากท่าน schoolbus

http://www.bp.or.th/webboard/index.php/topic,13226.msg121486.html#msg121486

*ขออนุญาติ เพื่อสะดวกในการหาข้อมูล*


86
ของท่านดีจริง ขอบคุณมากสำหรับข้อมูล :054:

88
ชอบกริ่ง บรมครูมากมาย :077: :077:


ยาหม่องก็งาม :015:

89
อย่าคิดเข้าข้างตนเอง ต้องเปิดใจให้กว้าง

ตรงกับสำนวนที่ว่า อย่าทำตัวเหมือนน้ำเต็ม ครึ่งแก้วก็พอ จะได้รับน้ำใหม่ได้  :054: :054: :054:

90
ผู้ใหญ่ ใจดีแบบลุงต้อสงสัย สาวน้อย สาวใหญ่ๆ ติดตรึม แน่น :095: :095: :095:

91
ขอบคุณที่ชี้แนะครับ :054: :054: :054:

92
Thank You very much ท่าน 8 ครับ :054:

93
   เก้งเหลี่ยวหลังขี่ปลัด น่าจะทำให้ได้สมประสม :015:

ถ้าได้หน้านะหน้าทองผุดผ่องอีก งานนี้ความสุขล้นจนเดินไม่ตรงแน่น :095: :095: :095:

94
ขอบคุณสำหรับภาพและข้อมูลมากครับ :015:

95
องค์นี้ ๒ โค๊ดบรรจุอัฐิและเข็มทองที่เสกโดยหลวงปู่พิมพ์ สร้างปี20 พร้อมเหรียญปี20 :015:












ข้างบนเป็นยันครูตำหรับวัดโตนดหลวงลายมือท่านตอนเป็นอาจารย์สัก


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
www.watkositaram.com

96




เหรียญหลวงพ่อพิมพ์ มาลัย วัดหุบมะกล่ำ ปี04 11 16 ทันท่านเสก ปี20 ไม่ทัน



รูปหล่อรุ่นแรก สร้างโดยหลวงพ่อสวัสดิ์ มี2แบบ 1โค๊ตมี เพียงอัฐ

 2โค๊ตอัฐ+เข็ม







€ขออนุญาติเจ้าของรูปทุกท่าน ด้วยเพื่อสะดวกในการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น :054:€

98
3เหรียญ บนทันหลวงพ่อพิมพ์


 ปี20ไม่ทันแต่หลวงพ่อสวัสดิ์เสก






99





ติชมได้เต็มที่เพิ่งได้มาครับ :054:

100
ขอบคุณครับที่นำมาให้ชมกันนะครับ


ท่านkill ครับ

อย่าไปพาดพึงถึงเขาเลยครับ เราอยู่ส่วนเรา เขาอยู่ส่วนเขา ต่างคนต่างอยู่ดีกว่าครับ ไม่ต้องไปพาดพึงถึงเขา สักวันเขาอาจสำนึกได้เองแหละครับ :058:


ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก มุขเก่าๆๆ ขอบคุณท่าน นักเลงพระมากที่เตือนสติ :054:

101
แถมอีกนิด

 มีบุคลที่อ้างตัวเองว่าเป็นผู้รู้มาก(เซียน) บอกว่า วัตถุมงคลหลวงพ่อเปิ่น ที่มีให้บูชาที่วัดนก เป็นของเสริมนอกพิธี ที่หลวงพ่อไม่ได้ปลุกเสก



เขาต้องการขายของก็ต้องสวด วัดนกเพื่อจะขายของได้เพราะราคาวัดนก ต่ำกว่าเพราะสร้างเอง เรื่องปลุกเสก วัดนกมี พระเกจิมาบ่อยมากๆๆ เช่น ลป.ทิมวัดพระขาว เรื่องปลุกเสกไม่ต้องห่วง :015:

102
วัตถุมงคลที่วัดนก รุ่นไหนท่านหลวงพ่อเปิ่น ที่วัดบอกหมด

อ.เจต เจ้าอาวาส วัดนกท่านมีวิสัยทัศน์ กว้างไกลสร้างวัตถุมงคล ให้เพี่ยงพอกับความต้องการของสาธุชน  :054: :054:

*ลองสังเกตดูว่าวัตถุมงคลมี หมายเลขเกินกว่า จำนวนสร้างที่บอกหรือไม่*

103
คิดต่างได้แต่อย่าแตกแยกก็พอครับ

จะให้ทุกความคิดเห็นคล้อยตามกันหมด มันเป็นได้ยาก
ผมว่า แม้เราๆ ท่านๆ เห็นหน้าตา Board ดีทุกความคิดเห็นคล้อยตามกัน
แต่สมาชิกคนอื่นที่ไม่เห็นด้วยมันก็มีเหมือนกัน ขึ้นว่าเขาจะ Post ไม่ Post แล้วถ้า Post แล้วจะโดนลบหรือไม่โดนลบ
บางทีแม้หน้างานสวย แต่ในงานดูแย่ มันก็ไม่งามเหมือนกัน

แต่ก็เห็นด้วย อยากให้แก้ไขเหมือนกัน แต่จะให้กีดกันคนเหล่านี้ออกไป ผมเห็นไม่ควรอย่างยิ่งครับ
มาปรับความเข้าใจกัน คิดผิดคิดใหม่ ผมเชื่อว่า Board นี้สวยทั้งข้างในและข้างนอกแน่นอนครับ

คมชัดลึกมองขาดเยี่ยมมาก :015:

104
ตอบใหม่



ต้องยึดทาง สายกลาง และเศรษฐกิจพอเพียง เจริญเติบโต ในแนวราบ ไม่ต้องก้าวกระโดดเพราะอาจ จะทำให้เสียทั้งธุรกิจและครอบครัว :089:

105
ต้องบริหารให้ดีรากฐานดี ระบบงานดี  เงินก็ทำงานแทนเราเอง :003:

106
ช่วยดูให้หน่อย ของหลวงตาเผือดหรือ.ปุ้ม :054:





107
บทความ บทกวี / ตอบ: มองต่างมุม
« เมื่อ: 21 ต.ค. 2552, 11:12:41 »
คมบาดใจอีกแล้วท่านต้นน้ำ :015:

108
สักเก้ง แน่นนอน เป็นยันต์ ด้านเสน่ห์ ให้ชายมองหญิง โดยตรง ลองสอบถามพระอาจารย์ญา ดู :015:

109
 แผนซ้อนแผน เสน่ห์ แรงได้อีก  :015:

หลายแผนมาก ระวังโดนคว่ำกระดานนะท่าน :003:

110





 จัดสร้าง โดย อ.หนุ่ม วัดบางแวก  ใครสักจูงนางมาได้ถ้าได้ ลอยองค์มาละก้อดุจ พยัคฆ์ติดปีกแน่นนอน


*คำเตือนมี ของดี ครูบาอาจาย์เก่ง ก็ใช้ควรพิจารณา สตรีมีสามี หญิงชรา ห้ามยุ่งเด็ดขาด*

112
ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุข เรียบร้อยจึงมิใช้การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมความดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้

พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ

ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี 11 ธันวาคม 2512

 

ทำไมต้องล้างบางหมวด ความวุ่นวายที่แท้จริงอยู่ที่ใคร น่าจะพอรู้กันบ้าง  


ก่อนที่จะมีหมวดที่ลบทิ้งไปสามัคคีกันมากมาย

*บ่มหนองต้องเจ็บเนื้อรอบๆๆบ้าง ถ้าหนองหลุดแล้วจะดีเอง*

    [/color]

113

*คำเตือน ก่อนใช้ควรพิจารณา ห้ามใช้กับสตรีที่มี สามีและหญิงชรา:095: :095:*




.

114
เป็นธรรมดาของ โลก

เรือชีวิตยอมมีอุปสรรค ฝ่าฟัน คลื่นทะเล ลมพายุที่เข้ามากระทบ  

ฟ้าฝนลมพายุเป็นสิ่งที่มองเห็นป้องกัน แต่คลื่นใต้เป็นวังน้ำวน ที่อยู่ด้านล่าง นี้น่ากลัวมากทำล่มได้เลย 13;

115
งดงามมาก ฝีเข็มพริ้วมากมาย  :016:


แถมตรงกลางมี รูปหัวใจบอกว่ารักนะ จุ๊บ ๆๆๆ  :015:



116
 น่าจะเพิ่มแสกซ้าย ขวา ได้อีก :003:

117
ขอบคุณมากครับ


 ขอสอบถามเพิ่มเติมเหรียญรุ่นแรกเนื้อเงิน ที่มีในวงการปัจจุบันเป็นของขโมยหรือของเลียนแบบ ครับ

เหรียญรุ่นแรกนี้จริงเท็จประการใดที่เล่นบล็อกคันไถได้บล็อกเดียว และรบกวนช่วยแนะนำการดูบล็อกคันไถ หน่อยครับ :054:


118
เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อสง่า วัดหนองม่วง ราชบุรี เนื้อทองแดงรมดำ สร้างปี 2511 มีรอยจาร ลายมือหลวงพ่อสง่าจารเอง ใช่หรือไม่   เหรียญนี้ดีหรือเปล่า:054: :054:






แล้วเท็จจริงประการใด ที่เหรียญไม่มีพ.ศ ได้ถูกขโมยจากวัดหนองม่วง ตั้งแต่หลวงพ่อยังอยุ่เลยทำให้ปัจจุบันมีเหรียญเลียนแบบจำนวนมาก

ขอบพระคุณล่วงหน้า :054:

119
หากเราคือเพชรแท้…อยู่ที่ไหนก็ยังคงเปล่งประกายวันยังค่ำ… ปล่อยให้พวกกรวด หิน ดิน ทราย ขี้อิจฉาทั้งหลายแพ้ภัยตัวเองกันไป แล้วกัน
 :114:




9

120
วันนี้คุณลองมองตัวเองหรือยัง!!!!



ในเมื่อเราแก้เขาไม่ได้..ก็ควรแก้ที่เราเอง..

     เราห้ามการอิจฉาริษยาไม่ได้..เพราะเราห้ามปากคนมิได้...

          และควรหันมามองตัวเองว่าวันนี้ คุณคิดดี พูดดี ทำดี..แล้วหรือยัง...


" หากคิดที่จะหยุดคนอื่น คุณต้อง..หยุด..ตัวเองก่อน "

ควรหันมามองตัวเองว่าวันนี้ คุณคิดดี พูดดี ทำดี..แล้วหรือยัง.ตรงกับสำนวนที่ ว่า หัดตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตนเองเสียบ้าง  37; 37;

ในเมื่อเราแก้เขาไม่ได้..ก็ควรแก้ที่เราเอง..



ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ๆๆใกล้ฝั่งดัดยาก



ขอบคุณkaitip  ที่มีแง่ดี 04; 04; 04;

121
ภาพเหนือคำบรรยายจริงๆครับ ขอบคุณท่านKill ในโลกสังคมปัจจุบันมีแต่คนใส่หน้ากากเข้าหากัน ถ้าลองเปลี่ยนมาเปิดใจรับสิ่งและให้สิ่งดีๆ โลกจะน่าอยู่อีกเป็นกองเลยครับ


ต้องช่วยกันกระชากหน้ากากออก จะได้รู้ว่าจริง เละเลว แค่ไหน  เพื่อเวปจะได้น่าเข้า ลูกศิษย์คบกันได้สนิทใจ:015:

122
ที่บ้านปลูกแต่ยังไม่มีดอกเลย :070: :070:


ภาพหาชมยาก  :015:

123
ความเป็นนายต้องรักลูกน้อง


ชอบประโยคนี้มากกก :054:



124
ความสามารถ+ ประสบการณ์  = สุดยอด :015:

125
ดูไปดูมาคล้าย 00 จริงสงสัยรวยกันตรึมแน่น :095:

126
 

5 วิธี ตั้งรับ “ตนขี้อิจฉา ”


1. ยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว :
ขอให้ตั้งสติและยอมรับว่าเรื่องนี้มันได้เกิดขึ้นกับเราแล้ว เพื่อที่จะได้กลับมาทบทวนหาหนทางแก้ไขต่อไป
     2. ปล่อยมันไป เมื่อทำใจได้แล้ว :
 เพราะถ้าหากเราคือเพชรแท้…อยู่ที่ไหนก็ยังคงเปล่งประกายวันยังค่ำ… ปล่อยให้พวกกรวด หิน ดิน ทราย ขี้อิจฉาทั้งหลายแพ้ภัยตัวเองกันไป แล้วกัน

   

3. เอาชนะด้วยความดี : หากอยากจะเอาชนะศัตรู ก็จงเอาชนะด้วยความดี แล้วสักวันหนึ่ง เขาอาจจะเสียใจที่เคยคิดอิจฉาคนดีๆ อย่างเรา

      4. ทุ่มเทให้กับงาน : อย่ามัวแต่หมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับเรื่องจุกจิกพรรค์นี้ จนกลายเป็นอุปสรรคให้ต้องเสียงานเสียการ

