กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 ... 10
1
บทความ บทกวี / ...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม บทที่ ๓...
« กระทู้ล่าสุด โดย เว็บมาสเตอร์... เมื่อ วันนี้ เวลา 05:53:48 AM »


...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม บทที่ ๓...

...แต่ละวันที่ผ่านไปนั้น มีเรื่องราว
มากมายที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิต
ที่ทำให้เราคิดและต้องทำ มีผัสสะ
สิ่งกระทบมากมาย ให้เรานั้นได้รับรู้
เราจึงควรจะจดจำเพียงสิ่งที่
มีประโยชน์และเป็นสาระ ส่วนสิ่ง
ที่เป็นขยะทางความคิด ลบมันไป
ไม่จดจำ ใช้สติปัญญาใคร่ครวญ
ทบทวนสิ่งผ่านเข้ามา ว่าสิ่งไหน
เป็นสาระ สิ่งไหนไม่เป็นสาระ
พิจารณาให้เห็นคุณ เห็นโทษ
เห็นประโยชน์และมิใช่ประโยชน์
ของเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามา
พิจารณาเข้าสู่ความเป็นกุศล
และอกุศล มีสติเตือนตนให้อยู่
ในความไม่ประมาท ไม่ปรุงแต่ง
ในอกุศล ประคองจิตของตน
ให้อยู่ในกุศลธรรม น้อมนำจิต
เข้าสู่ความสงบนิ่ง มองทุกสรรพสิ่ง
ให้เป็นธรรมะ แล้วจะพบสัจธรรม
ของธรรมชาติทั้งหลายในกาย
และจิตของเรา...

๐ สายธาร แห่งศรัทธา
น้อมนำมา สรรพสิ่ง
สัจจะ คือของจริง
แห่งพุทธะ พระสัมมา
๐ เอาธรรม มานำกล่าว
บอกเรื่องราว ที่ค้นหา
บอกผ่าน กาลเวลา
ตามโอกาส ที่พึงมี
๐ สายธาร แห่งสายธรรม
เสนอนำ สู่ความดี
เส้นทาง ที่บ่งชี้
สู่สันติ สงบเย็น
๐ ทบทวน ใคร่ครวญคิด
เพ่งพินิจ เมื่อพบเห็น
สิ่งที่ ควรจะเป็น
ความเหมาะสม และพอเพียง
๐ วางจิต ให้เป็นกลาง
มองทุกอย่าง ไม่ลำเอียง
สิ่งชั่ว ควรหลีกเลี่ยง
ยับยั้งจิต ไม่คิดทำ
๐ เตือนตน ด้วยสติ
สมาธิ ช่วยชี้นำ
ก่อเกิด กุศลกรรม
ด้วยสติ และปัญญา
๐ รู้ควร และรู้ชอบ
อยู่ในกรอบ แห่งสัมมา
สร้างเสริม พัฒนา
กุศลกรรม ทำสิ่งดี
๐ สิ่งดี ของชีวิต
เป็นนิมิต จะนำชี้
ปลายทาง ของชีวี
สุคติ คือที่ไป...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔...
2
บทความ บทกวี / ...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม บทที่ ๒...
« กระทู้ล่าสุด โดย เว็บมาสเตอร์... เมื่อ วันนี้ เวลา 05:35:23 AM »


...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม บทที่ ๒...