 [
color=#ff75ff]     5. ปรับความเข้าใจ :[/color] ลองหาช่วงเวลาเหมาะๆ เข้าไปนั่งจับเข่าคุยกัน เปิดอกเคลียร์ปัญหาด้วยการเริ่มต้นเจรจา อย่างสุภาพและต้องใจกว้างพอเมื่อถูก วิจ ารณ์จากคู่กรณี อย่าเพิ่งจี๊ดจนไฟออกหู ถ้าอยากปรับความเข้าใจกัน
 



 
***ที่สำคัญลองส่องกระจกดูตนเอง ด้วยว่าตนเองเป็นตนขี้อิจฉาเป็นแม่มดที่คอยสร้างยุยงให้ใครเข้าใจผิดแตกแยกกันหรือไม่หรือไม่***
 
 

127























*การทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบช่างหายากในปัจจุบัน*

128




เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าว จ.ตรัง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.หนองตรุด อ.เมือง จ.ตรัง ว่า มีงูประหลาดสองหัวขนาดจิ๋ว จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 76/2 หมู่ที่ 1 ซึ่งพบชาวบ้านหลายสิบคนกำลังแห่มาดู งูประหลาดสองหัวขนาดจิ๋ว ที่ลักษณะของลำตัวมีสีดำ ตัดด้วยลายขวางสีเงิน มีความยาวทั้งตัวขนาด 6 นิ้ว โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าว ทยอยมาขอดูงูสองหัวประหลาดจำนวนมากตลอดทั้งวัน

         ทั้งนี้ จากการสอบถาม นางยุพิน คงประสม  อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นผู้พบเห็นงูสองหัวคนแรก กล่าวว่า ในขณะที่ตนเองกำลังจะเข้าห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำก็พบเห็นงูตัวดังกล่าว นอนขดอยู่บริเวณพื้นกลางห้อง ซึ่งพื้นห้องน้ำ เป็นพื้นกระเบื้องที่มีความเย็น จึงได้ตระโกนเรียกให้ลูกสาวนำแก้วน้ำ เพื่อมาจับงูสองหัวตัวนี้เก็บไว้

         โดยชาวบ้านเรียกงูชนิดนี้ว่า งูปล้องเงิน แต่มีความประหลาดที่มีขนาดเล็กกว่างูปล้องเงินทั่วไปและมีสองหัว ซึ่ง นางยุพิน เชื่อว่างูตัวนี้จะนำโชคลาภมาให้ ตนเองและครอบครัว จึงจะเก็บรักษางูตัวนี้ไว้เพื่อบูชาอย่างดี และจะไม่ยอมยกให้ใครเพราะถือว่างูต้องการมาอยู่กับตนเอง ส่วนชาวบ้านที่แห่มาขอดูงูประหลาดนั้น นางยุพิน ยินดีและไม่ขัดข้องที่จะนำงูออกมาโชว์ให้ดู เพราะถือเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล และ ใครจะนำไปตีเป็นเลขเด็ดตัวใดนั้น ทางนางยุพินก็ไม่สอบถาม เพราะถือว่าเป็นโชคของใครก็ของคนนั้น



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ข่าวสด


129

          วันนี้ (16 ตุลาคม) พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ, พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตสว.สส. สภ.อ.เมือง ปราจีนบุรี(ขณะนั้น), จสต.ยงค์ กล่ำนาค อดีต ผบ.หมู่ สภ.อ.เมืองปราจีนบุรี (เสียชีวิต), ด.ต.สมนึก เวชศรี อดีตผบ.หมู่ สภ.อ.สระแก้ว, นายวีระชัย พลทิแสง, นายนิคม หรือป๊อด มนต์ศิริ, นายสำราญ แจ่มจำรัส หรือฉายา "พงษ์ ปากกว้าง", นายสมหมาย พุดเทศ (เสียชีวิต) และนายสุภาพ ช่างสาย (เสียชีวิต) จำเลยที่ 1-9 ในคดีอุ้มฆ่าแม่-ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต หลังจากที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 และนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง  

          อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อเวลา 09.45 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้ประหารชีวิต พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ อดีตหัวหน้าชุดติดตามหาเครื่องเพชรของเจ้าชายไฟซาล เจ้าชายประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่ถูกคนงานไทยขโมยเพชร และนำเข้ามาในประเทศไทย

          ทั้งนี้ คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2545 ให้จำคุกตลอดชีวิต พล.ต.ท.ชลอ จำเลยที่ 1 ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยอีก 3 คน คือ พ.ต.ท.พันศักดิ์, นายนิคมและนายสำราญ ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นอกจากนั้น ให้จำคุก จสต.ยงค์ เป็นเวลา 4 ปี ฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ส่วนจำเลยที่ 4 ด.ต.สมนึก พิพากษายกฟ้อง สำหรับ นายวีระชัย จำเลยที่ 5 และนายสมหมาย จำเลยที่ 8 ให้จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน ฐานร่วมกันสนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ต่อมาโจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษ ขณะที่จำเลยที่ 1, 2, 6 และ7 อุทธรณ์ขอให้ศาลยกฟ้อง เนื่องจากไม่ได้กระทำผิด

          ต่อมาวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2549 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้โดยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1, 2, 6 และ7 ฟังไม่ขึ้น เชื่อว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำความผิดจริงตามฟ้อง โดยจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานเป็นตัวการสนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่นโดยเจตน ซึ่งโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต และมีความผิดฐานเป็นตัวการสนับสนุนกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิตจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษาแก้ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1 สถานเดียว ส่วนจำเลยที่ 2, 6 และ7 ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำคุกตลอดชีวิต



          ส่วน จสต.ยงค์ จำเลยที่ 3 ได้เสียชีวิตขณะอุทธรณ์ จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ส่วน นายวีระชัย จำเลยที่ 5 และนายสมหมาย จำเลยที่ 8 ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือนนั้น ได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี ซึ่งอัยการโจทก์-จำเลย ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์คดี ทำให้คดีของจำเลยที่ 5 และ 8 ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองมาบังคับคดีตามคำพิพากษาแล้ว ต่อมา จำเลยยื่นฎีกาและศาลฎีกาได้ส่งคำพิพากษามาที่ศาลอาญา ซึ่งศาลนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาในวันนี้ (16 ตุลาคม) ที่ห้องพิจารณาคดี909 เวลา 09.30 น.




ปิดตำนาน คุ้มพระลอ ชลอเกิดเทศ


          ในที่สุดคดีอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกตระกูล "ศรีธนะขัณฑ์" จากคดีเพชรซาอุฯ ก็มาถึงจุดจบหลังใช้เวลาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมเกือบ 15 ปี เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ยืนตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ให้ประหารชีวิต พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ จำเลยที่ 1 ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนจำเลยอื่นๆ คดีจบไปก่อนถึงชั้นศาลฎีกา

          คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 และนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.ชลอ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตสว.สส. สภ.อ.เมือง ปราจีนบุรี จ.ส.ต.ยงค์ กล่ำนาค อดีตผบ.หมู่ สภ.อ.เมืองปราจีนบุรี ด.ต.สมนึก เวชศรี อดีตผบ.หมู่ สภ.อ.สระแก้ว นายวีระชัย พลทิแสง นายนิคม หรือป๊อด มนต์ศิริ นายสำราญ แจ่มจำรัส หรือ พงษ์ ปากกว้าง นายสมหมาย พุดเทศ และนายสุภาพ ช่างสาย ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดอื่นรวม 9 ข้อหา กรณีอุ้มฆ่า นางดาราวดี และ ด.ช.เสรี ภรรยาและบุตรของนายสันติ ไปรีดสอบสวนถึงเพชรของเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด อับดุลอาซิซ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ที่หายไป ก่อนฆ่าอำพรางคดีเป็นอุบัติเหตุ

          ก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับคดีศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2545 ให้จำคุกตลอดชีวิต พล.ต.ท.ชลอ จำเลยที่ 1 พ.ต.ท.พันศักดิ์ จำเลยที่ 2 นายนิคม จำเลยที่ 6 และนายสำราญ จำเลยที่ 7 ส่วนจ .ส.ต.ยงค์ จำเลยที่ 3 จำคุกเป็นเวลา 4 ปี นายวีระชัย จำเลยที่ 5 และนายสมหมาย จำเลยที่ 8 ให้จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน และให้ยกฟ้อง ด.ต.สมนึก จำเลยที่ 4 ต่อมาวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2549 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้ให้ประหาร พล.ต.ท.ชลอ สถานเดียว ขณะที่จำเลยอื่นพิพากษายืน โดยที่ จ.ส.ต.ยงค์ นายสมหมาย และนายสุภาพ เสียชีวิตระหว่างพิจารณาคดี

          สำหรับคดีอุ้มฆ่านางดาราวดี และ ด.ช.เสรี 2 แม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ เป็นคดีเกรียวกราวไปทั่วประเทศ เมื่อปี 2537 เมื่อ "ป๋าลอ" พล.ต.ท.ชลอ ได้รับการแต่งตั้งจาก พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้นให้เป็น 1 ใน 4 ชุดเฉพาะกิจติดตามคดี นายเกรียงไกร เตชะโม่ง อดีตแรงงานไทยโจรกรรมเครื่องเพชรมาจากพระราชวังไฟซาล ของเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด อับดุล อาซิซ แห่งประเทศซาอุดีอาระเบีย แล้วหลบหนีเข้ามาในเมืองไทย

          จากนั้น ทีมสืบสวนของ พล.ต.ท.ชลอ เชื่อว่าเครื่องเพชรบางส่วนที่นายเกรียงไกร โจรกรรมมาอยู่ในความครอบครองของนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ เจ้าของร้านเพชรสันติมณี สามีของนางดาราวดี และน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การติดตามหาเพชร "บลูไดมอนด์" โคตรเพชรขนาด 12.5 กะรัต ที่ทางการซาอุดีอาระเบียต้องการจะนำกลับคืน จึงนำมาสู่วิธีการสืบสวนนอกระบบ โดยการอุ้มนางดาราวดี และ ด.ช.เสรี ภรรยาและบุตรชายของนายสันติ จากบ้านพักย่านตลิ่งชัน ไปกักขังไว้ที่บังกะโล กวีวิลล่า อ.สระแก้ว จ.ปราจีนบุรี (ในสมัยนั้น) นานกว่า 1 เดือน เพื่อต่อรองและเรียกค่าไถ่ 2.5 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการข่มขืนกระทำชำเราเหยื่อ และฆ่าทิ้ง

          ในครั้งนั้น นางดาราวดี และด.ช.เสรี ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม ทีมสังหารใช้ไม้ตี 2 แม่ลูกจนคอหักตาย ก่อนจะนำศพทั้งคู่ยัดใส่ในรถเบนซ์ รุ่น 230 อี สีขาว หมายเลขทะเบียน 8 ษ-2327 กรุงเทพมหานคร ของนางดาราวดี ในตำแหน่งเบาะคู่หน้าคนขับและปล่อยให้รถไหลจากเนินสูงข้างทางบนถนนมิตรภาพ ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ในจังหวะเดียวกับที่รถบรรทุก 10 ล้อวิ่งสวนทางมา และชนเข้ากลางลำอย่างจัง โดยที่สถาบันนิติเวชสรุปผลการชันสูตรศพในครั้งนั้นว่าเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ

          อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการรื้อคดี พล.ต.ท.ชลอ  และพวก ถูกจับกุมดำเนินคดี ศาลพิเคราะห์ประกอบคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของ พ.ต.ท.พันศักดิ์กับพวก ซัดทอดว่าได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.ชลอ ให้ไปอุ้ม 2 แม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์เพื่อกดดันสามีเกี่ยวกับการติดตามเพชรซาอุฯ แต่นายสันติกลับนำเรื่องหายตัวของลูกเมียไปร้อง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.มหาดไทย ในขณะนั้น ทำให้ไม่สามารถปล่อยตัว 2 แม่ลูกกลับไปได้ จึงต้องวางแผนฆ่า แล้วอำพรางคดีเป็นอุบัติเหตุ รับฟังได้ว่า พล.ต.ท.ชลอ ร่วมกับพวกกระทำความผิด จึงลงโทษประหารชีวิต พล.ต.ท.ชลอ สถานเดียว





พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ



          ทั้งนี้ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ เจ้าของฉายาทั้ง "มือปราบพระกาฬ" และ "สิงห์เหนือ" เกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2481 ปัจจุบันอายุ 71 ปี เป็นบุตรชายของ พ.ท.แช่ม และนางทองคำ เกิดเทศ เป็นชาวกรุงเทพฯ จบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ จากนั้นเข้าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 17 ก่อนแยกเหล่าเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 15 ติดยศ ร.ต.ต. ที่ สน.นางเลิ้ง

          จากนั้น ร.ต.ต.ชลอ ย้ายไปอยู่ จ.หนองคาย และพระนครศรีอยุธยา และตระเวนภูธรแทบทุกจังหวัดในภาคกลาง เช่น สระบุรี ย้ายไปลพบุรี แล้วกลับไปสระบุรี ก่อนก้าวหน้าในตำแหน่งตามลำดับสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รองผู้บังคับการกองปราบปราม ผู้บังคับการตำรวจภูธร 8 พิษณุโลก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธร 3 ลำปาง ผู้ช่วยผู้บัญชาการศึกษา รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก่อนรับตำแหน่งผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ

          นอกเหนือจากงานในหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราชแล้ว พ.ศ. 2525-2538 พล.ต.ท.ชลอ ยังมีส่วนในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย โดยรับตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเป็นเวลากว่า 13 ปี ผลงานโดดเด่น คือ มีส่วนทำให้ฟุตบอลคิงส์คัฟกระหึ่มในระดับเอเชีย ส่วนเวลาว่างมักเก็บตัวอยู่กับทีมงานในคุ้มพระลอ ซึ่งกินพื้นที่กว้างขวางใน จ.ตาก

          ตลอดระยะเวลารับราชการ พล.ต.ท.ชลอมี ส่วนร่วมคลี่คลายคดีสำคัญมากมาย เช่น จับคนร้ายฆ่าอดีต ส.ส.กำธร ลาชโรจน์ คดีฆ่าเสี่ยปุ้ยที่เชียงใหม่ คดีฆ่าผู้จัดการของ ทูน หิรัญทรัพย์ จับมือปืนฆ่าอดีต บก.น.ส.พ.ตะวันสยาม วันดี ทองประภา คดี เสี่ยฮวด ที่ชลบุรี ฯลฯ ก่อนได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจคลี่คลายคดี เพชรซาอุฯ จนตกเป็นผู้ต้องหาพัวพันเกี่ยวกับการตายของ 2 แม่ลูกตระกูล ศรีธนะขัณฑ์ต้องออกจากราชการเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2537 และมีคำพิพากษาศาลฎีกาตัดสินให้ประหารชีวิตในที่สุด


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เดลินิวส์, แนวหน้า

130
ข้อมูลเพิ่มเติม





ศาล “บุญเพ็ง หีบเหล็ก” ที่วัดภาษี ความศักดิ์สิทธ์ที่ต้องพิสูจน์
ที่วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนเอกมัย ในกรุงเทพมหานคร ที่แห่งนี้เคยเป็นลานประหารนักโทษสมัยรัชกาลที่ 6 ประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะหรือว่า “กุดหัว” และพิธีนี้ถูกยกเลิกไปแล้วโดยมีนักโทษคนสุดท้ายคือ “บุญเพ็ง” หรือ “บุญเพ็งหีบเหล็ก” ต้องโทษด้วยคดีฆ่าหั่นศพใส่หีบเหล็กมากว่า 7 ศพ เป็นผู้ปิดตำนานลานประหารแห่งนี้ แต่ด้วยวิชาอาคมและของศักดิ์สิทธ์ทำให้เพชฌฆาตไม่สามารถตัดหัวของนายบุญเพ็งได้ แต่สุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงเมื่อเขายอมคลายพระที่อมอยู่ในปากออกมา ซึ่งในปัจจุบันได้ตั้งศาลของบุญเพ็งไว้ที่วัด โดยมีผู้คนกราบไว้ขอพรกันเป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อกันว่าหากบนบานสิ่งใดไว้ ก็จะสมความปรารถนา





เรื่องจะเล่าให้ฟังต่่อไปนี้เป็นคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อ 80-90 ปีก่อน

เป็นข่าวฮือฮามากในสมัยนั้นเพราะสมัยก่อนคดีฆ่ากันตายไม่เยอะเหมือนปัจจุบัน

แถมขั้นตอนการฆ่ายังแปลกประหลาดสะเทือนใจประชาชนที่ทราบข่าว

บุญเพ็งหีบเหล็ก (แต่ก่อนคนยังไม่มีนามสกุล หีบเหล็กเป็นฉายาของแก)

เป็นลูกกำพร้าอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่ แกเป็นคนหน้าตาดีเป็นที่รักใคร่ของสาวๆ

บุญเพ็งคลั่งไคล้ในไสยศาสตร์ภายหลังได้บวชเป็นพระ

จำพรรษาอยู่หลายวัดทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดนนทบุรี

ต่อมาวันหนึ่งมีคนพบเห็นหีบเหล็กลอยปริ่มน้ำหน้าวัดไทรม้า

จ.นนทบุรี (ใกล้สะพานพระนั่งเกล้า) และอีกหีบที่คลองบางกอกน้อย

มีศพผู้หญิงถูกมัดอยู่ภายในหีบ (ศพขึ้นอืดทำให้หีบลอย)

หลายแหล่งมักบอกว่าแกฆ่าหลายคน ที่จริงมีไม่กี่คน

ตำรวจจึงทำการสืบสวนตามหาผู้ร้าย

จนได้เบาะแสนำจับบุญเพ็งหีบเหล็กในที่สุด

แกรับสารภาพว่าได้ฆ่าผู้หญิงจริงเพราะต้องการทรัพย์สินของผู้ตายที่มาติดพัน

โดยการฆ่าแล้วเอาศพยัดลงในหีบเหล็กนำไปทิ้งลงแม่น้ำ

บุญเพ็งถูกตัดสินให้รับโทษประหารชีวิต

มีหลายคนเข้าใจว่าแกเป็นนักโทษคนสุดท้ายที่โดนตัดหัว

ที่จริงไม่ใช่แต่เป็นชายหญิงอีกคู่ที่ทำความผิดภายหลังบุญเพ็งตายแล้ว

ศพของบุญเพ็งถูกฝังอยู่วัดภาษี กรุงเทพฯ ทุกวันนี้ยังมีศาลแกตั้งอยู่




เรื่องของบุญเพ็ง นี้ต่อมาได้นำมาสร้างเป็นหนังเมื่อพ.ศ 2510

นำแสดงโดย: สมบัติ เมทะนี, ปริศนา ชบาไพร


131
บุญเพ็งหีบเหล็ก เขาเสพสมกับหญิง สามีทอดทิ้ง รูปร่างดี  แต่พวก ไก่แก่ๆๆน่าเกียจๆ อ้วนๆๆๆ งกๆๆๆๆ  บุญเพ็งหีบเหล็ก คงไม่อยากยุ่งด้วยแน่นๆๆๆ 37; 37; 37;

132
หลวงพี่ต้อยท่านครอบด้วยความเมตตาจริงๆๆ เวลาครอบเศียรแต่ละครั้งท่องมนต์ก่อนทุกครั้ง :054: :054: :054:

133
สุดยอดมากๆๆๆทั้งมวลสาร และความสามัคคีที่ช่วยกันทำ ทั้งตำมวลสาร ช่วยกันกดพระ หายากกก
 :015:
ยิ่งพระอาจารย์ ธนพงศ์ท่านลงมือแกะพระจากแร่เขาอึมครึม  สวยงามและเข้มขล้งจริงๆๆ :016:

ชั่งเป็นวัตถุมงตลที่ทรงคุณค่ามากๆๆ :054: :054: :054:




ขอบคุณ ท่านnobeeta  สำหรับภาพและข้อมูล :054:
 


134
การเข้าใจในกิจของพระภิกษุ

    เช่น การศึกษา การปฏิบัติธรรม และการเป็นนักบวชที่ดีพระภิกษุเป็นพุทธบริษัทระดับนำ จึงมีภาระหน้าที่ในการสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยทำหน้าที่หลักใหญ่ ๆ 3 ประการคือ

                1. การศึกษา ได้แก่ การทำ “คันถธุระ” หมายถึง พระภิกษุจะต้องศึกษาหลักพระธรรมวินัยตามพระคัมภีร์พระไตรปิฎก
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในพระธรรมวินัย อย่างถูกต้อง สามารถนำไปประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสมณเพศ

                  2. การปฏิบัติ ได้แก่การทำ “วิปัสสนาธุระ” หมายถึง การฝึกฝนอบรมจิตให้เป็นสมาธิ ให้มีพลัง เพื่อนำไปใช้ในการข่ม
หรือกำจัดกิเลสคือความเศร้าหมองแห่งจิต และให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริง จากการทำหน้าที่ที่เป็นประโยชน์ส่วนตนทั้ง 2 ประการนั้นก็เพื่อนำไปสั่งสอน ถ่ายทอด และเผยแพร่พระธรรม แก่พุทธศาสนิกชนและบุคคลทั่วไปการสั่งสอนและเผยแพร่พระธรรม ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของพระภิกษุในการเผยแพร่พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อให้พุทธศาสนิกชน และบุคคลทั่วไป ได้เข้าใจในหลักธรรมและสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของตนเองและสังคมได้อย่างปกติสุข เป็นการทำประโยชน์แก่สังคมโดยรวม

             ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 11 พระพุทธเจ้าได้ตรัสหน้าที่ของพระสงฆ์ในการสั่งสอนเผยแพร่หลักธรรมแก่ประชาชนไว้ 6 ประการคือ

            1) สอนให้ละเว้นความชั่ว คือ การชักจูงใจให้บุคคลพึงละเว้นจากสิ่งที่กระทำลงไปแล้วเกิดโทษ ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น
ทำให้เกิดเป็นความทุกข์

            2) สอนให้ทำความดี คือ การชักจูงใจให้บุคคลประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น สิ่งที่เป็นกุศล เป็นไปเพื่อประโยชน์สุข

            3) อนุเคราะห์ด้วยจิตใจอันงาม หมายถึง การให้ความช่วยเหลือ และแนะนำสั่งสอนด้วยความปรารถนาดี มุ่งประโยชน์ที่บุคคลถึงได้รับเป็นสำคัญ ไม่หวังสินจ้างรางวัล ลาภ ยศ หรือชื่อเสียงใด ๆ เป็นการตอบแทน

            4) สอนสิ่งที่เขาไม่เคยสดับตรับฟังมาก่อน ประชาชนส่วนมากมักวุ่นวายอยู่กับการทำมาหาเลี้ยงชีพ ไม่ค่อยมีเวลาศึกษาและสดับพระธรรม พระสงฆ์ผู้ได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติมากกว่าชาวบ้าน จึงต้องนำเอาสิ่งที่ตนเรียนรู้มาถ่ายทอดให้เขาได้รู้ด้วย

             5) อธิบายสิ่งที่เขาได้ยินได้ฟังมาแล้วให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น บางเรื่องที่เขาฟังมาแล้วเกิดความสงสัยไม่แน่ใจ ก็ต้องชี้แจงให้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งหายสงสัย โดยรู้จักการจับประเด็นที่สำคัญมาขยาย และชี้แจงแต่ละประเด็นให้ชัดเจน

             6) บอกทางสวรรค์ให้ หมายถึง การบอกทางสุข ทางเจริญ โดยการแนะนำทางดำเนินชีวิตที่ดีงาม และเป็นประโยชน์สุขแก่ประชาชน

          3. การเป็นนักบวชที่ดี พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นบรรพชิตในพระพุทธศาสนา มีหน้าที่ศึกษา ปฏิบัติธรรม เผยแผ่คำสอน ดังที่กล่าวมาแล้ว พระภิกษุจะต้องเป็นผู้สืบต่อพระพุทธศาสนา มีคุณธรรมและหลักความประพฤติที่ต้องปฏิบัติมากมาย นอกจากอนุเคราะห์พุทธศาสนิกชนแล้ว พระภิกษุจะต้องหมั่นพิจารณาตนเอง คือ พิจารณาเตือนใจตนเองอยู่เสมอตามหลัก ปัพพชิตอภิณหปัจจเวกขณ์ (ธรรมที่บรรพชิตควรพิจารณาเนือง ๆ ) 10 ประการดังนี้คือ

           3.1 เรามีเพศต่างจากคฤหัสถ์ สลัดแล้วซึ่งฐานะ ควรเป็นอยู่ง่าย จะถือเอาแต่ใจตนเองไม่ได้
           3.2 ความเป็นอยู่ของเราต้องอาศัยผู้อื่นในการเลี้ยงชีพ ควรทำตัวให้เลี้ยงง่าย และบริโภคปัจจัย 4 โดยพิจารณา ไม่บริโภคด้วยตัณหา
           3.3 เรามีอากัปกิริยาที่พึงทำต่างจากคฤหัสถ์ อาการกิริยาใด ๆ ของสมณะ พระภิกษุต้องทำอาการกิริยานั้น ๆ และยังจะต้องปรับปรุงตนให้ดียิ่งขึ้นไปกว่านี้
           3.4 ตัวเราเองยังติเตียนตัวเราเองโดยศีลไม่ได้อยู่หรือไม่
           3.5 เพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ผู้เป็นวิญญูชน พิจารณาแล้ว ยังติเตียนเราโดยศีลไม่ได้อยู่หรือไม่
           3.6 เราจักต้องถึงความพรากจากของรักของชอบใจไปทั้งสิ้น
           3.7 เรามีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใด ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม จักต้องเป็นทายาทของกรรมนั้น
           3.8 วันคืนล่วงไป ๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่
           3.9 เรายินดีในที่สงัดอยู่หรือไม่
           3.10 คุณวิเศษยิ่งกว่ามนุษย์สามัญที่เราบรรลุแล้วมีอยู่หรือไม่ ที่จะให้เราเป็นผู้ไม่เก้อเขิน เมื่อถูกเพื่อนบรรชิตถามในกาลภายหลัง

http://mediacenter.mcu.ac.th/data/caipyo/m4/Unit4/unit4-1.php

135
ของดี ขอบคุณสำหรับข้อมูลมาก :015:

136
ขอบคุณพี่คนรักษ์พระมากครับ :054: :054: :054:

137
ที่ต้องคืนเพราะมีเรื่องเล่าว่า ได้หน้าจะเสียหลัง คนกลัวเลยเอาไปคืน

แต่เดี๋ยวนี้ใครนำมาคืนรีบคว้ากันไม่ทัน :095: :095:

138
ที่บ้านผมมีทั่งสองอย่างเลยครับ
ทั่งตัวผู้ และตัวเมียแต่ในรูปไม่แน่ใจคับว่าตัวผูหรือตัวเมีย ถ้าอยากรู้ว่าตัวผู้ หรือตัวเมีย
  (  ไห้สังเกตทีใบครับ ถ้าตัวผู้ กลางใบจะมีสีแดง แต่ถ้าตัวเมีย กลางใบจะไม่มีสีอะไรเรยครับ รองสังเกตดูครับ )
                 ศิษย์ หลวงโด่ง

ถ้ามีโอกาสถ่ายภาพให้ชมเป็นวิทยาด้วยตับ :054: :054:

139
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆๆๆ :054: :054: :054:

140
ขอบคุณนะ สำหรับประวัติ(หลวงพ่อทบ)


ตระกรุดท่านสุดยอดมาก :016: :025: :015:

141
ขอบคุณมากครับ ที่นำของดีมาให้ชมกัน :053: :053: :053:

142
บ้างทีแสงอาจตกจะสว่างมากไป เลยทำให้ดูยาก ยังไงพี่ลองถ่ายให้ชมใหม่นะ :054: :054:

143
งามมากครับ หายากด้วย ขอบคุณมาก ที่นำมาให้ชม :016:

144
ขอบคุณมากครับที่นำมาให้ชม เป็นรุ่นแรกของหลวงพ่อแพด้วย เหรียญสวยมากๆๆ  :054:

ถ้ายังไงรบกวนลงประวัติให้หน่อย ดูเข้มขลังดี :016: :025: :015:

145
เป็นเนื้อทองเหลือง หล่อโบราณ สร้างขึ้นคราวหล่อพระประธานในอุโบสถ

มีแบบพระพุทธ2หน้า สร้าง 200องค์   แบบหลังยันต์สร้าง 3000องค์

ของเทียมตอนนี้แบบหล่อก้อมี ลองถ่ายขอบมาดูเพิ่มแล้วกัน[/size]

146
ขอบคุณท่าน nobeeta  มากได้อารมณดุจไปร่วมงานเลย 02;

147
ขอบคุรสำหรับภาพและข้อมูลเพิ่มเติมมาก 36;

148



วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552
คม ชัด ลึก


ชั่วโมงเซียน-ให้ตัด คำว่า "เพชรตาแมว" ออกได้ครับ มหัศจรรย์แห่งอัญมณีลี้ลับธรรมชาติ
 
 

ภาพประกอบข่าวคมชัดลึก : "มหัศจรรย์แห่งวัตถุที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ" เป็นคติความเชื่ออย่างหนึ่งที่คนไทยยึดถือและเชื่อมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีคติความเชื่อว่า "ผู้ใดได้ครอบครอง จะนำมาด้วยความโชคดี ความเป็นสิริมงคล การเงิน ค้าขาย ทางด้าน เกื้อหนุน หนนนำ

 ให้มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาแต่ผู้ครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การงาน เงินทอง หรือแม้แต่โชคลาภ" เช่น เหล็กไหลดำ เหล็กไหลตาน้ำ,ทองคำดำ,พญาสมิงเหล็ก เหล็กไหลบารมี โคตรเหล็กไหล เหล็กหลบ แร่บางใผ่ แร่เกาะล้าน เป็นต้น

 ประเภทวัตถุอาถรรพ์แบบสัตว์ คตผึ้ง,คตหอย,เพชรตาแมว,งากระเด็น(งาสลัด), งูปากเป็ด,จิ้งจกสองหาง,ผึ้งทำรังตามบ้าน, รกแมว,ลูกกรอก, เขี้ยวหมูตัน,ปูหิน,เขี้ยวเสือกลวง,ตะขาบทองแดง,คตปลวก,กระโปกทองแดง,ตับทองแดง,คนลิ้นดำ เขากวางคุต,งาช้างกลวง,นอแรด,คตหอยพระธาตุ เป็นต้น
 อย่าไรก็ตามเมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ไพโรจน์ สุขจั่น เป็นประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท บัวทอง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด โชคดีได้แมวตาเพชรตัวหนึ่ง ไม่ว่าแมวตัวดังกล่าวจะเป็นแมวตาเพชรตามตำราหรือไม่ แต่หลังจากดร.ไพโรจน์ ได้แมวตัวดังกล่าวมาครอบครอง ธุรกิจขายบ้านจัดสรรดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีสิ่งดีๆเข้ามาเสมอๆ แม้กระทั่งลาภลอยต่างๆ โดยเขาได้เลี้ยงดูเป็นอย่างและหวงเหมือนไในหิน เปรียบเสมือนเขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเลยทีเดียว
 แม้ว่าดร.ไพโรจน์ จะไม่ปักใจเชื่อว่าแมวตัวดังกล่าวจะเป็นแมวตาเพชรจริงๆ แต่มันเป็นแมวที่มีตาแปลกกว่าแมวตัวอื่นๆ คือ เมื่อดวงตาสะท้อนแสง ดวงตาจะมีแสงสีเขียวมรกตส่องประกายงดงามยิ่งนัก ทุกคนที่ได้พบเห็นต่างต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าดวงตาแมวตัวนี้งามจริงๆ  ยิ่งเมื่อถ่ายภาพโดยการใช้แฟลตด้วยแล้วยิ่งทำให้ดวงตาส่องแสงเหมือนสปอทไลท์    มันจึงแปลกกว่าแมวตัวอื่นอย่างชัดเจน
 คติความเชื่อเรื่อง เพชรตาแมวเกิดจากแมวซึ่งตาเป็นต้อหิน ข้างใดที่เป็นจะมีน้ำเลี้ยงไหลออกมาตลอดเวลา แต่แมวจะไม่มีความเจ็บปวด แต่ข้างที่เป็นต้อจะมองไม่เห็น เมื่อแมวเสียชีวิตตาข้างที่เป็นต้อจะแข็งเหมือนก้อนหิน เรียกว่า เพชรตาแมว
 แมวตาเพชรที่จัดว่าหายากมาก ตาเพชรทั้ง๒ ข้างของแมวชนิดนี้ จะเป็นแก้วหรือเพชรใส ตอนเป็นแมวตาเพชรยังมีชีวิตอยู่เมื่อมองเหยื่อนาน ๆ เหยื่อประเภทจิ้งจก, นก, หนู จะแพ้นัยตาแมวแล้วตกมาเป็นอาหารแมว โดยที่แมวไม่ต้องทำอะไรชีวิตอยู่ และหลังจากตายแล้วจึงกลายเป็นเพชรตาแมว ถึงแม้ร่างกายจะเน่าเปื่อยไปแล้ว แต่นัยตาเพชรจะคงสภาพใสวาว ยิ่งกว่าเพชรเสียอีก นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่แมวสีสวาทเป็นเพชรตาแมวมีราคามหาศาลยิ่งกว่าพระเครื่องหลายเท่าตัว ตามที่สนนราคากันเพื่อความอยากเป็นเจ้าของอยู่ในหลักล้านบาท
 เหตุผลที่ทำให้แมวตาเพชรมีราคาสูงถึงหลักล้าบาทนั้น นอกจากไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะได้เห็นหรือครอบครองแล้วยังไปผูกติดกับคติความเชื่อเรื่องบุญวาสนา ตั้งแต่ชาติ ปางก่อน ที่สัตว์ประเภทนี้ตามมารับใช้เจ้าของ  อานุภาพของเพชรตาแมวนั้นมีคุณวิเศษดังแก้วสารพัดนึก ดีเด่นทางด้านมหาสิทธิโชค โภคทรัพย์เรียกลาภ เมตตามหานิยม มหาอำนาจ เตือนภัย ป้องกันภัยอันตรายได้สารพัด  ผู้ใดได้ครอบครองเป็นเจ้าของอย่างถูกต้องตามครรลองคลองธรรม จะพบพานแต่ความเจริญรุ่งเรือง  ร่ำรวยทรัพย์สินเงินทองเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง  เพชรตาแมวประเภทใส ยังมีคุณสมบัติแคล้วคลาดจากอันตรายได้ และเพชรตาแมวยังมีคุณสมบัติคล้ายกับเหล็กไหล จะต่างกันเพียงแต่เพชรตาแมวเกิดจากสัตว์ ส่วนเหล็กไหลเกิดจากแร่ธาตุที่มีวิญญาณมนุษย์, อมนุษย์, ยักษ์, เทพ, เทวา, ฤษี คุ้มอยู่ หากผู้ที่ได้ครอบครองเพชรตาแมวแบบไม่ถูกต้องตามครรลองครองธรรม แล้วจะมีอันเป็นไปต่างๆนาๆ บางครั้งความอยากได้เพชรตาแมวไว้ครอบครองอาจจะต้องแลกมันมาด้วยชีวิต 
 กำเนิดของเพชรตาแมวนั้นเป็นเรื่องลี้ลับยิ่งนัก ตั้งแต่โบราณกาลมาบูรพาจารย์ผู้รู้ท่านได้กล่าวเอาไว้ว่าเป็นของกายสิทธิ์อิทธิฤทธิ์เกรียงไกร ใน ๑๐๐ ปี ถึง ๑,๐๐๐ ปี  จึงจะมาจุติยังดินแดนสุวรรณภูมิสัก ๑ ตน โดยเทพที่จะมาเกิดเป็นแมวได้นำแก้วมณีสารพัดนึก ซึ่งเป็นของวิเศษประจำตัวจากสรวงสวรรค์ลงมาจุติเพื่อชดใช้เศษกรรมที่ยังเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยก่อนที่จะกลับขึ้นไปบำเพ็ญตบะยังสรวงสวรรค์ดังเดิม
     

    ก่อนที่จะละสังขารเขาจะประทานแก้ววิเศษที่รู้กันในนามเพชรตาแมวให้แก่ผู้ที่มีพระคุณ  เลี้ยงดูเขามาจนถึงวาระที่เขาได้ชดใช้เศษกรรมบางอย่างจนหมดสิ้นแล้ว โดยก่อนจะจากไปเขาจะเข้ามาคลอเคลียกับผู้ที่เป็นเจ้าของเหมือนเป็นการบอกลาอยู่ในทีเป็นครั้งสุดท้าย  และทิ้งเพชรตาแมวของตนไว้ให้กับเจ้าของ  ก่อนที่จะจากไปอย่างไม่มีวันกลับมาอีกต่อไป โดยบางตัวจะละสังขารต่อหน้าเจ้าของ แต่บางตัวจะจากไปละสังขารที่อื่น และไม่มีใครพบหรือเห็นซากสังขารของเขาเป็นที่น่าประหลาดใจยิ่งนัก
 หินใส เพชรตาแมวชนิดนี้เกิดขึ้นกับแมวที่เจ้าของเลี้ยงดูแลเป็นอย่างดี ส่วนมากจะเป็นตาเพชรข้างเดียว เพชรตาแมวประเภทนี้จะมีความใสปนขุ่น มีขนาดลูกแก้ว ในความใสจะมีลักษณะเหมือนเสี้ยนไผ่อยู่ในตา ม่านตา เมื่อส่องด้วยกล้องขยายจะเห็นเป็นรังผึ้งขนาดเล็กและมีเส้นเลือดขนาดเล็ก คุณสมบัติจะเหมือนข้อแรก เพชรตาแมวประเภทนี้จะมีสีฟ้าน้ำทะเล, สีเหลือง,เขียวอมฟ้า ม่วงอมชมพู ฯลฯ ลักษณะพิเศษนี้จะเปลี่ยนไปหลังจากแมวเสียชีวิตแล้ว ขึ้นอยู่กับเจ้าของผู้ครอบครอง จะหมั่นสร้างบุญบารมี ทำคุณงามความดี เพชรตาแมวถึงจะสำแดงฤทธิ์เดชให้เจ้าของได้ประจัก
เรื่องแมวตาเพชรนั้นเป็นความเชื่อและควาามชอบส่วนบุคคล อย่างไรก็ตามในวันศุกร์ที่๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ ตรงกับวันปิยมหาราช ดร.ไพโรจน์ ได้จัดพิมพ์ภาพแมวสี่สีด้วยกระดาษอย่างแจกฟรี ให้กับผู้ที่จะไปเยี่ยมชมถ้ำแก้วเนรมิตร ซึ่งเป็นถ้ำแห่งเดียวใน จ.นนทบุรี ที่ทำจากหินธรรมชาติศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นชิ้น นอกจากนี้แล้วเพื่อเป็นการเสริมสร้างบารมีดร.ไพโรจน์ ยังพิมพ์หนังสือมงคงคาถามหาเศรษฐี บุญหนุนนำกรรมลิขิต ความหน้า ๓๕๐ หน้า ๔ สี่ แจกฟรีเพื่อเป็นธรรมทานให้กับผู้ไปร่วมงานทุกท่านอีกด้วย