...การเจริญจิตภาวนานั้น เราสามารถ
ที่จะทำได้ในทุกอิริยาบถ คือ ยืน เดิน
นั่ง นอน เพราะเป็นเรื่องของการมีสติ
คือการทำที่จิต แต่ในอิริยาบถต่างๆนั้น
จะมีผลต่างกัน เช่นการเจริญสติภาวนา
ในท่านอนนั้น ทำได้ง่ายเข้าสมาธิได้เร็ว
แต่จะไม่ตั้งอยู่นาน เพราะนิวรณ์เข้ามา
รบกวนคือนิวรณ์ตัวถีนะมิทธะ อาการ
ง่วงเหงาหาวนอน สมาธิจะกล้าแต่สติ
จะมีกำลังน้อย มันจะทำให้เผลอหลับไป
ส่วนในอิริยาบถยืนนั้น จะทำได้ยากกว่า
การนั่ง เพราะต้องทรงร่างกายให้ตรง
เพื่อไม่ให้ล้มและในอิริยาบถเดินนั้น
ทำได้ยากที่สุด แต่ถ้าเข้าสมาธิได้แล้ว
จะตั้งได้อยู่นาน ทรงได้อยู่นาน เพราะว่า
มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จึงต้อง
ใช้กำลังของสติเป็นอย่างมาก ในการ
จดจ่ออยู่กับองค์ภาวนาอยู่ตลอดเวลา
...การรักษาศีลนั้นคือการเจริญสติ
เพราะผู้ที่รักษาศีลนั้นต้องมีสติอยู่
กับกายและจิต ในการที่จะคิด จะพูด
และจะทำ เรียกว่าต้องสำรวมอินทรีย์
อยู่ทุกขณะจิต เพื่อไม่ให้ล่วงละเมิด
ข้อห้ามของศีลที่รักษา ศีลจึงคือที่มา
ของสติพละและสิ่งที่ได้มาควบคู่กับสติ
ในการรักษาศีล ก็คือองค์แห่งคุณธรรม
" หิริและโอตตัปปะ " สิ่งนั้นก็คือความ
ละอายและเกรงกลัวต่อบาป
...การที่เราไม่กล้าที่จะล่วงละเมิด
ข้อห้ามของศีลนั้น เพราะเรามีความ
ละอายและเกรงกลัวต่อบาปเป็นตัว
กระตุ้นเตือนเพื่อให้เกิดจิตสำนึก
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ดั่งคำพุทธพจน์
ที่ทรงตรัสไว้ว่า..
."ดูกรภิกษุทั้งหลาย ศีลเป็นพื้นฐาน
เป็นที่รองรับคุณอันยิ่งใหญ่ ประหนึ่ง
แผ่นดินเป็นที่รองรับและตั้งลงแห่ง
สิ่งทั้งหลาย ทั้งที่มีชีพและหาชีพมิได้
เป็นต้นว่า พฤกษาลดาวัลย์ มหาสิงขร
และสัตว์จตุบาท ทวิบาทนานาชนิด
บุคคลผู้มีศีลเป็นพื้นใจย่อมอยู่สบาย
มีความปลอดโปร่งเหมือนเรือนที่
ปัดกวาด เช็ดถูเรียบร้อย ปราศจาก
เรือดและฝุ่นเป็นที่รบกวน " ...

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ - สมณะไร้นาม...
...๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔...
3
บทความ บทกวี / ...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม ปฐมบท...
« กระทู้ล่าสุด โดย เว็บมาสเตอร์... เมื่อ วันนี้ เวลา 05:25:43 AM »


...บันทึกเส้นทางบนสายธรรม ปฐมบท...