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก คมชัดลึก

149
ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ครับ

และขอให้ได้คืนด้วยไว :054:

150
เยี่ยมมากทั้งข้อมูล และวัตถุมงคล  :015:

ถ้ามีรูปเต็มๆๆองค์ยิ่งแจ่ม

151

จากวิหารกรอ

152
ว่านดอกทองหรือรากราคะ
 


"รากราคะ" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า " ว่านดอกทอง"ซึ่งเป็นว่านโบราณที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์

นายณรงค์ ค้านอธรรม นักอนุรักษ์ว่านไทยโบราณ เจ้าของว่านรากราคะ เผยว่า ว่านนี้อยู่ในวงศ์ซิงจิเบอร์เรซี เป็นพืชตระกูลเดียวกับขิง ลักษณะลำต้นใต้ดินเป็นเหง้ากลม แตกแง่งเป็นไหลเล็กยาว 5-10 นิ้ว เนื้อในหัวถ้าเป็นตัวผู้จะมีสีเหลือง ส่วนตัวเมียเนื้อสีขาว มีกลิ่นคาวจัดคล้ายกับอสุจิของคนพบมากทางภาคตะวันตกและภาคเหนือ แถบจังหวัดกาญจนบุรี ตาก ลำปาง ใบเป็นรูปหอกสีเขียวมีขนาดเล็กเส้นกลางใบสีแดง ทั้งต้นสูงประมาณ 1 ฟุต ออกดอกในหน้าฝน คล้ายดอกกระเจียว แต่ไม่มีก้านดอกจะอยู่ติดกับพื้นดิน มีสีขาวอมเหลือง โดยแทงดอกขึ้นจากเหง้าหลักที่อยู่ใต้ดินก่อนการงอกขอ งใบว่านดังกล่าวนี้

ตามตำราโบราณระบุว่ามีอำนาจทางเพศรุนแรง โดยเฉพาะผู้หญิงเกิดรุนแรงมาก ถ้าเอาหัว หรือใบหรือต้นใส่โอ่งน้ำหรือบ่อน้ำ หากใครกินเข้าไปจะมีความรู้สึกทางเพศรุนแรงมาก โดยเฉพาะดอกเพียงได้กลิ่นผู้คนที่ได้กลิ่นทั้งหญิงแล ะชายจะพากันมัวเมาในโลกีย์รส ฉะนั้นจึงต้องเด็ดดอกออกเสีย :059:


นอกจากนี้ตามความเชื่อโบราณปลูกไว้ที่บ้าน ร้านค้า มีสรรพคุณทางเมตตามหานิยม ทำให้มีลูกค้าอุดหนุนอย่างไม่ขาดสาย อีกทั้งว่านดังกล่าวใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว จึงนำออกมาแสดงให้ประชาชนได้ชมก่อนที่จะสูญพันธุ์ไป



ขอบคุณภาพและข้อมูล  คุณดอกปีป



ฮิสทีเรีย (Hysteria)

เป็นชื่อเรียก ของอาการทางประสาทชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย จะมีอาการ เกี่ยวกับ การควบคุมอารมณ์  การควบคุมจิตสำนึก ด้านการกระทำลดลง และความกลัวต่าง ๆ โดยอาการฮิสทีเรียนั้น ถือว่าเป็นชนิดหนึ่งในประเภทของ โรควิตกกังวล* ก็ว่าได้ หรือจะเป็น โรคขาดความอบอุ่น* ก็ได้เช่นกัน
  
ผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย

จะมีอาการ ยึดติดกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของตน ด้วยการกระทำดีด้วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้ง ยังจะมีอาการคิดมากวิตกกังกวล อยู่ตลอดเวลา โดยส่วนมากจะเป็นความคิดประเภทที่ว่า ตนเองเป็นคนไร้ความสามารถ มีปมด้อย มีความสามารถด้อยกว่าคนอื่น ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตาม อาการอีกอย่างนึงคือ "ความกลัว" กลัวตนเองทำผิดพลาด กลัวว่าตนเองจะถูกทิ้ง กลัวที่จะถูกหวัง กลัวที่จะเริ่มอะไรใหม่ ๆ อาการกลัวที่ได้กล่าวไป เป็นอาการกลัวอันดับต้น ๆ ของผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย สิ่งหนึ่งที่ผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย มักจะเป็นกันคือ การไม่รู้ตัวตนเองของตัว จึงทำให้ถ้ายึดติดกับสิ่งใด หรือใครแล้ว จะยึดติดมาก แทบจะไม่ปล่อย และไม่ฟังเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น นั่นอาจรวมไปถึง พฤติกรรมการเลียนแบบ อีกด้วย
  
เหตุใด จึงกล่าวว่า ฮิสทีเรีย คือ โรคขาดผู้ชายไม่ได้

นั่นเป็นความเข้าใจผิด ความผิดพลาดทางภาษา ความมักง่ายในการใช้ภาษา การคิดไปเองของคนทั่ว ๆ ไป แล้วแต่ใครจะเรียก จึงทำให้ ฮิสทีเรีย กลายเป็น โรคขาดผู้ชายไม่ได้ ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ผู้ที่เป็นฮิสทีเรียนั้น จะมีอาการที่เรียกว่าขาดความอบอุ่นอยู่ด้วยในตัว และธรรมชาติของมนุษย์ คือต้องการที่ยึดเหนี่ยว ต้องการที่พึ่งพิง โดยความต้องการเหล่านี้ จะเพิ่มพูนสูงขึ้นมาก กับผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย จึงทำให้ผู้ที่มีอาการนี้ ถ้ามองอีกแง่หนึ่งอาจจะเป็นคนประเภทพึ่งตัวเองไม่ได้เลย ก็ว่าได้ และจากเหตุนี้เอง ทำให้เมื่อมีใครสักคนหนึ่งมาทำดีด้วยกับตน ก็จะเกิดความรู้สึกผูกพันธ์ขึ้นอย่างรวดเร็ว และในบางรายอาจจะเกิดอาการแสดงความเป็นเจ้าของในระดับหนึ่ง หรือถ้าผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย โดยพื้นเป็นคนมีอารมณ์รุนแรงแล้ว การแสดงความเป็นเจ้าของก็จะรุนแรงตามไปด้วย ในบางรายอาจจะรุนแรงถึงขั้นฆ่ากันตายได้ ก็มีมาแล้ว (ของของฉัน ถ้าฉันไม่ได้คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้) ในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้ว คนทั่วไป จะคิดว่าเขาเห็นอะไร ไม่ใช่ เขาเห็นอะไร ประกอบกับความเข้าใจผิด และการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง


จึงทำให้เหมารวมว่า ฮิสทีเรีย คือโรคขาดผู้ชายไม่ได้

แล้วที่จริงแล้ว โรคขาดผู้ชายไม่ได้คืออะไรละ โรคขาดผู้ชายไม่ได้ หรือ Cassandra Complex** จะหมายถึง อาการของสตรีผู้ซึ่ง มีความต้องการทางเพศไม่สิ้นสุด หรือความต้องการความรัก ความอบอุ่น อย่างไม่สิ้นสุด จากใครสักคน โดยไม่สนว่าชายหรือหญิง และเช่นเดียวกัน อาการดังกล่าวนี้ เกิดได้เช่นเดียวกันในผู้ชาย แต่จากค่านิยมสังคม ที่เดิมผู้ชายเป็นใหญ่กว่า จึงได้ทำให้เรียกว่า "โรคขาดผู้ชายไม่ได้" ไป และภายหลัง ก็เหมารวมไปทั้งหมดในชื่อ Hysteria เนื่องจาก ความแตกต่างอันน้อยนิด ของอาการทั้งสอง
มีผู้ชายเป็นฮิสทีเรียไหม?

คำตอบคือ มี แต่ในจำนวนน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับผู้หญิง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะในโลกปัจจุบันผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชายอยู่แล้ว และโดยธรรมชาติของเพศชาย สภาพจิตใจจะไม่หวั่นไหวง่ายเท่าเพศหญิง อีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญคือ สภาพสังคมการเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก ของเพศชาย และหญิงแตกต่างกัน อย่างเห็นได้ชัด โดยส่วนมาก การเลี้ยงดูของเพศหญิงจะเต็มไปด้วยการดูแลทะนุถนอมเป็นอย่างดี แต่กลับกันเพศชายการเลี้ยงดูเกือบแทบจะเป็นแบบปล่อยเลยก็ว่าได้ (โดยส่วนมาก) นั่นจึงเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมถึงไม่ค่อยพบอาการฮิสทีเรียในผู้ชาย

การรักษา?

อย่างที่ได้บอกไปเป็นนัย ๆ แล้ว ฮิสทีเรีย ไม่ใช่โรค จึงไม่อาจมีการรักษาใด ๆ ได้ (ยกเว้น การใช้ยาบางชนิด เพื่อกระตุ้นการหลั่งสาร ที่เกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ แต่นั่นก็ไม่ถือว่าเป็นการรักษาอยู่ดี ถือเป็นการฝืนมากกว่า) สิ่งที่จะทำให้ได้สำหรับผู้ที่เป็นฮิสทีเรียคือ การให้คำปรึกษาที่ดี จากคนใกล้ตัวเอง หรือแม้แต่จิตแพทย์ และที่สำคัญที่สุด ความตั้งใจจริง ที่จะค้นหาตัวตนของตัวเอง

ฮิสทีเรีย ไม่ใช่สิ่งที่เป็นได้ตั้งแต่กำเนิด เพราะฉะนั้น หากมีผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย ให้สันนิฐานเบื้องต้นไว้ได้เลยว่า ในอดีตบุคคลผู้นั้น ได้เคยมีการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง หรือแม้แต่การขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ก็เป็นสาเหตุได้เช่นกัน

ถ้าท่านมีคนที่รู้จักเป็นฮิสทีเรีย โปรดนึกไว้เถอะว่า ถึงแม้การกระทำของเขาจะน่ารำคาญ แต่สิ่งที่เขาทำมันมาจากจิตใจที่อ่อนแอของเขาเอง และได้โปรดพึงระลึกไว้เสมอว่า ฮิสทีเรีย ไม่ใช่อาการขาดผู้ชายไม่ได้ เสมอไป สำหรับผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย คุณไม่ได้น่ารังเกียจ และไม่ได้ด้อยกว่าใครในสังคมนี้ คุณมีทุกสิ่งสมบูรณ์พร้อมเหมือนคนอื่นทุกประการ เพียงแต่สิ่งสำคัญคือ คุณจะเป็นจะต้องหาตัวตนของคุณให้เจอเท่านั้นเอง

*เป็นชื่อเรียกภาษาปาก เพราะจริง ๆ แล้วมันเป็นอาการทางด้านจิตใจ มิใช่โรค

**ชื่อตาม Cassandra ธิดาของ Priam กษัตริย์แห่ง Troy


แหล่งข้อมูล: http://en.wikipedia.org/wiki/Hysteria
     http://en.wikipedia.org/wiki/Cassandra_Complex



ความเหมือนคือทำให้มีความต้องการทางเพศเหมือนกัน ความแตกต่างฤทธิ์ของรากราคะอยู่ได้พักเดียวแต่ฮิสทีเรียอยู่ในสันดานนานแสนนาน 38; 38; 17; 17; 36; 37; 37; 37;

153
ขอบคุณสำหรับข้อมูล :015:

มีอยู่2ลูกได้มาจากกรุวัดมหาธาตุลพบุรี :095: :095:

154
ดีเหมือนกันหมดทุกใบยิ่งมีมากยิ่งดีใหญ่ขอบคุณสำหรับบทความดีๆๆๆ :015:

156
แล้วถ้าดินโป่่งเทียม จะมีฤทธิ์ไหม

157
ท่านใดสนใจอยากได้ จิ้งจกสองหาง บัวบังใบ เนื้อผงว่าน สีน้ำตาล 


ชุดนี้ลองสอบถามพระอ.ญาดูท่านเป็นพระผู้ใหญ่ใจดีมีเมตตา โดยไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน :054: :054: :054:

158
    ได้ทำกุศลรวมกันแล้ว ยังไงเมตตาเด็กน้อยตาดำๆๆๆบ้างนะครัย03; 03; 03;

159




บัวบังใบเนื้อผงชุดนี้ อ ประครอง หลวงพี่ หนุ่ม ท่านเสกอย่างเต็มที่ในพรรษาที่ผ่านมาและมอบให้อ.ญาพอสมควรเพื่อแจกงานนี้ :054: :054:

160






จิ้งจกชุดนี้อ.ญาท่านเสกอย่างเต็มที่ในพรรษาที่ผ่านมา และเสกครั้งสุดท้ายวันจันทร์ ที่ 5 ตค 2552

161
ขอให้เจริญในธรรมบรรลุมรรคผล



*อย่าขายของแพงนักยังไม่มีรายได้  15;:*

162
ที่นำรูปที่ดีๆๆมีแง่คิดมาฝาก :016:

163



ศีลข้อ 3 กาเมสุมิจฉาจาร


หมายถึง การล่วงเกินผู้อื่น จะตัดสินว่าได้กระทำผิดในข้อนี้
โดยมีองค์ประกอบการตัดสิน คือ

- บุคคลนั้นไม่ควรล่วงเกิน คือ นอกเหนือจากตัวเราเอง ไม่ควรล่วงเกินทั้งสิ้น
- มีจิตคิดจะล่วงเกิน
- มีความพยายามและดำเนินการ
- ได้ล่วงเกินสมปรารถนา นับตั้งแต่อวัยวะถึงอวัยวะ เช่น การผิดประเวณี
หรือ การทำร้ายร่างกาย เป็นต้น


โดยส่วนใหญ่การกระทำผิดในข้อนี้ คนส่วนมากมักจะนึกถึงการประพฤติผิดในกาม
หรือการล่วงประเวณี อันเป็นการกระทำลามก ซึ่งบัณฑิตทั้งหลายพึงติเตียน นั้นคือ
การทำผิดลูกเมียเขา ซึ่งเป็นความประพฤติที่สังคมทั่วไปไม่ยอมรับ ผู้ที่กระทำจึง
ต้องมีพฤติกรรมที่ปิดบังและซ่อนเร้น การกระทำอกุศลเช่นนี้ ผลที่จะได้รับใน
ปวัตติกาล (ภายหลังการเกิด) คือ

1. มีผู้เกลียดชังมาก
เพราะการกระทำที่ผิดลูกเมียเขา ย่อมสร้างความโกรธแค้นให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
กับผู้เสียหาย ผลที่ได้รับคือ มีศัตรูและมีคนเกลียดชังมาก ในข้อนี้ทุกคนก็ต้องเคย
ประสบมา แต่อาจเป็นเพียงเศษกรรม เช่น เวลาที่มีเรื่องขัดใจกับใคร และมีการ
โต้เถียง ทำให้มองหน้ากันไม่ได้ หรือบางคนอาจมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง มียศถา
บรรดาศักดิ์ แต่ไม่เป็นที่สบอารมณ์ของลูกน้อง เป็นต้น.

2.มีผู้คิดปองร้าย
เพราะได้เคยสร้างศัตรูสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับผู้อื่น ตัวอย่าง เช่น นักเรียน
บางคนเรียบร้อย ไม่เคยมีเรื่องราวอะไรกับใคร แต่ถูกนักเรียนโรงเรียนอื่นรุม
ทำร้ายจนบาดเจ็บ อันนี้ผลที่เขาถูกทำร้าย ก็เพราะอดีตชาติเคยทำปาบข้อ
กาเมสุมิจฉาจาร และที่ต้องบาดเจ็บก็เพราะได้เคยทำปาณาติบาต มานั่นเอง
แม้กระทั้งสามีภรรยามีเรื่องระหองแหง การใช้สายตาและคำพูดทำร้ายจิตใจกัน
ก็ถือว่าเป็นผลของการกระทำอกุศลในข้อนี้เช่นเดียวกัน.

3.ขัดสนทรัพย์

ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่ความฝืดเคือง เงินเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง ดังที่เราได้เห็น
บางคนต้องเข้าโรงรับจำนำประจำ เพราะอดีตได้สร้างความ ไม่รู้จักพอ นั่นเอง.

4.อดอยาก ยากจน
เพราะการประพฤติผิดในกามหรือการล่วงประเวณีนั้น เป็นการกระทำที่ตนเอง
เป็นผู้ไม่รู้จักพอ ไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ (สามี ภรรยา ของตนเอง) แล้วยัง
ไปเบียดเบียนผู้อื่น จึงเป็นการสร้างทางให้ตนเองต้องอดอยาก ยากจน.

5.เกิดเป็นหญิง
เพราะการกระทำอกุศลกรรมบถในข้อนี้จะเป็นไปแบบปิดบังซ่อนเร้น ไม่กล้า
เปิดเผย การกระทำที่ต้องหลบเลี่ยงเช่นนี้ จัดเป็นอำนาจอ่อนแบบที่เรียกว่า
สสังขาริก อันจะนำไปเกิดเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นเพศที่มีความลำบากมากว่าผู้ชาย
มีความอับอายในบางสิ่งบางอย่างมากกว่า มีเรื่องที่ต้องปกปิดมากกว่า นั่นเอง.

6.เกิดเป็นกระเทย
ซึ่งเป็นเพศที่สังคมส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับ เพราะเหตุที่ได้เคยกระทำ
กาเมสุมิฉาจาร ที่สังคมไม่ยอมรับ นั่นเอง

7.ถ้าเกิดเป็นชายก็จะเกิดในตระกูลต่ำเพราะในขณะที่ตาย จิตจับอารมณ์ที่ดีและเป็นอำนาจของ อสังขาริก คืออำนาจ
ที่เด็ดเดี่ยว ทำให้เกิดเป็นผู้ชาย แต่เหตุที่เคยประพฤติผิดในกามที่ยังให้ผลอยู่
จึงต้องเกิดในตระกูลต่ำและมีผลทำให้ขัดสนทรัพย์ และความอดอยากยากจน
ก็ตามมา.

8.ได้รับความอับอายอยู่เสมอ

คือเป็นคนเปิ่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะเป็นที่ขบขันของคนอื่น พฤติกรรมที่แสดงออก
ไปจึงทำให้ตนเองต้องอับอาย เพราะเหตุที่เคยสร้างความอับอายไว้ให้ผู้อื่นนั่นเอง.

9.ร่างกายไม่สมประกอบ

คือ ร่างกายพิการ หรือเป็นผู้มีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายผิดแผกแตกต่างไปจาก
คนอื่น เช่น มีความผิดปกติของอวัยวะบางส่วน อาจโตหรือเล็กผิดไปจากธรรมดา
เคยมีข่าวว่าหญิงคนหนึ่งมีอวัยวะเพศใหญ่โตผิดปกติ มีคนแห่กันไปดูมากมาย
เพราะมีร่างกายไม่สมประกอบ ซึ่งอาจทำให้ต้องได้รับความอับอายตามมา ทั้งนี้
เพราะอดีตชาติได้เคยล่วงเกินร่างกายของผู้อื่นนั่นเอง.


10.มากด้วยความวิตกกังวล


เพราะเหตุที่ได้เคยกระทำกรรมที่ต้องปกปิด กลัวว่าใครจะรู้เรื่องราวที่ตนเอง
กระทำมา จึงทำให้เกิดมาต้องเป็นคนที่มีแต่ความวิตกกังวล บางคนเมื่อมีหน้าที่
ที่จะต้องรับผิดชอบงานชิ้นหนึ่ง ก็มีแต่ความวิตกอยู่ตลอดเวลาจนงานนั้นสำเร็จ
นักเรียนบางคน พอใกล้สอบก็เกิดอาการท้องเสียบ้าง ปวดท้องบ้าง แต่เมื่อสอบเสร็จ
อาการปวดท้องนั้นก็หายไป สิ่งเหล่านี้ก็เป็นผลของความเครียด หรือความวิตก
กังวลนั่นเอง.

11.พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก


เพราะได้เคยทำพฤติกรรมที่เหมือนกับการไปพรากผู้เป็นที่รักของบุคคลอื่นหรือ
ผู้ที่มีเจ้าของ จึงทำให้ได้รับผลต้องสูญเสียหรือพลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก เช่น
สามีภรรยาที่เคยรักกัน แต่ต้องมีเรื่องไม่เข้าใจกัน จนต้องเลิกร้างไปในที่สุด
หรือหนุ่มสาวที่ต้องอกหัก และแม้กระทั้งเด็กที่ต้องกำพร้า ขาดพ่อ ขาดแม่ ล้วน
เป็นผลจากการทำผิด กาเมสุมิฉาจาร ทั้งสิ้น.
*ต่อให้ไปสักไปลงเมตตามหานิยม หรือห้อยวัตถุมงคลใดๆๆก็ไม่ ได้ผลซักพักก็เสื่อม การผิดศีลข้อ3ทุกสำนักถือเหมือนกันหมด*


----------------------------------------------
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ลานธรรมจักร

164
คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

แต่พวกแกล้งทำเป้นคนดีงานนี้ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิดไม่ได้ละ :007: :007: :005: :006: :006:

165
ปลัดหลวงพ่อ ไสว วัด ยายส้ม เนื้อปีกเครือง ออก วัดตาก้อง แต่พ่อไสวไม่ทราบ ว่าสร้างมา :054:

166
เมื่อก่อนเคยสงบกว่านี้ :017:

167
ตนเตือนตนนั้นดีแล้ว :048:

168
ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆๆและข่าวสาร :054:

169
รอเจ้าผงน้ำตาลอยู่นะ  :080:

170



กฐิน (บาลี: กฐิน, เขมร: បុណ្យកឋិន, อังกฤษ: Kathina) เป็นศัพท์ในพระวินัยปิฎกเถรวาท เป็นชื่อเรียกผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้ [1] โดยคำว่ากฐิน หรือการกรานกฐิน จัดเป็นสังฆกรรมประเภทหนึ่งตามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา คือพระสงฆ์สามารถกระทำสังฆกรรมนี้ได้นับแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ และอนุเคราะห์ภิกษุผู้ทรงคุณที่มีจีวรชำรุด1 ดังนั้นกฐินจึงจัดเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังฆกรรมของพระสงฆ์โดยจำเพาะ ซึ่งนอกจากในพระวินัยฝ่ายเถรวาทแล้ว กฐินยังมีในฝ่ายมหายานบางนิกายอีกด้วย แต่จะมีข้อกำหนดแตกต่างจากพระวินัยเถรวาท[2]

การได้มาของผ้าไตรจีวรอันจะนำมากรานกฐินตามพระวินัยบัญญัติของเถรวาทนี้ พระพุทธองค์ไม่ทรงห้ามการรับผ้าจากผู้ศรัทธาเพื่อนำมากรานกฐิน[1] ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้เกิดทานพิธีการถวายผ้ากฐิน หรือการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชนขึ้น และด้วยการที่การถวายผ้ากฐินนั้น จัดเป็นสังฆทาน คือถวายแก่คณะสงฆ์โดยไม่เจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เพื่อให้คณะสงฆ์นำผ้าไปอปโลกน์ ยกให้ แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งตามที่คณะสงฆ์ลงมติ (ญัตติทุติยกรรมวาจา) และกาลทาน ที่มีกำหนดเขตเวลาถวายแน่นอน คณะสงฆ์วัดหนึ่ง ๆ สามารถรับได้ครั้งเดียวในรอบปี จึงทำให้ประเพณีการทอดกฐินเป็นบุญประเพณีนิยมที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย

ประเพณีการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชนไทยมีมาช้านาน โดยมีทั้งพิธีหลวงและพิธีราษฎร์ โดยการถวายผ้าพระกฐินของพระมหากษัตริย์จัดเป็นพระราชพิธีที่สำคัญประจำปี ในปัจจุบันถวายผ้ากฐินในแง่การสนับสนุนผ้าไตรจีวรเพื่อใช้ในสังฆกรรมสำคัญของคณะสงฆ์ได้ถูกลดความสำคัญลงไป แต่กลับให้ความสำคัญกับบริวารของกฐินทานแทน เช่น เงิน หรือวัตถุสิ่งของ เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาพัฒนาถาวรวัตถุและทำนุบำรุงพระพทธศาสนา ซึ่งจัดเป็นสังฆทานอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน

กฐินมีกำหนดระยะเวลาถวาย จะถวายตลอดไปเหมือนผ้าชนิดอื่นมิได้ ระยะเวลานั้นมีเพียง 1 เดือน คือตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 (วันเพ็ญเดือน 12) ระยะเวลานี้เรียกว่า กฐินกาล คือระยะเวลา ทอดกฐิน หรือ เทศกาลทอดกฐิน













 ความหมายและความสำคัญของการถวายกฐิน
 ความหมายของกฐิน
กฐิน เป็นศัพท์บาลี แปลตามศัพท์ว่าไม้สะดึง คือ "กรอบไม้" หรือ "ไม้แบบ" สำหรับขึงผ้าที่จะเย็บเป็นจีวรในสมัยโบราณ ซึ่งผ้าที่เย็บสำเร็จจากกฐินหรือไม้สะดึงแบบนี้เรียกว่า ผ้ากฐิน (ผ้าเย็บจากไม้แบบ)

กฐิน อาจจำแนกตามความหมายเพื่อความเข้าใจง่ายได้ดังนี้

กฐิน เป็นชื่อของกรอบไม้แม่แบบ (สะดึง) สำหรับทำจีวร ดังกล่าวข้างต้น
กฐิน เป็นชื่อของผ้าที่ถวายแก่พระสงฆ์เพื่อกรานกฐิน (โดยได้มาจากการใช้ไม้แม่แบบขึงเย็บ)
กฐิน เป็นชื่อของงานบุญประเพณีถวายผ้าไตรจีวรแก่พระสงฆืเพื่อกรานกฐิน
กฐิน เป็นชื่อของสังฆกรรมการกรานกฐินของพระสงฆ์[3]
[แก้] ความสำคัญพิเศษแตกต่างจากทานอย่างอื่น
การถวายกฐินนั้นมีข้อจำกัดหลายอย่าง ซึ่งทำให้การถวายกฐินมีความความพิเศษแตกต่างจากทานอย่างอื่นดังนี้