....ทรัพย์สมบัติใดๆในโลกนี้ที่มีอยู่
ก็ไม่สู้ธรรมะสมบัติได้ ถ้าเรามีทรัพย์
คือธรรมะประดับใจของเราแล้ว
ย่อมเป็นผู้เจริญรุ่งเรืองขึ้นไปแน่นอน
....พระคุณต้องทดแทน ความแค้นต้อง
อโหสิกรรม “ อะเวรัง อะสะปัตตัง ”
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พวกเราเป็นผู้
ไม่มีเวร ไม่จองเวร เป็นผู้อโหสิกรรม...
...ในความเคลื่อนไหว ขอให้ใจสงบนิ่ง...
...สรรพสิ่ง เคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง
คือความจริง ที่เห็น และเป็นอยู่
ใช้สติ ใคร่ครวญ ทบทวนดู
ก็จะรู้ และเข้าใจ ในหลักธรรม
...มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับ
เปลี่ยนสลับ กันไป เหมือนเช้า-ค่ำ
มีสีขาว ก็ย่อมมี ทั้งสีดำ
เพื่อเตือนย้ำ ความแตกต่าง สองอย่างกัน
...และเมื่อเรา วางใจ ไม่ยึดถือ
สิ่งนั้นคือ ของเรา เข้าถือมั่น
เมื่อใจว่าง ก็วางได้ โดยเร็วพลัน
สิ่งสำคัญ คือใจ เป็นประธาน
... เริ่มที่ใจ ที่จิต ต้องคิดก่อน
โดยการย้อน มองสิ่ง ที่พ้นผ่าน
เอาเป็นครู เรียนรู้ ประสพการ
นั่นคืองาน ของจิต ที่คิดทำ
...การทำดี ต้องเริ่มที่ การฝึกคิด
ฝึกทำจิต คิดดี หลายทีซ้ำ
คิดอะไร ก็ให้ดี มาชี้นำ
คือฝึกทำ ฝึกจิต ให้คิดเป็น
...คิดเพื่อหา เหตุผล ต้นความคิด
ต้องฝึกจิต ให้รู้ ดูให้เห็น
ทำประจำ จากเช้า จนถึงเย็น
ไม่ว่างเว้น ฝึกทำ จนชำนาญ
...ให้ใจเรา นั้นอยู่ กับกุศล
เป็นมงคล ชีวิต จิตอาจหาญ
ทำสิ่งใด ก็รู้เท่า ทันเหตุการณ์
นี่คืองาน ฝึกสติ ให้รู้ทัน
... ระลึกรู้ ให้เห็น ความเป็นอยู่
โดยตามดู ความคิด จิตเรานั้น
แยกถูกผิด ชั่วดี ออกจากกัน
ให้ใจนั้น มีสติ อยู่คุ้มครอง

...ปรารถนาดีด้วยไมตรีจิต...
...รวี สัจจะ-สมณะไร้นาม...
...๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔...
4
รวมสมาชิก (มิตรไมตรี) / ตอบ : สักยันต์ช่วงนี้ มีมาตราการ
« กระทู้ล่าสุด โดย galong เมื่อ 19 ม.ค. 2565, 08:21:30 »
ขออนุญาติ  เท่าที่ ผมไปมา  วัคซีน สองเข็ม   แมสสวมใส่ตลอด 
5
รวมสมาชิก (มิตรไมตรี) / สักยันต์ช่วงนี้ มีมาตราการ
« กระทู้ล่าสุด โดย jaypetin เมื่อ 17 ธ.ค. 2564, 09:56:46 »
ไม่ทราบว่ายังไปสักที่วัดได้อยู่ไหมครับในช่วงนี้ แล้วมีมาตราการอะไรที่ต้องรู้ก่อนไป
ขอบคุณครับ
6
รวมสมาชิก (มิตรไมตรี) / very good
« กระทู้ล่าสุด โดย Satela เมื่อ 16 ธ.ค. 2564, 10:29:07 »
 :053: :053: :053: :053: :053: :053:
8
รวมสมาชิก (มิตรไมตรี) / ตอบ : สอบถามครับ มีอาจารย์สัก
« กระทู้ล่าสุด โดย galong เมื่อ 28 ต.ค. 2564, 06:38:25 »
มีสิงห์บุรี  พระอาจารย์ สัมพันธ์  ครับ
9
รวมสมาชิก (มิตรไมตรี) / ตอบ : สอบถามครับ มีอาจารย์สัก
« กระทู้ล่าสุด โดย livewe005 เมื่อ 27 ก.ย. 2564, 11:05:31 »
ตามครับ
10
 :052: :092:
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 ... 10