จำกัดประเภททาน คือ ต้องถวายเป็นสังฆทานเท่านั้น จะถวายเฉพาะเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเหมือนทานอย่างอื่นไม่ได้
จำกัดเวลา คือกฐินเป็นกาลทานอย่างหนึ่ง (ตามพระบรมพุทธานุญาต) ดังนั้นจึงจำกัดเวลาว่าต้องถวายภายในระยะเวลา 1 เดือน นับแต่วันออกพรรษา เป็นต้นไป[1]
จำกัดงาน คือ พระภิกษุที่กรานกฐินต้องตัด เย็บ ย้อม และครองให้เสร็จภายในวันที่กรานกฐิน[1]
จำกัดไทยธรรม คือ ผ้าที่ถวายต้องถูกต้องตามลักษณะที่พระวินัยกำหนดไว้[1]
จำกัดผู้รับ คือ พระภิกษุผู้รับกฐิน ต้องเป็นผู้ที่จำพรรษาในวัดนั้นโดยไม่ขาดพรรษา และจำนวนไม่น้อยกว่า 5 รูป
จำกัดคราว คือ วัด ๆ หนึ่งรับกฐินได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
เป็นพระบรมพุทธานุญาต ทานอย่างอื่นทายกทูลขอให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาต เช่น มหาอุบาสิกาวิสาขาทูลขออนุญาตผ้าอาบน้ำฝน แต่ผ้ากฐินนี้พระองค์ทรงอนุญาตเอง[1] นับเป็นพระประสงค์โดยตรง
[แก้] ความเป็นมาของกฐิน
ภิกษุชาวเมืองปาไฐยรัฐ 30 รูป ได้เดินทางเพื่อมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี แต่ยังไม่ทันถึงเมืองสาวัตถี ก็ถึงวันเข้าพรรษาเสียก่อน พระสงฆ์ทั้ง 30 รูป จึงต้องจำพรรษา ณ เมืองสาเกตุในระหว่างทาง พอออกพรรษาแล้ว ภิกษุเหล่านั้นจึงได้ออกเดินทางมาเข้าเฝ้าพระศาสดาด้วยความยากลำบากเพราะฝนยังตกชุกอยู่ เมื่อเดินทางถึงวัดพระเชตวัน พระพทธเจ้าได้ตรัสถามถึงความเป็นอยู่และการเดินทาง เมื่อทราบความลำบากนั้นจึงทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้จำพรรษาครบถ้วนไตรมาสสามารถรับผ้ากฐินได้ และภิกษุผู้ได้กรานกฐินได้อานิสงส์ 5 ประการ ภายในเวลาอานิสงส์กฐิน (นับจากวันที่รับกฐินจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 4) คือ

ไปไหนไม่ต้องบอกลา
ไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับสามผืน2
ฉันคณะโภชน์ได้ (ล้อมวงกันฉันภัตตาหารได้) 3
เก็บอดิเรกจีวรไว้ได้โดยที่ยังมิได้วิกัปป์ และอธิษฐาน โดยไม่ต้องอาบัติ
จีวรลาภอันเกิดขึ้น จักได้แก่ภิกษุผู้ได้กรานกฐินแล้ว









การถือปฏิบัติประเพณีการบำเพ็ญกุศลเนื่องในเทศกาลกฐินในประเทศไทย
 
สำเนาศิลาจารึกหลักที่ ๑ (ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช)การถือปฏิบัติประเพณีการบำเพ็ญกุศลเนื่องในเทศกาลกฐินในประเทศไทย สันนิษฐานว่าเริ่มมีมาแต่แรกที่รับพระพุทธศาสนาเถรวาทเข้ามาในดินแดนประเทศไทย ซึ่งอาจมีปฏิบัติประเพณีนี้มาตั้งแต่สมัยทวาราวดี แต่มาปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าชาวไทยได้ถือปฏิบัติในการบำเพ็ญกุศลในเทศกาลเข้าพรรษาในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ดังปรากฏความในศิลาจารึกหลักที่ 1 (ด้านที่ 2) ดังนี้

 ... คนในเมืองสุโขทัยนี้ มักทาน มักทรงศีล มันโอยทาน พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทังชาวแม่ชาวเจ้า ท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขุน ทังสิ้นทังหลายทังผู้ชายผู้ญีง ฝูงท่วยมีศรัทธาในพระพุทธศาสน ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน เมื่อโอกพรรษากรานกฐินเดือนณื่งจี่งแล้ว เมื่อกรานกฐิน มีพนมเบี้ย มีพนมหมาก มีพนมดอกไม้ มีหมอนนั่งหมอนโนน บริพารกฐิน โอยทานแล่ปีแล้ญิบล้าน ไปสูดญัตกฐินเถิงอไรญิกพู้น เมื่อจักเข้ามาเวียง เรียงกันแต่อไรญิกพู้นเท้าหัวลาน ดมบังคมกลองด้วยเสียงพาทย์เสียงพีณ เสียงเลื้อนเสียงขับ ใครจักมักเล่น เล่น ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักเลื้อน เลื้อน เมืองสุโขทัยนี้มีสี่ปากปตูหลวง เที้ยรย่อมคนเสียดกัน เข้ามาดูท่านเผาเทียนท่านเล่นไฟ เมืองสุโขทัยนี้มีดั่งจักแตก ... 
— คำอ่านศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ด้านที่ ๒[4][5]

ในศิลาจารึกดังกล่าว ปรากฏทั้งคำว่า กรานกฐิน, บริวารกฐิน (บริพานกฐิน), สวดญัตติกฐิน (สูดญัตกฐิน) ซึ่งคำดังกล่าวก็ยังคงใช้สืบมาจนถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่า เทศกาลทอดกฐินมีคู่กับสังคมไทยทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชนมาช้านาน ดังปรากฏว่าชาวพุทธในประเทศไทยให้ความสำคัญกับงานทอดกฐินที่จัดในวัดต่าง ๆ มาก โดยถือว่าเป็นงานบุญสำคัญที่สุดงานหนึ่งในรอบปี บางวัดที่มีผู้ศรัทธามาก อาจมีผู้จองเป็นเจ้าภาพทอดกฐินล่วงหน้ายาวเป็นสิบ ๆ ปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของชาวพุทธในประเทศไทยที่ได้ร่วมใจกันสืบทอดประเพณีนี้มาจนปัจจุบัน



ชนิดของกฐินในประเทศไทย
ตามพระวินัยแล้ว ไม่ได้จำแนกการทอดกฐิน (การถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์) ออกเป็นชนิด ๆ ไว้แต่อย่างใด คงกล่าวแต่เพียงในส่วนการทำหรือรับผ้ามากรานกฐินของพระสงฆ์เท่านั้น แต่หากพิจารณาจากประเพณีที่นิยมปฏิบัติในปัจจุบัน คงพอจำแนกชนิดของการทอดกฐินได้เป็นสองคือ

 จุลกฐิน
จุลกฐิน คือ คำเรียกการทอดกฐินที่ต้องทำด้วยความรีบด่วน โดยต้องอาศัยความสามัคคีของผู้ศรัทธาจำนวนมาก เพื่อผลิตผ้าไตรจีวรให้สำเร็จด้วยมือภายในวันเดียว กล่าวคือ ต้องเริ่มตั้งแต่เก็บฝ้าย ตัดเย็บ ย้อม และถวายให้พระสงฆ์กรานกฐินให้เสร็จภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีกวันหนึ่ง ดังนั้นโบราณจึงนับถือกันว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มาก เพราะต้องใช้ความอุตสาหะพยายามมากกว่ากฐินแบบธรรมดา (มหากฐิน) ภายในระยะเวลาอันจำกัด โดยจุลกฐินนี้ปัจจุบันมักจัดเป็นงานใหญ่ มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ประเพณีการทอดจุลกฐินนี้เป็นประเพณีที่พบเฉพาะในประเทศไทยและลาว ไม่ปรากฏประเพณีการทอดกฐินชนิดนี้ในประเทศพุทธเถรวาทประเทศอื่น สำหรับประเทศไทย มีหลักฐานว่ามีการทอดจุลกฐินมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา ดังปรากฏในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า หน้า 268 ว่า "ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒) โปรดให้ทำจุลกฐิน" ปัจจุบันประเพณีการทำจุลกฐินนิยมทำกันเฉพาะชุมชนทางภาคเหนือและอีสานเท่านั้น โดยอีสานจะเรียกกฐินชนิดนี้ว่า "กฐินแล่น" (จุลกฐินไม่ใช่ศัพท์ที่ปรากฏในพระวินัยปิฎก)

เค้ามูลของการทำจีวรให้เสร็จในวันเดียว ปรากฏหลักฐานในคัมภีร์อรรถกถา กล่าวถึงเรื่องที่พระพุทธเจ้ารับสั่งในคณะสงฆ์ในวัดพระเชตวันร่วมมือกันทำผ้าไตรจีวรเพื่อถวายแก่พระอนุรุทธะผู้มีจีวรเก่าใช้การเกือบไม่ได้แล้ว โดยในครั้งนั้นเป็นงานใหญ่ ซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จมาทรงช่วยการทำไตรจีวรด้วย โดยทรงรับหน้าที่สนเข็มในการทำจีวรครั้งนี้ด้วยสาเหตุประการหนึ่งที่มีการทำจุลกฐิน เนื่องมาจากกำหนดการกรานกฐินนั้นมีระยะเวลาจำกัด และพระสงฆ์ไม่สามารถขวนขวายดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผ้ากฐินเองได้ (เพราะจะทำให้กฐินเดาะ (สังฆกรรมเสีย) จึงอาจมีบางวัดที่ใกล้กำหนดหมดฤดูกฐินแต่ยังไม่มีผู้นำผ้ากฐินมาถวาย) ทำให้ในสมัยก่อนเมื่อใกล้เดือน ๑๒ (หมดฤดูกฐิน) มักจะมีผู้ศรัทธาตระเวนไปตามวัดต่าง ๆ เมื่อเจอวัดที่ยังไม่ได้รับถวายผ้ากฐิน จึงต้องเร่งรีบขวนขวายจัดการทำผ้ากฐินให้เสร็จทันฤดูกฐินหมด ซึ่งบางครั้งอาจเหลือเวลาแค่วันเดียว จึงต้องอาศัยความร่วมมือของคนทั้งชุมชน ในการร่วมกันจัดทำผ้าไตรจีวรให้สำเร็จก่อนหมดฤดูกฐิน (เพราะสมัยก่อนไม่มีผ้าไตรจีวรสำเร็จรูปสำหรับขาย) การร่วมมือกันจัดทำจุลกฐินดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคีของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี

มหากฐิน
มหากฐิน เป็นศัพท์ที่เรียกเพื่อหมายความถึงการทอดกฐินที่มีบริวารกฐินมาก ไม่ต้องทำโดยเร่งรีบเหมือนจุลกฐิน มหากฐินคือกฐินที่ทอดถวายตามวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยในปัจจุบัน ที่จะมีการรวบรวมจตุปัจจัยไทยธรรมและสิ่งของต่าง ๆ เพื่อนำไปเป็นเครื่องประกอบในงานกฐินถวายแก่พระสงฆ์ เพื่อนำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไป (มหากฐินไม่ใช่ศัพท์ที่ปรากฏในพระวินัยปิฎก





กฐินหลวงกฐินหลวง เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานด้วยพระองค์เอง หรือทรงโปรดเกล้าให้พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่เสด็จไปพระราชทานแทน กฐินหลวงนี้จัดเครื่องพระราชทานด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และบางครั้งมีการจัดพิธีแห่เครื่องกฐินพระราชทานอย่างใหญ่ โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค หรือกระบวนพยุหยาตราสถลมารถ แล้วแต่พระราชประสงค์ (ในปัจจุบันคงการเสด็จพระราชดำเนินทรงถวายผ้าพระกฐินอย่างพิธีใหญ่นั้น คงเหลือเพียงโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารคเท่านั้น) [7]

กฐินหลวงในปัจจุบันมีเพียง 16 วัดเท่านั้น เช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดบวรนิเวศวิหาร วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร เป็นต้น

กฐินต้น
กฐินต้น เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานยังวัดราษฎร์เป็นการส่วนพระองค์

 กฐินพระราชทาน
กฐินพระราชทาน เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน และเครื่องกบินแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ส่วนราชการ หน่วยงาน สมาคม หรือเอกชน ให้ไปทอดยังพระอารามหลวงต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร (ในปัจจุบันกรมการศาสนารับผิดชอบจัดผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินถวาย)







กฐินราษฎร์ คือกฐินที่ราษฏรหรือประชาชนทั่วไปที่มีจิตศรัทธาจัดถวายผ้ากฐิน และเครื่องกฐินไปถวายยังวัดราษฎร์ต่าง ๆ โดยอาจแบ่งออกเป็นจุลกฐิน และมหากฐิน (กฐินสามัคคี) ในปัจจุบันกฐินราษฎร์ หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า กฐินสามัคคี ผู้เป็นประธานหรือเจ้าภาพในการทอดกฐินจะให้ความสำคัญกับการรวบรวม (เรี่ยไร) เงินและสิ่งของเพื่อเข้าประกอบเป็นบริวารกฐินมากกว่า เพราะวัดสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาได้ และเนื่องจากการถวายผ้ากฐินเป็นกาลทาน จึงทำให้ประเพณีการทอดกฐินเป็นงานสำคัญประจำปีของวัดต่าง ๆ โดยทั่วไปในประเทศไทย

 คำถวายผ้ากฐิน
 คำถวายผ้ากฐินภาษาบาลี แบบเก่า
ตั้งนะโมสามจบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ” (๓ จบ)
กล่าวคำถวายผ้ากฐิน
อิมํ ภนฺเต สปริวารํ กฐินวีวรทุสฺสํ สงฺฆสฺส โอโณชยาม
ทุติยมฺปิ อิมํ ภนฺเต สปริวารํ กฐินจีวรทุสฺสํ สงฺฆสฺส โอโณชยาม
ตติยมฺปิ อิมํ ภนฺเต สปริวารํ กฐินจีวรทุสฺสํ สงฺฆสฺส โอโณชยาม
สาธุ โน ภนฺเต สงฺโฆ อิมํ สปริวารํ กฐินทุสฺสํ ปฏิคฺคณฺหาตุ อมฺหากํ หิตาย สุขาย
กล่าวคำแปล
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้าจีวรกฐิน กับทั้งบริวารนี้ แด่พระสงฆ์
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้าจีวรกฐิน กับทั้งบริวารนี้ แด่พระสงฆ์ แม้ในวาระที่สอง
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้าจีวรกฐิน กับทั้งบริวารนี้ แด่พระสงฆ์ แม้ในวาระที่สาม
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์จงรับ ซึ่งผ้ากฐิน กับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านี้ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญฯ[8]
[แก้] คำถวายผ้ากฐินภาษาบาลี แบบใหม่
ตั้งนะโมสามจบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ” (๓ จบ)
กล่าวคำถวายผ้ากฐิน
อิมํ ภนฺเต สปริวารํ กฐินทุสฺสํ สงฺฆสฺส โอโณชยาม,
สาธุ โน ภนฺเต สงฺโฆ, อิมํ สปริวารํ กฐินทุสฺสํ, ปฏิคฺคณฺหาตุ,
ปฏิคฺคเหตฺวา จ, อิมินา ทุสฺเสน กฐินํ อตฺถรตุ, อมฺหากํ
ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย
กล่าวคำแปล
ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้ากฐินกับทั้งผ้าบริวารนี้ แด่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับผ้ากฐิน กับทั้งบริวารนี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย ครั้นรับแล้ว จงกรานกฐิน ด้วยผ้านี้ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญ.[9]











ชนิดของกฐินในประเทศไทย
ตามพระวินัยแล้ว ไม่ได้จำแนกการทอดกฐิน (การถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์) ออกเป็นชนิด ๆ ไว้แต่อย่างใด คงกล่าวแต่เพียงในส่วนการทำหรือรับผ้ามากรานกฐินของพระสงฆ์เท่านั้น แต่หากพิจารณาจากประเพณีที่นิยมปฏิบัติในปัจจุบัน คงพอจำแนกชนิดของการทอดกฐินได้เป็นสองคือ

 จุลกฐิน
จุลกฐิน คือ คำเรียกการทอดกฐินที่ต้องทำด้วยความรีบด่วน โดยต้องอาศัยความสามัคคีของผู้ศรัทธาจำนวนมาก เพื่อผลิตผ้าไตรจีวรให้สำเร็จด้วยมือภายในวันเดียว กล่าวคือ ต้องเริ่มตั้งแต่เก็บฝ้าย ตัดเย็บ ย้อม และถวายให้พระสงฆ์กรานกฐินให้เสร็จภายในเวลาเช้าวันหนึ่งจนถึงย่ำรุ่งของอีกวันหนึ่ง ดังนั้นโบราณจึงนับถือกันว่าการทำจุลกฐินมีอานิสงส์มาก เพราะต้องใช้ความอุตสาหะพยายามมากกว่ากฐินแบบธรรมดา (มหากฐิน) ภายในระยะเวลาอันจำกัด โดยจุลกฐินนี้ปัจจุบันมักจัดเป็นงานใหญ่ มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ประเพณีการทอดจุลกฐินนี้เป็นประเพณีที่พบเฉพาะในประเทศไทยและลาว ไม่ปรากฏประเพณีการทอดกฐินชนิดนี้ในประเทศพุทธเถรวาทประเทศอื่น สำหรับประเทศไทย มีหลักฐานว่ามีการทอดจุลกฐินมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา ดังปรากฏในหนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า หน้า 268 ว่า "ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒) โปรดให้ทำจุลกฐิน" ปัจจุบันประเพณีการทำจุลกฐินนิยมทำกันเฉพาะชุมชนทางภาคเหนือและอีสานเท่านั้น โดยอีสานจะเรียกกฐินชนิดนี้ว่า "กฐินแล่น" (จุลกฐินไม่ใช่ศัพท์ที่ปรากฏในพระวินัยปิฎก)

เค้ามูลของการทำจีวรให้เสร็จในวันเดียว ปรากฏหลักฐานในคัมภีร์อรรถกถา กล่าวถึงเรื่องที่พระพุทธเจ้ารับสั่งในคณะสงฆ์ในวัดพระเชตวันร่วมมือกันทำผ้าไตรจีวรเพื่อถวายแก่พระอนุรุทธะผู้มีจีวรเก่าใช้การเกือบไม่ได้แล้ว โดยในครั้งนั้นเป็นงานใหญ่ ซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จมาทรงช่วยการทำไตรจีวรด้วย โดยทรงรับหน้าที่สนเข็มในการทำจีวรครั้งนี้ด้วย[6]

สาเหตุประการหนึ่งที่มีการทำจุลกฐิน เนื่องมาจากกำหนดการกรานกฐินนั้นมีระยะเวลาจำกัด และพระสงฆ์ไม่สามารถขวนขวายดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผ้ากฐินเองได้ (เพราะจะทำให้กฐินเดาะ (สังฆกรรมเสีย) จึงอาจมีบางวัดที่ใกล้กำหนดหมดฤดูกฐินแต่ยังไม่มีผู้นำผ้ากฐินมาถวาย) ทำให้ในสมัยก่อนเมื่อใกล้เดือน ๑๒ (หมดฤดูกฐิน) มักจะมีผู้ศรัทธาตระเวนไปตามวัดต่าง ๆ เมื่อเจอวัดที่ยังไม่ได้รับถวายผ้ากฐิน จึงต้องเร่งรีบขวนขวายจัดการทำผ้ากฐินให้เสร็จทันฤดูกฐินหมด ซึ่งบางครั้งอาจเหลือเวลาแค่วันเดียว จึงต้องอาศัยความร่วมมือของคนทั้งชุมชน ในการร่วมกันจัดทำผ้าไตรจีวรให้สำเร็จก่อนหมดฤดูกฐิน (เพราะสมัยก่อนไม่มีผ้าไตรจีวรสำเร็จรูปสำหรับขาย) การร่วมมือกันจัดทำจุลกฐินดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคีของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี

มหากฐิน
มหากฐิน เป็นศัพท์ที่เรียกเพื่อหมายความถึงการทอดกฐินที่มีบริวารกฐินมาก ไม่ต้องทำโดยเร่งรีบเหมือนจุลกฐิน มหากฐินคือกฐินที่ทอดถวายตามวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยในปัจจุบัน ที่จะมีการรวบรวมจตุปัจจัยไทยธรรมและสิ่งของต่าง ๆ เพื่อนำไปเป็นเครื่องประกอบในงานกฐินถวายแก่พระสงฆ์ เพื่อนำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไป (มหากฐินไม่ใช่ศัพท์ที่ปรากฏในพระวินัยปิฎก)

อ้างอิงจาก www วิกิพีเดีย


*ยาวหน่อยแต่เนื้อหาละเอียดครบถ้วน*



171
ขอแนะนำ สักไปเลยก็ได้ติดตัวตลอด ค่าบูชาครู ดอกไม้ ธูป เทียน บุหรี่ 1ซอง เงิน25บาท สักหมึกน้ำมันมี เชิญที่กุฎิอ.ญา อ.ต้อย ได้เลย


ขอดีของชูชกอีกอย่างจะได้เมียเด็ก ประเภทไก่แก่ๆๆจะกินไม่ลงเด็ดขาดแบบว่าติดคอ  :095:



172


๕. ห้ามตั้งกระทู้ใดๆ ที่มีข้อความ เนื้อหาซ้ำๆ กัน หลายๆ กระทู้


*การตั้งหัวข้อซ้ำๆๆมีหลายๆๆภาค เนื้อหาซ้ำๆ กัน หลายๆ กระทู้ และหรือตอบกระทู้ ที่เข้าข่ายการปั่น การปั๊ม ใช่หรือไม่



ไม่ได้หมายถึงคนตอบกระทู้อ่านดูดีๆๆ : :027:


173
กฏ กติกา มารยาท ในการใช้งาน กระดานสนทนาวัดบางพระ

๕. ห้ามตั้งกระทู้ใดๆ ที่มีข้อความ เนื้อหาซ้ำๆ กัน หลายๆ กระทู้ และหรือตอบกระทู้ ที่เข้าข่ายการปั่น การปั๊ม [/sizeหรือ[/color]ขุดกระทู้เก่าๆขึ้นมาตอบโดยไม่มีเหตุจำเป็น(กระทู้ที่ไม่มีการตอบข้อความ มามากกว่า ๑๒๐ วัน)(ปรับปรุง: ๑๐ ส.ค. ๕๒)


ลองอ่านดูหลายๆๆกระทู้หลายๆๆภาคดู :048:[/siz

*มีหลายภาค เนื้อหาซ้ำๆ กัน หลายๆ กระทู้ และหรือตอบกระทู้ ที่เข้าข่ายการปั่น การปั๊ม ใช่หรือไม่ :062:

174
แจมด้วยปลัด อ.ชุม






175
 ประกาศถึงสมาชิกทุกๆท่าน เรื่องการตอบกระทู้เก่าๆ ขุด-ปั๊ม ตอบกระทู้ 
« เมื่อ: ๒๗ ต.ค. ๕๑, ๑๗:๑๘:๕๙ » ขอบคุณ 

--------------------------------------------------------------------------------
               เนื่องจากในช่วงนี้มีสมาชิกไปขุดกระทู้เก่าๆ ที่เคยโพสไว้เมื่อนานมากแล้วขึ้นมาตอบ

หรือมีการตอบกระทู้โดยไม่มีสาระ เช่น  อิอิ  555  thk สวยจังเลย  แจ่มมาก  ดีจังเลย

 รวมถึงการใช้อีโมชั่นโดยไม่มีข้อความ (เรียกว่าการขุด-ปั๊มกระทู้)

จึงทำให้สมาชิกที่เข้ามาอ่านต่อทีหลังนั้นเกิดความสับสน จนทำให้สมาชิกเกิดการเข้าใจกันผิด

อย่างเช่นกระทู้นี้เป็นต้น  http://www.bp.or.th/webboard/index.php/topic,1015.html 

               ดังนั้นจึงขอความร่วมมือ ห้าม ขุดกระทู้หรือปั๊มกระทู้ และตอบกระทู้ที่เก่ามากๆ โดยไม่มีเหตุอันควร


หากท่านต้องการแสดงน้ำใจต่อสมาชิก ให้คลิ๊กระบบขอบคุณแทนที่จะตอบแบบสิ้นคิด


 รูปภาพนี้ได้ถูกปรับขนาดให้เหมาะสมกับการแสดง ต้องการดูเท่าขนาดต้นฉบับคลิกที่นี่... 


            ถ้าทีงานมีการตรวจพบว่า ท่านใดมีพฤติกรรมที่ ขุด-ปั๊มกระทู้ โดยเจตนาหวังที่จะเพิ่ม ค่าจำนวนกระทู้ หรือ แถบระดับความสามารถ และ พลังชีวิต
            จะถูกตัดสิทธิ์การเป็นสมาชิกทันที  (แบนถาวร) เพราะค่าต่างๆที่กล่าวมานั้นเทียบไม่ได้กับ จำนวนตัวเลขของ ระบบการขอบคุณ

ซึ่งเป็นระบบใหม่ที่ติดตั้งขึ้น และเป็นการแสดงน้ำใจ ระหว่างสมาชิกด้วยกันครับ


โดยประกาศฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

177
ขายอาหารต้องชูชกเด่นมาก เรืองอาหาร ขอเรื่องยอดขายยังได้อีก

178
ดูแล้วน่าเป็นเจ้าของจัง ไม่ทราบว่ารายการใด พอมีให้บูชาบ้าง :025:

หน้า: [1]